
เงื่อนไข ทักษิณ ปลดกำไล EM ต้องรอผ่านคณะกรรมการ 3 ฝ่าย และ ใบบริสุทธิ์
วันพุธ ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.07 น.
“ทักษิณ” จะปลดกำไล EM ต้องผ่านกระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการฯ 3 ฝ่ายภายใน 120 วันและต้องรอใบบริสุทธิ์ก่อนรับนัดหมายเข้าพบเจ้าหน้าที่คุมประพฤติ สนง.คุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 1
จากกรณีช่วงเช้าวันนี้(3มิ.ย.69) พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ยืนยันถึงรายละเอียดสำคัญในพระราชกฤษฎีกา พระราชทานอภัยโทษ พ.ศ. 2569 ในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิ.ย.69 ซึ่งมีรายชื่อของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเข้าเกณฑ์ได้รับพระราชทานอภัยโทษพ้นโทษทันที ตามมาตรา 8 แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ เนื่องด้วยเหลือโทษไม่ถึง 1 ปี ส่วนกรณีการปลดกำไล EM ยังคงต้องรอให้จบกระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการฯ เรียบร้อยก่อนนั้น

รายงานข่าวแจ้งว่า กรณีที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้รับพระราช ทานอภัยโทษปล่อยตัวไปตามมาตรา 8 แห่งกฤษฎีกา พระราชทานอภัยโทษฯ เนื่องด้วยมีโทษเหลืออยู่ไม่เกิน 1 ปี นับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกาใช้บังคับ จึงทำให้จากเดิมที่นายทักษิณ ยังอยู่ระหว่างการพักโทษคุมประพฤติ 4 เดือน นับแต่วันที่ 11 พ.ค.69 และจะพ้นโทษบริบูรณ์ในวันที่ 9 ก.ย.69 ซึ่งนายทักษิณจะต้องรายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่คุมประพฤติ สำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 1 เดือนละครั้ง ก็ถือว่าสิ้นสุดระยะเวลาการคุมประพฤติทันที และไม่ต้องรอให้ถึงวันพ้นโทษ 9 ก.ย.69 เพราะกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษครั้งนี้ อดีตนายกรัฐมนตรีมีคุณสมบัติครบถ้วนให้ปล่อยตัวไป
อย่างไรก็ตาม ในกรณีเรื่องการปลดกำไล EM ภายหลังพ้นโทษนั้น อดีตนายกรัฐมนตรียังจำเป็นต้องรอกระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการตามมาตรา 21 ซึ่งระบุไว้ว่า “ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแห่งท้องที่ ผู้พิพากษาศาลแห่งท้องที่ หรือตุลาการศาลทหารแห่งท้องที่หนึ่งคน และพนักงานอัยการแห่งท้องที่หรืออัยการทหารแห่งท้องที่หนึ่งคน รวม 3 คน เป็นคณะกรรมการ มีหน้าที่ตรวจสอบผู้ซึ่งจะได้รับพระราชทานอภัยโทษและส่งรายชื่อต่อศาลแห่งท้องที่ให้แล้วเสร็จภายใน 120 วัน นับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ เพื่อความสะดวกแก่ศาลแห่งท้องที่นั้นพิจารณาออกหมายสั่งปล่อยหรือลดโทษ หรือออกคำสั่งยกเลิกการทำงานบริการสังคมหรือทำงานสาธารณประโยชน์แทนค่าปรับ แล้วแต่กรณี ในส่วนที่เกี่ยวกับผู้ซึ่งถูกลงโทษจำคุกตามคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายซึ่งจะได้รับพระราชทานอภัยโทษ ให้คณะกรรมการมีหน้าที่ตรวจสอบและส่งรายชื่อต่อนายกรัฐมนตรีให้แล้วเสร็จภายใน 120 วัน นับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ เพื่อนายกรัฐมนตรีพิจารณาออกคำสั่งปล่อยหรือลดโทษแล้วแต่กรณี เมื่อได้มีหมายหรือคำสั่งปล่อยหรือลดโทษ หรือคำสั่งยกเลิกการทำงานบริการสังคมหรือทำงานสาธารณประ โยชน์แทนค่าปรับแล้ว ให้คณะกรรมการทำบัญชีผู้ซึ่งได้รับพระราชทานอภัยโทษเก็บไว้ที่เรือนจำหรือทัณฑสถานหนึ่งฉบับ ส่งศาลหนึ่งฉบับ ส่งกระทรวงยุติธรรมหนึ่งฉบับ และทูลเกล้าฯ ถวายอีกหนึ่งฉบับ..“

และอดีตนายกรัฐมนตรี ต้องได้รับเอกสารใบบริสุทธิ์ หรือใบสุทธิ ให้เรียบร้อยก่อน ซึ่งใบบริสุทธิ์ถือเป็นเอกสารสำคัญการปล่อยตัวนักโทษเด็ดขาดที่พ้นโทษ เป็นหลักฐานแสดงให้เห็นว่าผู้นั้นได้รับการปล่อยตัวถูกต้องตามกฎหมาย ทั้งยังใช้ในการปลดรายชื่อออกจากทะเบียนประวัติอาชญากรที่มีผลต่อการเดินทางไปต่างประเทศอีกด้วย ทั้งนี้ เมื่อเสร็จสิ้นทั้งกระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการตามมาตรา 21 และได้รับใบบริสุทธิ์เรียบร้อยแล้ว อดีตนายกรัฐมนตรีจึงจะได้รับการนัดหมายประสานงานเข้าพบเจ้าหน้าที่คุมประพฤติ สำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 1 เพื่อรับการปลดกำไล EM คืนสู่อิสรภาพ