รังสิมันต์ ยกทีม กมธ.หารือ รมว.ยธ. ปิดช่องโหว่ คดีลอบยิง ส.ส.กมลศักดิ์ หลังพบอาวุธโยงกองทัพ

รังสิมันต์ ยกทีม กมธ.หารือ รมว.ยธ. ปิดช่องโหว่ คดีลอบยิง ส.ส.กมลศักดิ์ หลังพบอาวุธโยงกองทัพ

รังสิมันต์ ยกทีม กมธ.หารือ รมว.ยธ. ปิดช่องโหว่ คดีลอบยิง ส.ส.กมลศักดิ์ หลังพบอาวุธโยงกองทัพ

วันศุกร์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.59 น.

“รังสิมันต์” นำทีม “กมธ.กฎหมาย“ หารือ ”รมว.ยธ.“ ปิดช่องโหว่คดีลอบยิง “สส.กมลศักดิ์” หลังพบอาวุธปืนก่อเหตุเชื่อมโยงกองทัพเรือ มองอย่าขีดเส้นเพียงเรื่องส่วนตัว ชี้ชัดคือความมั่นคงร้ายแรง พร้อมถกคดีหน่วยงานรัฐ-นักการเมืองฟ้องปิดปากประชาชนและสื่อมวลชน ลั่นรัฐต้องมีคำขอโทษต่อผู้ถูกรังแกจากขบวนการไอโอ (IO) ซัดแรง ขบวนการไอโอถือเป็นตัวบ่อนเซาะกร่อนทำลายความมั่นคงชาติ ย้ำ หากมี จนท.รัฐเอี่ยวเบื้องหลังไอโอต้องดำเนินการ พร้อมติดตามคืบหน้าคดีปราบทุนเทา- คดีกักตุนน้ำมัน

วันที่ 5 มิถุนายน 2569 เวลา 09.30 น. ที่ห้องประชุม 10-01 ชั้น 10 อาคารกระทรวงยุติธรรม ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ กระทรวงยุติธรรมให้การต้อนรับคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร นำโดย นายรังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการ นายปิยรัฐ จงเทพ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่ 1 นายศุภชัย ใจสมุทร รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่ 2 นายองอาจ วงษ์ประยูร รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่ 3 นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่ 4 นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ กรรมาธิการและที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ นายธีระ สุธีวรางกูร กรรมาธิการและที่ปรึกษาคณะกรรมา ธิการ รองศาสตราจารย์ชูศักดิ์ ศิรินิล กรรมาธิการและที่ปรึกษาคณะกรรมาธิ การ นายศิวะ พงศ์ธีระดุลย์ กรรมาธิการและที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ นายเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล โฆษกคณะกรรมาธิการ น.ส.รินทร์ลิตา อดิษะ โฆษกคณะกรรมาธิการ นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ กรรมาธิการ นายฤทธิรงค์ ภูมิสวัสดิ์ กรรมาธิการ และนายรอมฎอน ปันจอร์ เลขานุการคณะกรรมาธิการ เรื่อง การติดตามความคืบหน้าคดีอาญาที่มีความซับซ้อนและกระทบต่อผลประโยชน์ของประเทศ การส่งเสริมสิทธิการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมของประชาชนและแนวทางการแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียนของประชาชน โดยมี พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม นำคณะผู้บริหารหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงยุติธรรมให้การต้อนรับพร้อมหารือแลกเปลี่ยนข้อมูล 

โดย นายรังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการฯ เปิดเผยก่อนเข้าร่วมประชุมว่า วันนี้เรามีหลายเรื่องที่จะต้องพูดคุยหารือกับกระทรวงยุติธรรมที่กำกับดูแลอยู่ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเรื่องทุนสีเทา ปัญหาเรื่องการกักตุนน้ำมันเชื้อเพลิง และรวมถึงเรื่องล่าสุดที่วานนี้ (4 มิ.ย.69) เราได้มีการประชุมพิจารณาร่วมกันเรื่องของ สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ว่าเราจะสร้างบรรยากาศที่ทำให้เห็นการแก้ไขปัญหาอย่างแท้จริง ซึ่งกรณีของ สส.กมลศักดิ์ เรามองว่ามันเป็นเรื่องร้ายแรงเพราะว่าเป็นการลอบยิง และยังเป็นการทำลายบรรยากาศการแก้ไขปัญหาสถานการณ์บริเวณชายแดนใต้ อีกทั้งยังพบว่าปืนที่ใช้ก่อเหตุยิงนั้น ก็เป็นปืนของกองทัพเรือ และรถที่นำมาใช้ก่อเหตุก็เป็นของราชการ และผู้เกี่ยวข้องก็ดันเกี่ยวข้องกับกองทัพ

ดังนั้น หลากหลายปัจจัยเหล่านี้จึงทำให้เกิดความสงสัยว่า เรื่องนี้มันน่าจะมีมากกว่าแค่เรื่องส่วนตัวหรือไม่ และเมื่อหน่วยงานหรือคนที่อยู่ในระบบราชการยังเชื่อว่าเป็นเรื่องส่วนตัวไม่ได้เป็นเรื่องของความมั่นคงหรือมีความร้ายแรงอะไร ตนมองว่ามันเป็นการประเมินสถานการณ์ที่เบาเกินไปกว่าความเป็นจริง จึงทำให้เราต้องมาหารือกับกระทรวงยุติธรรมว่าจะเข้ามามีบทบาทอย่างไรได้บ้าง เช่น กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นอกจากนี้ ยังจะมีการหารือในเรื่องการฟ้องปิดปาก หรือ Slapp เพราะจริง ๆ กระทรวงก็มีร่างกฎหมายอยู่แล้ว ซึ่งก็ต้องหาวิธีการพูดคุยกัน เพราะเราอยากสร้างบรรยากาศให้มีการทำงานร่วมกันระหว่างรัฐสภา ก็คือในส่วนของคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร กับฝั่งของผู้ปฏิบัติ ผู้ออกนโยบาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม หวังว่าวันนี้จะเป็นการพูดคุยหารือกันเป็นไปด้วยดี ส่วนกรณีที่พี่น้องประชาชนอาจจะให้ความสำคัญก็คงจะเกี่ยวข้องกับเรื่องน้ำมันเชื้อเพลิงที่หายไป เรื่องนี้ก็จะได้ติดตามความคืบหน้าด้วย

นายรังสิมันต์ เผยอีกว่า ตนมองว่าในการประชุมวันนี้คงไม่ได้มองเพียงประเด็นใดประเด็นหนึ่งที่จะต้องได้คำตอบจากหน่วยงานภาครัฐ เพราะมองว่าทุกเรื่องมันควรที่จะได้คำตอบที่ชัดเจน เราจึงหวังว่าวันนี้มันคงจะไม่ได้คิดแค่การมาวันนี้แล้วจะต้องจบทุกปัญหา แต่ตนคิดว่าวันนี้สำคัญคือ เราอาจจะทำให้เกิดการทำงานร่วมกันที่มันราบรื่นขึ้น และในโอกาสต่อไปคณะกรรมาธิการจะได้ทำงานร่วมกับกระทรวงยุติธรรมในหลากหลายมิติมากขึ้น จึงอยากเห็นความร่วมมือระหว่างกัน ตนจึงค่อนข้างคาดหวังว่าวันนี้เรามองหาการทำงานร่วม มันอาจจะไม่ได้รวดเร็วไปทุกเรื่องเพราะมันอาจจะมีปัญหาเรื่องข้อระเบียบ แต่สำคัญก็คือว่าเราจะสร้างเจตจำนงร่วมกันระหว่างกระทรวงยุติธรรมและคณะกรรมาธิการให้เกิดขึ้นได้อย่างไร หากเรามองเห็นปัญหาคล้าย และเรามีข้อเท็จจริงหลากหลายอย่างที่ใกล้เคียงกัน คิดว่ามันน่าจะนำมาใช้แก้ปัญหาได้ ซึ่งเมื่อสักครู่นี้ก่อนการประชุมตนก็ได้พูดคุยอย่างไม่เป็นทางการกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เช่นปัญหาสแกมเมอร์ ที่ตนได้เคยตั้งกระทู้สอบถามรัฐมนตรีฯ ซึ่งรัฐมนตรีฯ ก็มีข้อมูลและได้สอบถามกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ วันนี้เป็นการที่เราเอาข้อมูลมารวมกัน อย่างน้อยจะได้หาทางออกว่าจะเป็นอย่างไรได้บ้าง อนึ่ง กรณีที่มีเจ้าหน้าที่รัฐหรือนักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องในคดีอาญา คณะกรรมาธิการก็สามารถออกหนังสือเชิญมาให้ข้อมูลได้ และเราก็ย้ำว่าเราไม่เคยหวงข้อมูลเลย ไม่ว่าจะเป็นบันทึกการประชุมต่าง ๆ อย่างไรก็ต้องถูกเผยแพร่ตามรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว ซึ่งเมื่อหน่วยงานได้มาเข้าร่วมประชุม ก็จะได้รับรู้รับทราบในส่วนที่คณะกรรมาธิการรับทราบเช่นเดียวกัน จึงมองว่าปัญหาหลายอย่างมันควรต้องเร่งแก้ไขเพราะตอนนี้ประเทศไทยก็ตกอยู่ในสถานการณ์วิกฤติ หากเรายังทำงานกันแบบเดิมมันก็จะยังวนอยู่แบบนี้ และเราก็จะเห็นการรุกคืบของทุนสีเทาอีก มองว่าทั้งสองฝ่ายมีจุดแข็งเป็นของตัวเอง ก็ต้องนำจุดแข็งเหล่านี้มารวมกันให้ได้

นายรังสิมันต์ เผยต่อว่า สำหรับกรณีที่มีขบวนการไอโอ (IO) หรือการฟ้องปิดปาก (SLAPP) สื่อมวลชน และประชาชนที่มีความเห็นต่างจากรัฐ หรือนักการเมืองนั้น ตนค่อนข้างให้ความสำคัญกับเรื่องการฟ้องปิดปากอย่างมาก เราติดตามประเด็นนี้มาตลอด วาระนี้เราจะใช้หารือในการประชุมวันนี้อย่างแน่นอน นี่คือโจทย์ที่ต้องแก้ไข แต่ก็ต้องยอมรับว่าขบวนการไอโอ (IO) ทุกวันนี้มันหนักขึ้นจริง ๆ และเราก็ได้รับการร้องเรียนจากศูนย์ทนายความมุสลิม มีการทำงานอย่างแข็งขันในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ก็ได้มีการมายื่นเรื่องร้องเรียนกับเรา ดังนั้น วันนี้เราปฏิเสธไม่ได้ว่าขบวนการไอโอเป็นสิ่งสำคัญในการบ่อนเซาะ กร่อนทำลายความมั่นคงของชาติ เพราะความมั่นคงของชาติก็คือความมั่นคงของชีวิตพี่น้องประชาชน ถ้ามีกระบวนการสร้างความเข้าใจเกิดขึ้นระหว่างพี่น้องประชาชนด้วยกัน ตนก็มองว่ามันเป็นเรื่องอันตรายและเราควรที่จะมีวิธีการแก้ไข เพราะเราก็พูดเรื่องขบวนการไอโอกันมาเยอะ แต่สิ่งที่ยังไม่มีมีการพูดถึงสักที ก็คือเราจะหยุดมันได้อย่างไร ซึ่งตนก็ไม่รู้ได้เลยว่าใครคือผู้ที่อยู่เบื้องหลังขบวนการไอโอเหล่านี้บ้าง แต่ถ้ามีหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง เราจำเป็นต้องจัดการ 

ส่วนจะต้องมีคำขอโทษหรือการชดเชยจากรัฐหรือไม่ ที่มีการละเว้นปล่อยปละละเลยให้ขบวนการไอโอยังคงมีการโจมตีชีวิตพี่น้องประชาชน ทั้งในส่วนของคนที่เห็นต่าง หรือสื่อมวลชนที่นำเสนอข่าวสารบทความนั้น ตนมองว่าเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ดี และควรที่จะใช้หารือในการประชุมวันนี้ ว่าเราจะดำเนินการอย่างไรในกรณีที่รัฐปล่อยปละละเลย ว่ารัฐจะมีคำขอโทษหรือไม่ เพราะสุดท้ายเราก็ต้องยอมรับว่าผลกระทบมันได้เกิดขึ้นแล้ว

ขณะที่ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม กล่าวเปิดการประชุมว่า กระทรวงยุติธรรมขอให้การต้อนรับคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เรารู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ซึ่งคณะกรรมาธิการก็จะได้มีโอกาสมาแลกเปลี่ยนการทำงานและพูดคุยงานกับกระทรวงยุติธรรม โดยเฉพาะกรณีที่คณะกรรมาธิการได้ให้ความสำคัญติดตามในคดีอาญาที่มีความซับซ้อนและกระทบต่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ ตลอดจนการส่งเสริมสิทธิ และการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมของประชาชน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของฝ่ายนิติบัญญัติในการร่วมกันขับเคลื่อนกระบวนการยุติธรรมของประเทศให้มีประสิทธิภาพโปร่งใสและตรงกับความคาดหวังของพี่น้องประชาชน กระทรวงยุติธรรมตระหนักดีว่าปัญหาอาชญากรรมในปัจจุบันมีความซับซ้อนมากขึ้นทั้งในมิติของอาชญากรรมข้ามชาติทางเศรษฐกิจ ตลอดจนการกระทำความผิดที่มีความเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์สาธารณะ ที่ต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย และภาคประชาชน ในการดำเนินการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด กระทรวงยุติธรรมเรามุ่งมั่นที่จะพัฒนาระบบกระบวนการยุติธรรมให้ประชาชนเข้าถึงอย่างเสมอภาค รวดเร็ว และเป็นธรรม พร้อมเร่งรัดการแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียนของประชาชนอย่างจริงจัง ควบคู่กับการพัฒนากฎหมายกลไกและความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อให้การดำเนินคดีที่มีความซับซ้อนสามารถดำเนินการไปอย่างมีประสิทธิภาพภายใต้หลักนิติธรรม ทั้งนี้ ตนเชื่อว่าการหารือในวันนี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการพัฒนานโยบายและแนวทางการดำเนินงานด้านกระบวนการยุติธรรมของประเทศ รวมทั้งสร้างความร่วมมือระหว่างคณะกรรมาธิการกับกระทรวงยุติธรรมให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

Leave a comment