บิ๊กดุลย์ ถกสภาทหารผ่านศึก เดินหน้ายกระดับคุณภาพชีวิต ดัน 3 มาตรการสำคัญ

บิ๊กดุลย์ ถกสภาทหารผ่านศึก เดินหน้ายกระดับคุณภาพชีวิต ดัน 3 มาตรการสำคัญ

บิ๊กดุลย์ ถกสภาทหารผ่านศึก เดินหน้ายกระดับคุณภาพชีวิต ดัน 3 มาตรการสำคัญ

วันอังคาร ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 16.46 น.

“บิ๊กดุลย์”ถกสภาทหารผ่านศึก เดินหน้ายกระดับคุณภาพชีวิตทหารผ่านศึก-ครอบครัว ดัน 3 มาตรการสำคัญ เพิ่มวงเงินสินเชื่อ ปรับปรุงที่พัก และขยายพื้นที่ทำกิน

2 มิถุนายน 2569 ที่องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (อผศ.) พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม ในฐานะนายกสภาทหารผ่านศึก เป็นประธานการประชุมสภาทหารผ่านศึก ครั้งที่ 2/2569 เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมได้พิจารณาเรื่องสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการยกระดับคุณภาพชีวิตและสวัสดิการของทหารผ่านศึกและครอบครัว จำนวน 3 เรื่องหลัก

เรื่องแรก เป็นการประชุมเห็นชอบการปรับเพิ่มวงเงินและขยายระยะเวลาการผ่อนชำระหนี้สินเชื่อเพื่อการสวัสดิการ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจและค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยจะเพิ่มวงเงินสินเชื่อที่ใช้เงินเลี้ยงชีพรายเดือน หรือเงินเบี้ยหวัด บำนาญ และเงินเพิ่มรายเดือนเป็นหลักประกันการชำระหนี้ จากเดิมไม่เกิน 70,000 บาท เป็นไม่เกิน 80,000 บาทต่อราย พร้อมทั้งขยายระยะเวลาผ่อนชำระหนี้จากเดิมไม่เกิน 18 เดือน เป็นไม่เกิน 24 เดือน เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่าย เพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน และเปิดโอกาสให้ทหารผ่านศึกและครอบครัวสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำสำหรับการประกอบอาชีพ หรือใช้จ่ายด้านสวัสดิการที่จำเป็นได้มากยิ่งขึ้น

เรื่องที่สอง เป็นโครงการปรับปรุงอาคารที่พักอาศัยทหารผ่านศึกพิการทุพพลภาพหรือพิการ ที่หมู่บ้านทหารผ่านศึก รามอินทรา ซึ่งเป็นอาคารที่พักอาศัยจำนวน 2 อาคาร สูง 5 ชั้น รวม 230 ห้อง โดยปัจจุบันอาคารมีการชำรุดและเสื่อมสภาพจากการใช้งาน ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของผู้พักอาศัย องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกจึงเตรียมดำเนินการปรับปรุงในปีงบประมาณ 2569 ครอบคลุมทั้งการก่อสร้างหลังคาและซ่อมแซมพื้นที่ดาดฟ้าที่มีปัญหาน้ำรั่วซึม การปรับปรุงระบบสุขาภิบาลเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำเสียและการอุดตันของท่อระบายน้ำ รวมถึงการเปลี่ยนประตูห้องพักและประตูห้องน้ำที่ชำรุด เพื่อเพิ่มความปลอดภัย ความสะดวกในการใช้งาน และส่งเสริมสภาพแวดล้อมการอยู่อาศัยที่เหมาะสมสำหรับทหารผ่านศึกพิการและครอบครัว

รมว.กลาโหม กล่าวอีกว่า เรื่องสุดท้าย คือ โครงการจัดที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินให้แก่ทหารผ่านศึกเพิ่มเติมในพื้นที่นิคมเกษตรกรรมทหารผ่านศึก คลองน้ำใส ต.ผ่านศึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว โดยนิคมฯ คลองน้ำใส มีเนื้อที่ประมาณ 6,000 ไร่ และมีสมาชิกทหารผ่านศึกและครอบครัวจำนวน 201 ครอบครัว อย่างไรก็ตาม ยังมีทหารผ่านศึกที่ประสบความเดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินมาขึ้นทะเบียนขอรับการสงเคราะห์กับองค์การฯ เป็นจำนวนมาก

ด้วยเหตุนี้ ทางองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกจึงได้จัดทำโครงการขยายพื้นที่นิคมเพิ่มเติมจำนวน 116 ไร่ เพื่อรองรับทหารผ่านศึกและครอบครัวอีก 35 ครอบครัว โดยจัดสรรพื้นที่ให้ครอบครัวละประมาณ 3 ไร่ โครงการดังกล่าวมีระยะเวลาดำเนินการ 2 ปี ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการจัดจ้างงานปรับพื้นที่และก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกภายในนิคมฯ ควบคู่กับการคัดเลือกทหารผ่านศึก ครอบครัวทหารผ่านศึก และทหารนอกประจำการ จำนวน 35 ครอบครัว เข้าเป็นสมาชิกนิคมฯ เพื่อให้มีที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินเป็นของตนเอง อันจะช่วยสร้างความมั่นคงในชีวิตและยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน

“การดำเนินการทั้ง 3 เรื่องทางองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก มุ่งมั่นในการดูแลสวัสดิการ ความเป็นอยู่ และคุณภาพชีวิตของทหารผ่านศึกและครอบครัวอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านเศรษฐกิจ การเข้าถึงแหล่งเงินทุน และการพัฒนาสภาพแวดล้อมในการดำรงชีวิต เพื่อให้ทหารผ่านศึกและครอบครัวมีความมั่นคง ปลอดภัย และมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น” รมว.กลาโหม กล่าว

Leave a comment