
7 มิ.ย. 2569 09:52 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
อิหร่านกล่าวหาสหรัฐฯ สั่งแบนวีซ่า “สตาฟฟ์โค้ช-ผู้บริหารทีม” ก่อนลุยฟุตบอลโลก 2026
สหรัฐฯ อนุมัติวีซ่านักเตะทีมชาติอิหร่านเข้าประเทศลุยศึกฟุตบอลโลก 2026 แต่กลับสั่งปฏิเสธวีซ่าทีมสตาฟฟ์โค้ชและผู้บริหารระดับสูงเกือบยกชุด ด้านอิหร่านฉะเดือด “นำการเมืองมาแทรกแซงกีฬา” ร้องฟีฟ่าเร่งจัดการ ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยสุดเข้มงวดหลังสหรัฐฯ หวั่นผู้ก่อการร้ายแฝงตัว
ทางการสหรัฐฯ ยืนยันการอนุมัติวีซ่าให้แก่นักฟุตบอลทีมชาติอิหร่านและ “เจ้าหน้าที่สนับสนุนที่จำเป็น” เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ก่อนหน้าการแข่งขันนัดเปิดสนามของอิหร่านที่จะมีขึ้น ณ นครลอสแอนเจลิส ในวันที่ 15 มิถุนายนนี้ อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ ระบุชัดเจนว่าจะไม่อนุญาตให้มีการ “อาศัยช่องโหว่ของระบบนี้เพื่อลักลอบส่งผู้ก่อการร้ายเข้ามายังสหรัฐฯ โดยการแอบอ้าง”
ทางด้านสถานเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศตุรกี ได้ออกมาตอบโต้อย่างรุนแรง โดยกล่าวหาว่าสหรัฐฯ “แทรกแซงการกีฬาด้วยอคติทางการเมือง” หลังจากเจ้าหน้าที่บริหาร ผู้จัดการทีม และสตาฟฟ์โค้ช “จำนวนมาก” ถูกปฏิเสธวีซ่า
สื่อของรัฐบาลอิหร่านรายงานว่า มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารจำนวน 15 คน รวมถึงประธานสหพันธ์ฟุตบอลอิหร่าน รองประธาน และผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสาร ที่ถูกสั่งห้ามเดินทางเข้าประเทศสหรัฐฯ ในครั้งนี้
ปัจจุบันนักเตะอิหร่านได้ออกเดินทางจากค่ายฝึกซ้อมในตุรกีไปยังประเทศเม็กซิโก ซึ่งจะใช้เป็นฐานหลักตลอดการแข่งขัน โดยคาดว่าจะเดินทางถึงในช่วงเช้ามืดวันนี้ (7 มิ.ย.) ตามเวลาท้องถิ่น หลังจากต้องนั่งเครื่องบินยาวนานกว่า 20 ชั่วโมง
เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศเม็กซิโกเปิดเผยว่า ภายใต้เงื่อนไขวีซ่าที่สหรัฐฯ ออกให้ นักเตะทีมชาติอิหร่านจะต้องเดินทางเข้าและออกจากสหรัฐฯ ภายในวันเดียวกับที่มีโปรแกรมการแข่งขันเท่านั้น ซึ่งทางสถานทูตอิหร่านได้ออกแถลงการณ์ประณามข้อกำหนดนี้ว่าเป็นเพียง “ผักชีโรยหน้า” และชี้ว่า “นี่คือการยกระดับการเลือกปฏิบัติอย่างจงใจต่อทีมฟุตบอลทีมชาติอิหร่านขั้นสูงสุด” พร้อมทั้งเรียกร้องให้ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า เข้ามาแทรกแซงในกรณีนี้
ศึกฟุตบอลโลก 2026 ซึ่งมีสหรัฐฯ แคนาดา และเม็กซิโก เป็นเจ้าภาพร่วม จะเปิดฉากขึ้นในวันที่ 11 มิ.ย. นี้ โดยอิหร่านสามารถคว้าตั๋วผ่านเข้ารอบมาได้จากการเป็นแชมป์กลุ่มในรอบคัดเลือกตั้งแต่เดือนมีนาคม 2025 ซึ่งเป็นเวลาก่อนที่สงครามระหว่างสองประเทศจะปะทุขึ้น และนี่ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของการแข่งขันฟุตบอลโลกที่ประเทศเจ้าภาพต้องเปิดบ้านต้อนรับทีมฟุตบอลจากประเทศที่ตนเองกำลังมีสถานะสงครามด้วย
ย้อนกลับไปเมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ทีมชาติอิหร่านจำเป็นต้องย้ายแคมป์ฝึกซ้อมจากเมืองทูซอน รัฐแอริโซนา ของสหรัฐฯ ข้ามฝั่งไปยังประเทศเม็กซิโกแทน เนื่องจากปัญหาความขัดแย้งดังกล่าว
กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐฯ ปฏิเสธที่จะให้รายละเอียดเกี่ยวกับข้อจำกัดเฉพาะเจาะจงที่จะบังคับใช้กับนักเตะและคณะผู้แทนของอิหร่านในระหว่างที่อยู่ในสหรัฐฯ แต่ได้ชี้แจงว่า ทางหน่วยงานยังคงยึดมั่นในความปลอดภัยของประชาชนชาวอเมริกันและผู้เข้าร่วมชมงานฟุตบอลโลก 2026 อย่างสูงสุด โดยมีส่วนร่วมอย่างใกล้ชิดกับทุกภาคส่วนของรัฐบาลในการดูแลความปลอดภัยของเมืองเจ้าภาพทั้ง 11 เมือง รวมถึงลอสแอนเจลิส
ก่อนหน้านี้นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ได้แจ้งต่อสมาชิกรัฐสภาอย่างชัดเจนว่า คณะเดินทางของทีมฟุตบอลอิหร่านจะต้องไม่มีบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ “กองทัพพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม” (IRGC) ซึ่งเป็นกองกำลังติดอาวุธที่ทรงอิทธิพลของอิหร่าน อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่านักฟุตบอลทีมชาติอิหร่านหลายคนเคยผ่านการเกณฑ์ทหารภาคบังคับกับกองกำลังกลุ่มนี้มาก่อน
สำหรับโปรแกรมการแข่งขันในรอบแบ่งกลุ่มของทีมชาติอิหร่าน นอกจากนัดแรกที่ต้องพบกับคู่แข่งในลอสแอนเจลิสแล้ว พวกเขายังมีคิวต้องดวลแข้งกับทีมเบลเยียม ที่รัฐแคลิฟอร์เนีย และพบกับทีมอียิปต์ ที่เมืองซีแอตเทิล.
ที่มา BBC