เพื่อไทยถอยปรับแก้ รธน. ขอเวลาคุยภายในให้ตกผลึก ยันไม่มีเสียหลักการ

เพื่อไทยถอยปรับแก้ รธน. ขอเวลาคุยภายในให้ตกผลึก ยันไม่มีเสียหลักการ

เพื่อไทยถอยปรับแก้ รธน. ขอเวลาคุยภายในให้ตกผลึก ยันไม่มีเสียหลักการ

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.17 น.

‘จุลพันธ์’ ยันไม่กระทบสัมพันธ์ หลังภูมิใจไทยถอนเชื่อหนุนร่างรัฐธรรมนูญเพื่อไทย ขอเวลาคุยภายในให้ตกผลึก พร้อมคุยภูมิใจไทย  ก่อนสรุปชงร่างฯ  ยันไม่มีเสียหลักการ มั่นใจไม่ขัดคำวินิจฉัยศาล แถมเป็นประโยชน์ เป็นประชาธิปไตยสุด

วันที่ 4 มิถุนายน 2569  ที่รัฐสภา นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึง กรณีพรรคภูมิใจไทยถอนรายชื่อสนับสนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทยที่จะยื่นต่อรัฐสภาจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรหรือไม่ ว่า ก็ต้องยอมรับว่ามีความเปลี่ยนแปลง เบื้องต้นเรามีความพร้อมที่จะยื่นร่างเข้าสู่การพิจารณา 100% เราคุยกันลงชื่อโดย 7 พรรคการเมือง แต่เมื่อพรรคภูมิใจไทยมีมติพรรคว่าจะถอนชื่อออกจากการลงชื่อสนับสนุนร่าง ด้วยความห่วงใยในบางประเด็นนั้นเราก็ต้องรับฟัง ด้วยความเคารพเพราะเป็นเอกสิทธิ์ที่จะดำเนินการได้ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติในสภาและเคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้ง แต่ยืนยันว่าไม่กระทบกับความสัมพันธ์เพราะได้รับแจ้งล่วงหน้าแล้ว

อย่างไรก็ตามเมื่อเกิดเหตุขึ้นมาแล้วสิ่งที่เราจะต้องทำมีอยู่ 2 อย่าง 1. พูดคุยกับทางพรรคภูมิใจไทยว่ามีเหตุผลและความจำเป็นและแนวความคิดที่มีประเด็นข้อห่วงใย ข้อสุ่มเสี่ยงในข้อกฎหมายมีอะไรบ้าง แล้วเราจะเดินหน้าอย่างไร 2. สมาชิกพรรคเพื่อไทยต้องมาประชุมกันซึ่งคาดว่าจะเป็นสัปดาห์หน้า ว่ามีข้อห่วงใยอย่างไรกับตัวร่างนี้ ซึ่งตนขอชี้แจงว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญสิ่งสำคัญคือความร่วมมือร่วมใจ เพราะเราก็รู้อยู่ว่ากติกาในปัจจุบันการลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญคือจะต้องมีเสียงเกินกึ่งหนึ่งของรัฐสภา และเสียง 2 ใน 3 ของสมาชิกวุฒิสภาเพราะฉะนั้นเวลามองจำนวน 30 จึงไม่ใช่แค่ 30 คนแต่มีมากกว่านั้นทั้งคงคาพยพ ดังนั้นเราต้องกลับมาทบทวนพิจารณาให้ถี่ถ้วนคงใช้เวลาอีกหลายวันข้างหน้าในการมาพูดคุยภายในเพื่อให้ตกผลึกว่าจะดำเนินการอย่างไร

เมื่อถามว่าจะเสียหลักการของพรรคหรือไม่ เพราะในบรรดาร่างที่ยื่นเข้าไปนั้นมีเพียงร่างของพรรคภูมิใจไทยเท่านั้นที่แตกต่างออกไป  นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ไม่เสียหลักการเพราะเราต้องเคารพในเสียงของประชาชน ต้องยอมรับความจริงก่อนว่า วันนี้พรรคเพื่อไทยมีแค่ 74 เสียง เราไม่สามารถลงชื่อโดยพรรคเดียวแล้วผลักดันร่างของเราได้ ในส่วนของร่างหลัก เราก็ต้องยอมรับความจริงว่าสุดท้ายว่าพรรคภูมิใจไทยมีสมาชิกมากที่สุดถึง 190 กว่าเสียงสุดท้ายก็คงต้องใช้เป็นร่างหลักในการพิจารณา เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของหลักการแต่เป็นเรื่องของสมการทางการเมือง เมื่อมีจำนวนเท่านี้ก็ต้องผลักดันไปตามที่เราได้รับความไว้วางใจมา

ย้ำว่า พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคที่ทำงานแบบหวังผล เรารับตำแหน่งทำงานในสภา และคณะรัฐมนตรีก็ขับเคลื่อนภารกิจเพื่อบรรลุเป้าหมายประโยชน์เพื่อประชาชน ชัดเจนว่าสุดท้ายเราจะสามารถขับเคลื่อนการแก้ไขรัฐธรรมนูญไปสู่การบรรลุวัตถุประสงค์ที่จะมีสภาร่างรัฐธรรมนูญ ที่มีตัวแทนเข้ามาดำเนินการยกร่าง ที่เป็นประโยชน์สูงสุดมีความเป็นประชาธิปไตยสูงสุด วันนี้เราคงยังไม่ได้ดำเนินการในการยื่น แต่หลังจากนี้จะมีการทบทวนและพูดคุยกับหลายๆ ฝ่ายสุดท้ายจะมีข้อสรุปอย่างไร เรายังมีกลไกในการทำงานอีกมากที่จะสามารถขับเคลื่อนแนวคิดของเราเข้าไปเพื่อให้ร่างรัฐธรรมนูญเป็นไปในสิ่งที่เราเชื่อมั่นว่าจะเป็นประชาธิปไตยที่สุด สามารถแก้ไขปัญหาให้กับประเทศที่สุด

เมื่อถามว่าที่มาของส.ส.ร.ควรจะเป็นไปโดยอ้อมหรือ เป็นไปตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเป๊ะๆ เลยหรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า คำวินิจฉัยของศาลเป๊ะๆ นั้นใครวินิจฉัยได้บ้าง เราไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะตอบได้ว่าอะไรคือถูก อะไรคือผิด วันนี้สิ่งที่ต้องทำคือกลับมาทบทวน พรรคเพื่อไทยขอเวลาไม่นานในการพูดคุยภายในเพื่อให้ตกผลึกก่อน รวมถึงก็ต้องคุยกับทางภาคภูมิใจไทยด้วยแต่ก็ต้องย้ำว่าไม่มีเรื่องความขัดแย้งใดๆ

“ด้วยความเคารพ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีก็ได้บอกกับผมแล้วว่า ร่างรัฐธรรมนูญนั้น ทางพรรคภูมิใจไทยมีข้อห่วงใย รวมถึงนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ก็ได้แจ้งมาก่อนแล้วว่าจะมีการประชุมพรรคภูมิใจไทย และแนวโน้มมติพรรคอาจจะออกมาเป็นเช่นไร ดังนั้นเราทราบล่วงหน้าแล้วว่าจะเกิดเหตุการณ์นี้ เมื่อเกิดแล้วเราก็ต้องรับฟัง เพราะท่านมี 190 เสียง ยังไงก็เป็นพรรคหลักในการขับเคลื่อนแก้ไขกฎหมายต่างๆ” นายจุลพันธ์กล่าว

เมื่อถามว่าจะต้องมีการปรับแก้เรื่องที่มาของส.ส.ร.ให้สอดคล้องกับร่างรัฐธรรมนูญของพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ไม่ได้จำเป็นขนาดนั้น และไม่ได้หมายความว่าเช่นนั้น ขอให้เวลาเป็นตัวตอบดีกว่า เพราะตนก็ไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะตอบได้จะต้องเป็นสิ่งซึ่งได้รับความเห็นชอบร่วมกันของสมาชิก

เมื่อถามต่อว่า มีการระบุว่า พรรคเพื่อไทยอาจจะเสียหลักการของตัวเองเพราะต้องคล้อยตามพรรคการเมืองหลักหรือไม่ นายจุลพันธ์กล่าวว่า ไม่ใช่ ยังมีข้อคิดเห็นที่แตกต่างกันอีกหลายข้อและที่สำคัญ จะเป็นร่างของใครก็ตาม การแก้ไขรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายหลักของประเทศไม่สามารถเริ่มด้วยการขัดแย้ง เราต้องสงวนจุดร่วม หาจุดที่สามารถเดินหน้าร่วมกันได้ในการขับเคลื่อนการแก้ไข แต่ถ้าเราเริ่มต้นด้วยสิ่งที่ยืนประจันหน้ากัน ตนรับประกันได้ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้สุดท้ายจะไปไม่ถึงฝั่งฝัน ฉะนั้นในจุดนี้เพื่อไทยพร้อมรับฟังทุกฝ่าย จะเห็นว่าความพยายามของพวกตนที่ผ่านมาร่างของเรา เรามีความเชื่อมั่นว่าเป็นประโยชน์สูงสุดและเป็นประชาธิปไตย โดยที่ไม่ขัดหรือแย้งกับคำวินิจฉัยของศาล แต่การเดินหน้าของเรา สิ่งที่เราทำคือการรวบรวมเสียงจากสมาชิก ไม่ว่าฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาลเพราะนี่คือสิ่งที่เราเชื่อว่าความร่วมมือร่วมใจของทุกฝ่ายเท่านั้นจึงจะสามารถผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เกิดขึ้นได้จริง

Leave a comment