
สภาฯไฟเขียว ตั้ง 25 กมธ.วิสามัญ ติดตามตรวจสอบกู้เงิน 4 แสนล้าน
วันพฤหัสบดี ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.09 น.
“สภาฯ”ไฟเขียว ตั้ง 25 กมธ.วิสามัญ ติดตามตรวจสอบกู้เงิน 4 แสนล้าน ด้าน”อภิสิทธิ์”ซัดพุ่งเป้ากระตุ้น ศก.ระยะสั้น แต่คนไทยต้องแบกหนี้ 4 แสนล้าน
4 มิถุนายน 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาญัตติเรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาตรวจสอบการใช้จ่ายเงินกู้ตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน และสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.2569 วงเงิน 400,000 ล้านบาท เสนอโดย 3 สส.จาก 3 พรรคการเมืองฝ่ายค้าน ได้แก่ พรรคกล้าธรรม , พรรคประชาชน และพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งที่ประชุมได้พิจารณารวมไปในคราวเดียวกัน
ทั้งนี้ ภายหลังสมาชิกอภิปรายกันอย่างครบถ้วนแล้ว ตัวแทนผู้เสนอญัตติได้ลุกขึ้นกล่าวสรุป อาทิ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า สภาฯ ไม่มีโอกาสกลั่นกรองโครงการตาม พ.ร.ก.นี้แม้แต่โครงการเดียว หลังจากนี้จะได้เห็นเงินกู้เหล่านี้ไปอยู่ในงบรายจ่ายปีต่อๆ ไป เพื่อจ่ายเงินต้น ดอกเบี้ย จนแทบไม่เหลือเงินไปลงทุนพัฒนาใดๆ ฝ่ายค้านเชื่อว่าการออก พ.ร.ก.ไม่สอดคล้องเงื่อนไขรัฐธรรมนูญ เพราะเป็นวิกฤตที่รัฐบาลบริหารจัดการได้ หากแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ แต่ไปตัดสินใจกู้เงิน ให้ประชาชนมาซื้อของในราคาแพง ครบ 4 เดือนของก็แพงเหมือนเดิม แต่หนี้สาธารณะขยับเพิ่มขึ้นเกือบชนเพดาน จำเป็นต้องตรวจสอบอย่างจริงจัง และไม่แน่ใจว่า รมว.คลัง จะกล้ายืนยันหรือไม่ว่า สิ่งที่ดำเนินการ ยังเป็นไปตามหลักการที่ตั้งไว้ เพราะโครงการนี้พุ่งเป้าไปถึง 25 – 26 ล้านคน
“แม้แต่ รมว.คลัง ก็ยังลงทะเบียนใช้แอพนี้ เพื่อให้ลูกหลานไปใช้หนี้ ล่าสุดยังตัดสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐพ่อแม่ที่ลูกนำชื่อไปลดหย่อนภาษี นี่คือการพุ่งเป้าเพียงเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นใช่หรือไม่ แต่ทำให้คนไทยมีหนี้ 4 แสนล้านบาท จำเป็นต้องตั้งกรรมาธิการตรวจสอบ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
จากนั้น ที่ประชุมเห็นตรงกันให้มีการตั้ง กมธ.วิสามัญ ตรวจสอบการใช้จ่าย พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท จำนวน 25 คน กำหนดระยะเวลาพิจารณา 90 วัน และได้สั่งปิดประชุมในเวลา 16.16 น.