
2 มิ.ย. 2569 15:58 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
ศาลอุทธรณ์สหรัฐฯ ชี้คำสั่ง “ทรัมป์” แบนทหารข้ามเพศ “ผิดกฎหมาย” สั่งคุ้มครองห้ามไล่ออก
คณะผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์สหรัฐฯ มีมติ 2 ต่อ 1 ชี้ว่านโยบายของรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ ที่สั่งห้ามบุคคลข้ามเพศรับราชการทหารเป็นสิ่ง “ผิดกฎหมาย” และเป็นการเลือกปฏิบัติ ศาลจึงสั่งคุ้มครองชั่วคราวห้ามกองทัพขับไล่กำลังพลข้ามเพศที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในปัจจุบัน แต่ยังคงให้สิทธิกระทรวงกลาโหมในการระงับการรับสมัครทหารข้ามเพศรายใหม่ไว้ก่อน
คณะผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์สหรัฐประจำกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. มีมติเสียงข้างมาก 2 ต่อ 1 ว่า นโยบายของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ หรือเพนตากอน ที่จำกัดการรับบุคคลข้ามเพศเข้ารับราชการทหาร เป็นมาตรการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และมีลักษณะเลือกปฏิบัติต่อบุคคลตามอัตลักษณ์ทางเพศ
คำวินิจฉัยดังกล่าวถือเป็นอีกหนึ่งอุปสรรคทางกฎหมายต่อรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งผลักดันนโยบายจำกัดสิทธิของบุคคลข้ามเพศในหลายด้านนับตั้งแต่กลับเข้ารับตำแหน่ง
อย่างไรก็ตาม ศาลไม่ได้สั่งระงับนโยบายทั้งหมด โดยอนุญาตให้กองทัพยังคงห้ามบุคคลข้ามเพศสมัครเข้ารับราชการทหารรายใหม่ได้ต่อไปในระหว่างที่คดียังอยู่ในกระบวนการพิจารณา แต่ห้ามปลดทหารข้ามเพศที่เป็นโจทก์ในคดีออกจากราชการ
คดีนี้มีจุดเริ่มต้นเมื่อเดือนมกราคม 2025 หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหาร โดยอ้างว่า อัตลักษณ์ทางเพศของกลุ่มคนข้ามเพศนั้น “ขัดแย้งกับพันธสัญญาของทหารที่ต้องมีวิถีชีวิตที่มีเกียรติ ซื่อสัตย์ และมีวินัย แม้กระทั่งในชีวิตส่วนตัว” และส่งผลเสียต่อความพร้อมรบของกองทัพ
ต่อมา นายพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ออกนโยบายกำหนดให้ผู้ที่มีภาวะความทุกข์ทรมานคับข้องใจจากเพศสภาพที่ไม่สอดคล้องกับเพศกำเนิด หรือ Gender Dysphoria ถูกพิจารณาว่าไม่มีคุณสมบัติเหมาะสมในการรับราชการทหารโดยหลักการ
ผู้พิพากษาโรเบิร์ต วิลกินส์ ซึ่งเขียนคำวินิจฉัยเสียงข้างมาก ระบุว่า นโยบายดังกล่าวดูเหมือนมีแรงจูงใจจากความต้องการสร้างความเสียหายต่อกลุ่มคนที่ไม่ได้รับความนิยมทางการเมือง มากกว่าจะตั้งอยู่บนเหตุผลด้านความมั่นคงหรือประสิทธิภาพทางทหาร
ศาลยังให้เหตุผลว่า การปลดทหารที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่แล้วออกจากราชการจะก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงกว่าการชะลอการรับสมัครผู้สมัครใหม่ที่เป็นบุคคลข้ามเพศ
ด้านเจนนิเฟอร์ เลวี ผู้อำนวยการอาวุโสด้านสิทธิคนข้ามเพศและกลุ่มหลากหลายทางเพศขององค์กร GLAD Law ซึ่งเป็นตัวแทนฝ่ายโจทก์ ระบุว่าคำตัดสินครั้งนี้เป็นการยืนยันถึงความกล้าหาญและความทุ่มเทของทหารข้ามเพศที่รับใช้ประเทศมาโดยตลอด
ขณะที่ฝั่งเพนตากอนยังไม่ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ แต่นายพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหม ได้โพสต์ข้อความสั้นๆ บนแพลตฟอร์ม X เพื่อตอบโต้ข่าวนี้ว่า “See you at SCOTUS” (แล้วเจอกันที่ศาลฎีกา) ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณชัดเจนว่ารัฐบาลจะยื่นอุทธรณ์ต่อศาลสูงสุดของประเทศอย่างแน่นอน
คำตัดสินครั้งนี้เป็นการยืนตามคำสั่งบางส่วนของ อานา เรเยส ผู้พิพากษาศาลแขวง เมื่อเดือนมีนาคม 2025 ซึ่งเคยวินิจฉัยว่านโยบายดังกล่าวอาจละเมิดสิทธิที่ได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ
อย่างไรก็ตาม ผู้พิพากษาจัสติน วอล์คเกอร์ ซึ่งเป็นเสียงข้างน้อยในคดีนี้ เห็นว่าศาลไม่มีอำนาจหรือความเชี่ยวชาญเพียงพอที่จะตัดสินว่ากองทัพควรรับหรือไม่รับบุคคลข้ามเพศเข้าประจำการ โดยอำนาจดังกล่าวเป็นของรัฐสภาและผู้บัญชาการทหารสูงสุดตามรัฐธรรมนูญ
ปัจจุบัน กองทัพสหรัฐมีทหารประจำการประมาณ 1.3 ล้านนาย ขณะที่กลุ่มสิทธิความหลากหลายทางเพศประเมินว่ามีทหารข้ามเพศรับราชการอยู่ราว 15,000 คน แม้เจ้าหน้าที่กองทัพจะระบุว่าตัวเลขที่แท้จริงอาจอยู่เพียงระดับหลักพันก็ตาม
ก่อนหน้านี้ในเดือนพฤษภาคม 2025 ศาลสูงสหรัฐฯ ได้อนุญาตให้รัฐบาลบังคับใช้นโยบายดังกล่าวเป็นการชั่วคราวระหว่างการพิจารณาคดีในอีกคดีหนึ่งที่รัฐวอชิงตัน ทำให้ข้อพิพาททางกฎหมายเกี่ยวกับสิทธิของบุคคลข้ามเพศในกองทัพสหรัฐฯ ยังคงดำเนินต่อไป และอาจกลับเข้าสู่การพิจารณาของศาลสูงสุดอีกครั้งในอนาคตอันใกล้.
ที่มา Associated Press / Reuters