
โพลเปิดมุมมอง 2026 คนไทยยอมรับความหลากหลายทางเพศสูง หวังรัฐใช้ เศรษฐกิจสีรุ้ง ขับเคลื่อนประเทศ
วันอาทิตย์ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 07.29 น.
7 มิถุนายน 2569 “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ส ารวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “คนไทยกับความหลากหลายทางเพศ 2026” กลุ่มตัวอย่างจ านวน 1,238 คน (ส ารวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 2-5 มิถุนายน 2569 ผลการสำรวจ พบว่า กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 67.61 รู้ว่าเดือนมิถุนายนเป็น Pride Month หรือเดือนแห่งความภาคภูมิใจของกลุ่มหลากหลายทางเพศ ขณะที่ ร้อยละ 32.39 ไม่รู้ สำหรับความคิดเห็นต่อความหลากหลายทางเพศในสังคมไทย ปัจจุบันกลุ่มตัวอย่างมองว่าคนไทยเข้าใจและยอมรับความหลากหลายทางเพศมากขึ้น ร้อยละ 79.32 เมื่อถามถึงระดับการยอมรับในสังคมรอบตัว ณ วันนี้พบว่าอยู่ในระดับมาก ร้อยละ 85.30 และเห็นว่ารัฐบาลควรผลักดันเรื่องการส่งเสริมการยอมรับและความเข้าใจในสังคมต่อไป ร้อยละ 65.27
ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า จากผลโพลสะท้อนว่าสังคมไทยก้าวสู่การยอมรับความหลากหลายทางเพศมากขึ้น ทั้งด้านทัศนคติและการใช้ชีวิตร่วมกัน โดยส่วนใหญ่เห็นว่าทุกคนควรได้รับสิทธิและโอกาสอย่างเท่าเทียมกัน ขณะเดียวกันยังคาดหวังให้ภาครัฐเดินหน้าสร้างความเข้าใจ ขยายความคุ้มครองทางกฎหมาย สะท้อนว่าความเท่าเทียมในวันนี้ไม่ได้หยุดอยู่ที่การยอมรับ แต่กำลังก้าวไปสู่การได้รับสิทธิอย่างเท่าเทียมในทางปฏิบัติ
รองศาสตราจารย์ ดร.จิรานุช โสภา ผู้ช่วยคณบดีโรงเรียนการท่องเที่ยวและการบริการ มหาวิทยาลัยสวนดุสิตอธิบายว่า ผลสำรวจสะท้อนให้เห็นว่าสังคมไทยได้ก้าวผ่านจุดที่เป็นเพียงการยอมรับไปสู่ยุคแห่งการตระหนักรู้เชิงประจักษ์และการผลักดันความเท่าเทียมอย่างเป็นรูปธรรม โดยประชาชนส่วนใหญ่ตระหนักรู้ในเทศกาล Pride Month และมองว่ากฎหมายสมรสเท่าเทียเป็นพัฒนาการที่ดีของสังคม
อย่างไรก็ตาม แม้ระดับการยอมรับในสังคมรอบตัวจะอยู่ในเกณฑ์สูงและคนไทยส่วนใหญ่เห็นว่าสังคมเข้าใจและยอมรับความหลากหลายทางเพศมากขึ้น แต่อคติทางเพศยังคงแฝงตัวอยู่ในสังคมนำมาสู่โจทย์ท้าทายที่ประชาชนส่งสัญญาณให้รัฐบาลเร่งส่งเสริมความเข้าใจในวงกว้าง พร้อมเร่งขับเคลื่อนนโยบายเชิงโครงสร้าง ทั้งการสร้างสังคมที่ปราศจากการเลือกปฏิบัติและการขยายความคุ้มครองทางกฎหมาย รากฐานเหล่านี้จะเป็นกุญแจสำคัญในการเปลี่ยนผ่านความพร้อมของสังคม ไปสู่การขับเคลื่อน “เศรษฐกิจสีรุ้ง” (Rainbow Economy) เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางการท่องเที่ยว สุขภาพ และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ให้กับประเทศได้อย่างยั่งยืน
