
2 มิ.ย. 2569 10:17 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
NASA เผยแท่นปล่อยจรวดที่เกิดระเบิดขณะทดสอบ เสียหายหนักและอาจใช้เวลาซ่อมนานหลายปี
ผู้บริหาร NASA เผยแท่นปล่อยจรวด New Glenn ที่ระเบิดระหว่างทดสอบเครื่องยนต์ได้รับความเสียหายรุนแรง แท่นปล่อยพังยับ คาดกระทบภารกิจอวกาศและโครงการดาวเทียมของ Amazon ที่หวังแข่งกับ SpaceX
ความพยายามของบริษัท บลู ออริจิน (Blue Origin) ในการท้าชิงความเป็นผู้นำด้านธุรกิจอวกาศจากสเปซเอ็กซ์ (SpaceX) กำลังเผชิญอุปสรรคครั้งใหญ่ หลังเกิดเหตุระเบิดรุนแรงระหว่างการทดสอบจรวด “นิว เกล็นน์” (New Glenn) ส่งผลให้แท่นปล่อยจรวดได้รับความเสียหายอย่างหนัก และอาจต้องใช้เวลานานในการซ่อมแซม
จาเร็ด ไอแซกแมน ผู้บริหารองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ NASA เปิดเผยกับสถานีโทรทัศน์ CNBC ว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับแท่นปล่อยจรวดของบลู ออริจินนั้นรุนแรงมาก และการฟื้นฟูอาจต้องใช้เวลาค่อนข้างนาน แต่เขาระบุว่า กรอบเวลาที่แท่นปล่อยจะกลับมาใช้งานได้เต็มรูปแบบในปี 2028 ถือว่ายังมีความเป็นไปได้

เหตุการณ์ไม่คาดคิดนี้เกิดขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ขณะที่จรวดนิว เกล็นน์ กำลังเข้ารับการทดสอบการจุดเครื่องยนต์แบบอยู่กับที่ หรือ Static Hot-Fire Test ซึ่งเป็นขั้นตอนมาตรฐานก่อนปล่อยขึ้นสู่วงโคจร ซึ่งเกิดขึ้นภายในศูนย์ปล่อยจรวดของกองทัพอวกาศสหรัฐฯ ที่เมืองเคปคานาเวอรัล รัฐฟลอริดา
อย่างไรก็ตาม การทดสอบกลับจบลงด้วยการระเบิดครั้งใหญ่ จนเกิดลูกไฟขนาดมหึมาปกคลุมบริเวณแท่นปล่อยจรวด สร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อโครงสร้างพื้นฐานของฐานปล่อย

อุบัติเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเวลาสำคัญสำหรับบลู ออริจิน และโครงการดาวเทียมของบริษัท Amazon ซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารของมหาเศรษฐี เจฟฟ์ เบโซส ที่กำลังพยายามเร่งสร้างศักยภาพการแข่งขันกับสเปซเอ็กซ์ของ อีลอน มัสก์ ผู้นำตลาดธุรกิจส่งดาวเทียมและขนส่งอวกาศเชิงพาณิชย์ของโลก
แหล่งข่าวในบริษัทและอุตสาหกรรมอวกาศเปิดเผยว่า แรงระเบิดส่งผลให้แท่นปล่อยจรวดได้รับความเสียหายอย่างหนักจนแทบถูกทำลายทั้งหมด และจำเป็นต้องซ่อมแซมครั้งใหญ่
วิศวกรประเมินเบื้องต้นว่า การซ่อมแซมอาจทำให้การดำเนินงานของบลู ออริจิน ต้องหยุดชะงักอย่างน้อย 6 เดือน หรืออาจยาวนานกว่านั้น
อย่างไรก็ตาม ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว
นอกจากนี้ ดาวเทียมในโครงการอินเทอร์เน็ตอวกาศของ Amazon ซึ่งเดิมมีกำหนดถูกส่งขึ้นสู่วงโคจรด้วยจรวดลำนี้ ยังไม่ได้ถูกติดตั้งเข้ากับจรวดในช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุ ทำให้ไม่มีความเสียหายต่อดาวเทียม
ทั้งนี้ จรวดนิว เกล็นน์ ได้รับการตั้งชื่อตาม จอห์น เกล็นน์ นักบินอวกาศชาวอเมริกันผู้เป็นชาวสหรัฐฯ คนแรกที่โคจรรอบโลก
เดิมทีจรวดรุ่นนี้ถูกวางบทบาทให้เป็นกำลังสำคัญในการขนส่งยานลงจอดบนดวงจันทร์ อุปกรณ์ และสัมภาระต่าง ๆ สำหรับโครงการอาร์เทมิสของ NASA ซึ่งมีเป้าหมายส่งมนุษย์กลับไปสำรวจดวงจันทร์อีกครั้ง.
ที่มา : channelnewsasia