
พบหลักฐานใหม่! ทวี พา กมลศักดิ์ ร้อง กมธ.กฎหมายฯ จี้สาวตัวผู้บงการลอบยิง
วันพฤหัสบดี ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 16.18 น.
“ทวี”พา”กมลศักดิ์”ร้อง กมธ.กฎหมายฯ จี้สาวตัวผู้บงการลอบยิง หลังพบหลักฐานใหม่ “ปืน”เป็นของหน่วยงานรัฐ แต่คดีไม่คืบ เจ้าตัวรับไม่สบายใจ หวั่นเรื่องนี้ถูกตัดตอน
4 มิถุนายน 2569 ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการกฎหมาย ยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ที่มี นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เป็นประธาน ในวาระการพิจารณาศึกษาและติดตามตรวจสอบการอำนวยความยุติธรรม กรณีคนร้ายใช้อาวุธปืนลอบยิง นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ และผู้ติดตาม
โดยก่อนการประชุม พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ ในฐานะกรรมาธิการและที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการกฎหมายฯ ให้สัมภาษณ์ว่า ทางนายกมลศักดิ์ได้ยื่นเรื่องต่อกรรมาธิการกฎหมายฯ ซึ่งมั่นใจว่าการดำเนินคดีปัจจุบันนี้เกรงว่าจะสาวไม่ถึงผู้บงการ ทาง กมธ.จึงเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาซักถาม
โดยประเด็นที่ได้รับการร้องเรียน คือ จากข้อมูลที่ได้รับมา วัตถุพยานที่เจ้าหน้าที่ระบุว่าปืนนี้เป็นปืนเถื่อน แต่ตอนหลังทราบว่าปืนนี้เป็นของจ่าในกองทัพเรือ และปรากฏข้อมูลว่าปืนมีการถูกทำลายและชำรุด ทราบว่าจากการพิสูจน์ของตำรวจ พบว่าปืนมีรอยถูกแก้ไข จึงสงสัยว่า ปืนของราชการที่มีความเสียหายทำไมถึงยังถูกนำมาใช้ยิงนายกมลศักดิ์ และทราบว่ามีการทำลายเยอะอีกด้วย
ดังนั้น หากมีหลักฐานว่าเป็นปืนที่มอบให้กองทัพไปแต่ไม่ทราบว่าจำหน่ายไปที่ไหน จึงถือโอกาสเชิญผู้เกี่ยวข้องมาเพื่อซักถาม เนื่องจากเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนใต้ และเรามั่นใจว่าเจ้าหน้าที่รัฐต้องธำรงไว้ภายใต้กฎหมาย และต้องมีการพิสูจน์ว่าปืนอีกกระบอกมาจากไหน เพราะนายกมลศักดิ์มีความกังวล
ด้าน นายกมลศักดิ์ ระบุว่า สิ่งที่ตนมาร้องต่อกรรมาธิการกฎหมายฯ สาเหตุที่ต้องตามให้ถึงตัวผู้บงการ เนื่องจากผู้ถูกกล่าวหาเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ยานพาหนะที่ใช้ก็เป็นของหน่วยงานรัฐ และอาวุธปืนก็เกี่ยวข้องกับหน่วยงานรัฐ ตนจึงยิ่งไม่สบายใจ จึงมีหลายคำถามอยู่ในใจ ว่าการทำงานของฝ่ายสืบสวนสอบสวนยังไปไม่ถึงที่สุดในการหาตัวผู้บงการ ทั้งที่ลักษณะการก่อเหตุมีการวางแผนมานาน ไม่น่าจะมีแค่ผู้ก่อเหตุที่ถูกจับและแจ้งข้อกล่าวหาไปแล้ว ตนเชื่อว่ายังมีมากกว่านั้น จึงอยากฟังความชัดเจนจากการชี้แจงของหน่วยงาน
เมื่อถามถึงความคืบหน้าในคดีนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการแจ้งอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ นายกมลศักดิ์ กล่าวว่า ยังไม่คืบหน้าเลยตนจึงต้องมาร้องกรรมาธิการ โดยเฉพาะข้อมูลการติดต่อ ที่มีการประชุมวางแผนล่วงหน้ากันมาหลายเดือน ซึ่งเท่าที่ตนทราบมาข้อมูลทางโทรศัพท์ จะมีการลบอัตโนมัติภายใน 3 เดือน หากกระบวนการล่าช้าหรือไม่จริงใจก็จะไม่สามารถสาวถึงความจริงได้ เมื่อถามว่า กลัวคดีจะเงียบหรือไม่ นายกมลศักดิ์ กล่าวว่า ไม่กลัวเงียบแต่กลัวจะถูกตัดตอน