ยังไม่พบสายพันธุ์ที่รุนแรงขึ้น รัฐบาลติดตามสถานการณ์โควิด-19 อย่างใกล้ชิด ขอ ปชช. อย่าตื่นตระหนก

ยังไม่พบสายพันธุ์ที่รุนแรงขึ้น รัฐบาลติดตามสถานการณ์โควิด-19 อย่างใกล้ชิด ขอ ปชช. อย่าตื่นตระหนก

ยังไม่พบสายพันธุ์ที่รุนแรงขึ้น รัฐบาลติดตามสถานการณ์โควิด-19 อย่างใกล้ชิด ขอ ปชช. อย่าตื่นตระหนก

วันอังคาร ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 08.29 น.

รัฐบาลติดตามสถานการณ์โควิด-19 ใกล้ชิด ย้ำยังไม่พบสายพันธุ์ที่รุนแรงขึ้น ขอประชาชนดูแลสุขอนามัย ไม่ตื่นตระหนก

วันนี้ (2 มิถุนายน 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างใกล้ชิด พร้อมประสานการทำงานร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดูแลสุขภาพประชาชนอย่างต่อเนื่อง

ลลิดา เพริศวิวัฒนา

รองโฆษกฯ กล่าวว่า กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข รายงานว่า ขณะนี้ประเทศไทยพบสายพันธุ์โควิด-19 ที่ระบาดหลัก คือสายพันธุ์ NB.1.8.1 ซึ่งแตกออกมาจากสายพันธุ์ JN.1 อย่างไรก็ตาม ยังไม่พบหลักฐานว่าสายพันธุ์ดังกล่าวก่อให้เกิดอาการรุนแรงมากขึ้น หรือทำให้เกิดการแพร่ระบาดที่รวดเร็วผิดปกติ

ทั้งนี้ ข้อมูลการเฝ้าระวังของประเทศไทยพบว่า แม้จำนวนผู้ติดเชื้อจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามฤดูกาล แต่ยังไม่พบการระบาดเป็นกลุ่มก้อนขนาดใหญ่ และส่วนใหญ่ผู้ป่วยมีอาการไม่รุนแรง โดยระบบสาธารณสุขยังสามารถรองรับสถานการณ์ได้อย่างเพียงพอ

โควิด 19

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล

นางสาวลลิดา กล่าวว่า รัฐบาลขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานภาครัฐอย่างใกล้ชิด และไม่ตื่นตระหนกกับข่าวลือหรือข้อมูลที่คลาดเคลื่อน โดยยังคงย้ำให้ประชาชนดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคลอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง 608 ได้แก่ ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว และหญิงตั้งครรภ์

สำหรับแนวทางป้องกันตนเอง กระทรวงสาธารณสุขแนะนำให้ประชาชนล้างมือบ่อย ๆ สวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในพื้นที่แออัดหรือมีคนจำนวนมาก หลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้มีอาการป่วยระบบทางเดินหายใจ และหากมีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ หรืออ่อนเพลีย ควรตรวจ ATK และพักรักษาตัวเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อสู่ผู้อื่น

“รัฐบาลขอยืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณว่าสายพันธุ์ที่ระบาดอยู่มีความรุนแรงมากขึ้น ประชาชนสามารถใช้ชีวิตและดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ได้ตามปกติ เพียงขอให้ดูแลสุขภาพและปฏิบัติตามคำแนะนำด้านสาธารณสุขอย่างเหมาะสม” รองโฆษกฯ กล่าว

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422 ตลอด 24 ชั่วโมง

Leave a comment