
‘สนธิรัตน์’ เตือนรัฐบาลอำนาจล้น จี้หยุด ‘วงจรถอนทุนทางการเมือง’ ชง 4 ข้อเสนอวางระบบปราบคอร์รัปชัน
วันอาทิตย์ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 19.00 น.
วันที่ 7 มิถุนายน 2569 นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวในหัวข้อ “หยุดวงจรถอนทุนทางการเมือง” โดยแสดงความกังวลต่อสถานการณ์การบริหารประเทศในปัจจุบัน แม้รัฐบาลจะมีเสถียรภาพสูง แต่เตือนว่าอำนาจที่เข้มแข็งต้องมาพร้อมกับการตรวจสอบที่เข้มข้น พร้อมเสนอแนวทางแก้ปัญหาทุจริตเชิงโครงสร้าง
จับตาเมกะโปรเจกต์ จี้รัฐบาลยึดหลักความโปร่งใส
นายสนธิรัตน์ระบุว่า รัฐบาลปัจจุบันมีเสถียรภาพและมีอำนาจในการขับเคลื่อนนโยบายอย่างเต็มที่ ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าจะสามารถบริหารประเทศไปได้อีกยาวนาน แต่บทเรียนจากประวัติศาสตร์การเมืองไทยสะท้อนว่า อำนาจที่เข้มแข็งยิ่งต้องมีระบบตรวจสอบที่เข้มแข็งควบคู่กันไป
สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่เรื่องของบุคคลหรือพรรคการเมืองใด แต่คือการกลับมาของ “วงจรถอนทุนทางการเมือง” โดยในช่วงที่ผ่านมา สังคมได้ตั้งคำถามต่อหลายโครงการของภาครัฐ ทั้งด้านพลังงาน โครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี และเมกะโปรเจกต์ต่างๆ ซึ่งแม้บางกรณีอาจไม่มีการกระทำผิดเกิดขึ้น แต่เมื่อเกิดข้อสงสัย รัฐบาลก็มีหน้าที่ต้องชี้แจงให้ชัดเจน เพราะความโปร่งใสคือ “หน้าที่” ไม่ใช่ภาระของผู้มีอำนาจ
ชี้ต้นตอปัญหามาจาก “ต้นทุนการเลือกตั้งที่สูงขึ้น”
นายสนธิรัตน์มองว่า ปัญหานี้ไม่ควรมองว่าเป็นความผิดของรัฐบาลชุดใดชุดหนึ่ง แต่เป็น “ปัญหาเชิงโครงสร้าง” ที่สะสมมาอย่างยาวนานในระบบการเมืองไทย เมื่อการเลือกตั้งมีต้นทุนสูงขึ้นเรื่อยๆ และการแข่งขันต้องใช้ทรัพยากรมหาศาล ความเสี่ยงที่จะเกิดแรงกดดันในการแสวงหาผลประโยชน์ทางการเมืองหลังเข้าสู่อำนาจจึงเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย
ชง 4 ข้อเสนอ ทลายวงจรถอนทุนทางการเมือง
เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหานี้อย่างเป็นรูปธรรม นายสนธิรัตน์ได้เสนอให้ประเทศไทยเดินหน้าอย่างจริงจังใน 4 เรื่องสำคัญ ได้แก่:
- เปิดเผยข้อมูล (Open Data) ข้อมูลโครงการภาครัฐต้องเปิดเผยให้ประชาชนเข้าถึงและตรวจสอบได้ง่าย
- เสริมความเข้มแข็งให้กลไกตรวจสอบ ทั้งในกลไกของรัฐสภา องค์กรอิสระ และภาคประชาชน
- คุ้มครองผู้ตรวจสอบ ต้องมีมาตรการคุ้มครองสื่อมวลชน นักวิชาการ และผู้เปิดเผยข้อมูล (Whistleblower) ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบเพื่อประโยชน์สาธารณะ
- ปฏิรูประบบการเมือง ปรับปรุงระบบการเลือกตั้งเพื่อลดต้นทุนทางการเมือง และสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรม
ย้ำแก้คอร์รัปชันคือการ “สร้างระบบ” ไม่ใช่ล้มล้างฝ่ายใด
ในช่วงท้าย นายสนธิรัตน์ทิ้งท้ายว่า ประเทศไทยไม่ได้ขาดคนดี คนเก่ง หรือผู้นำที่ตั้งใจทำงานเพื่อประชาชน แต่สิ่งที่ขาดคือ “ระบบ” ที่เอื้อให้คนดีทำงานได้เต็มที่ และสกัดกั้นไม่ให้คนแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนทำได้สำเร็จ
“การแก้ปัญหาคอร์รัปชันจึงไม่ใช่การล้มฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่คือการสร้างระบบที่ทำให้ทุกฝ่ายต้องอยู่ภายใต้กติกาเดียวกัน หากเรากลัดกระดุมเม็ดแรกของระบบการเมืองได้ถูกต้อง ประเทศไทยก็จะมีโอกาสก้าวพ้นวงจรถอนทุนทางการเมือง และเดินหน้าไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนได้อย่างแท้จริง” นายสนธิรัตน์ กล่าว
ขอบคุณภาพและข้อมูลทั้งหมดจาก Facebook : สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์