ภัณฑิล ซัดแหลกโสภณ ลั่น!สภาฯไม่ใช่ค่ายลูกเสือ จี้เร่งแก้ปัญหา ปชช.

ภัณฑิล ซัดแหลกโสภณ ลั่น!สภาฯไม่ใช่ค่ายลูกเสือ จี้เร่งแก้ปัญหา ปชช.

ภัณฑิล ซัดแหลกโสภณ ลั่น!สภาฯไม่ใช่ค่ายลูกเสือ จี้เร่งแก้ปัญหา ปชช.

วันอังคาร ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.00 น.

9 มิถุนายน 2569 ที่รัฐสภา นายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม.พรรคประชาชน แถลงถึงบทบาทการทำงานของ นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่ผ่านมาแล้ว 90 วัน ว่า ตนคงไม่วิพากษ์วิจารณ์ตรงๆ เพราะ 3 เดือนอาจจะสั้นไป แต่ได้รับเสียงสะท้อนจากเพื่อนสมาชิก ขณะที่ สส.ฝ่ายรัฐบาล อาจจะวิพากษ์วิจารณ์ประธานสภาฯลำบาก และประชาชนอาจไม่ได้ส่งเสียงสะท้อนถึงประธานสภาฯ ได้โดยตรง เพราะนายโสภณเป็นประธานสภาฯ คอยควบคุมและกำกับดูแลการประชุม แต่คงไม่ใช่คำถามว่า 90 วันแรกทำอะไรไปบ้าง เพราะเราคงเห็นตามข่าวแล้วว่านายโสภณพยายามทำหลายๆ เรื่อง ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ดี เช่น ปราบปรามยาเสพติด โดยไปทำใน จ.บุรีรัมย์ เยอะ ทั้งที่หน้าที่หลักอยู่ที่รัฐสภา และหลายคนอาจเห็นว่าประธานฯ ทำในฐานะหัวหน้าพิธีการของรัฐสภา ทั้งที่ผ่านมานายโสภณเคยบอกว่าหน้าที่ของสภาฯ คือการออกกฎหมาย ไม่ใช่แค่เป็นเหมือนฝ่ายบริหารในการทำพิธีกรรมต่างๆ

นายภัณฑิล กล่าวต่อว่า หลายเรื่องที่นายโสภณทำอาจถูกวิพากษ์วิจารณ์ เช่น ให้เข้าแถวเคารพธงชาติในเวลา 08.00 น.และเวลา 18.00 น.ซึ่งไม่แน่ใจว่าคนที่เป็น สส.จะต้องไปเคารพธงชาติด้วยหรือไม่ เรื่องการฝึกระเบียบวินัย ตนคิดว่าเราต้องทำหน้าที่ของเราให้ดีก่อน อาจส่งตำรวจสภาฯ แค่ 5 – 10 คน ไปเคารพธงชาติ หรือในสัปดาห์ที่แล้วที่จัดกิจกรรมอาสา ทำความสะอาดก็เป็นการร่วมกันทำความดีทำความสะอาด เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชินีฯ ซึ่งก็เข้าใจได้ แต่ไม่อยากให้เป็นข้ออ้างว่านายโสภณไปโหนสถาบัน แล้วไปกวาดลานอยู่หน้าอาคารรัฐสภา

“ตรงนี้ถ้าเป็นภาษาชาวบ้าน มันหาทำ เราไม่อยากไปว่าท่านว่า ท่านสาระแน ทำในเรื่องที่ไม่ใช่เรื่องของตัว เพราะแม่บ้านเราก็มีอยู่แล้ว เราจ้างแม่บ้านทำความสะอาด” นายภัณฑิล กล่าว

นายภัณฑิล กล่าวอีกว่า หน้าที่ของ สส.คือการออกคือการออกกฎหมาย ถ้าเราอยากทำหน้าที่ของเราให้ดี ขอถามว่า 90 วันแรกได้บรรจุวาระเพื่อพิจารณากฎหมายในวาระแรกแล้วกี่ฉบับ ซึ่งตอนนี้เป็นศูนย์ เข้าใจว่าเพิ่งเปิดสภาฯ มีเรื่องต่างๆ ที่ต้องทำ ไม่ว่าจะเป็นการนำกฎหมายที่ค้างจากสมัยที่แล้ว ที่รัฐบาลให้ความเห็นชอบนำกลับมาพิจารณาใหม่ หรือญัตติที่ค้างๆ อยู่เยอะขนาดไหน นายโสภณได้ไปดูหรือไม่เพราะตอนนี้มี 30 กว่าญัตติแล้ว นายโสภณเคยสัญญาว่าจะมีการประชุมเพิ่มเติมในวันศุกร์ ที่ผ่านมามีแล้วกี่ครั้ง รวมถึงการพิจารณากฎหมายรัฐธรรมนูญและร่างพระราชบัญญัติ รายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ที่จะมีการพิจารณาในปลายเดือนนี้ ก็อย่าให้ล่าช้า นายโสภณได้ขยันขันแข็งพอหรือยังในการกำกับดูแลการประชุม ไม่ใช่ 17.00 – 18.00 น.ก็ปิดประชุมแล้ว นั่งกันไม่ไหวแล้วทั้งที่สามารถมอบให้รองประธานสภาฯ ทั้ง 2 คน ทำหน้าที่แทนได้ ไปวัดกันเลยว่านายโสภณอยู่บนบัลลังก์นานเท่าไหร่ เพราะส่วนใหญ่ก็มอบให้รองประธานสภาฯ ทำหน้าที่อยู่แล้ว

“ผมไม่ได้คัดค้านการทำกิจกรรมอาสาหรือการยืนเคารพธงชาติ เพราะสิ่งเหล่านี้มีคุณค่าในตัวของมันเอง แต่ท่านให้ความสำคัญกับงานหลักเพียงพอหรือยัง สภาไม่ใช่ค่ายลูกเสือไม่ใช่สถานที่จัดพิธี เพราะสภาฯเป็นที่ออกกฎหมาย ซึ่งต้องเดินหน้า จะได้มีการประสานงานกับฝ่ายบริหารเพื่อให้รัฐมนตรีมาตอบกระทู้หรือไม่ และได้จัดลำดับความสำคัญของงานหรือไม่ เช่นรายงานที่ค้างอยู่จำนวนมาก” นายภัณฑิล กล่าว

นายภัณฑิล กล่าวว่า ตั้งแต่เปิดสภาฯ มามีการจัดประชุมไปแล้ว 19 ครั้ง มีการพิจารณากฎหมายที่ค้างจากสภาฯชุดก่อนเท่านั้น จาก 147 ฉบับ พิจารณาได้ไปแค่ 34 ฉบับเท่านั้น และมีญัตติค้างอยู่อีกมาก ดังนั้นหลังจากนี้ไป 3 – 6 เดือนข้างหน้า การประชุมสภาอยู่ตรงไหนถ้ามีอะไรที่ค้างเยอะขนาดนี้ ประชาชนและสมาชิกสภาฯมีสิทธิ์ถามว่านายโสภณจะเคลียร์งานเหล่านี้อย่างไร แต่บางเรื่องก็ทำดีเช่นการปรึกษาหารือออนไลน์

“ผมไม่ได้บอกว่าท่านไม่ทำงาน แต่หัวใจหลักของประธานสภา เห็นชัดในมุมมองของประชาชนหรือยังหรือท่านมัวแต่ไปหมกมุ่นอยู่ที่บุรีรัมย์อย่างเดียว ต้องยอมรับว่าผมอาจพูดในสิ่งที่ไม่ถูกใจประธานสภา เพราะหลายท่านคงไม่กล้าวิพากษ์วิจารณ์ตรงๆ แต่ท่านยังไม่สามารถสร้างภาพจำให้ประชาชนว่าท่านเป็นประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ ที่ขับเคลื่อนงานสภาฯผมคิดว่า 90 วัน ท่านอาจจะยังไม่สามารถส่งมอบภาพลักษณ์นี้ได้ ภาพประชาชนยังเห็นภาพพิธีกรรมและการไปอยู่บุรีรัมย์” นายภัณฑิล กล่าว

นายภัณฑิล กล่าวด้วยว่า ตนขอวิงวอนให้นายโสภณตอบประชาชนให้ได้ ในการลดงานที่ค้างอยู่และไม่ควรไปเสียเวลาเสียงบประมาณจัดพิธีกรรม เพราะเป็นภาษีของประชาชนและข้าราชการก็ปฏิเสธไม่ได้ ซึ่งไม่จำเป็นเพราะไม่ใช่แก่นสาระและหัวใจ การทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติ ลดลาบ้างเถอะงานพิธีกรรม เพราะอยากให้ประชาชนจดจำว่ารัฐสภาเป็นที่ออกกฎหมาย จริงๆ ควรจะให้มีการทำแบบสอบถามถึงความพึงพอใจ ให้กับสมาชิก สส.หรือต่อสาธารณะในโซเชียลเลย ว่าหลัง 90 วัน ภาพจำของประชาชน ที่มีต่อประธานสภาเป็นอย่างไร ตนคิดว่าน่าจะมีคนพิมพ์ว่า “บุรีรัมย์” กันมาเยอะมาก

เมื่อถามว่า ส่วนตัวให้เกรดการทำงานของประธานสภาฯ เท่าไหร่ นายภัณฑิล กล่าวว่า ตนไม่กล้าประเมิน เพราะว่านาทีนี้ยังไม่มีใครมากล้าร่วมแถลงข่าวกับตน เพราะตนอยู่ในห้องประชุมด้วยหลายครั้ง ก็มาปิดไมค์พวกตน นายโสภณก็พูดอยู่คนเดียว เดี๋ยวก็คงรอให้มาตอบ แต่ส่วนตัวคงไม่กล้าประเมิน 90 วัน ก็เหมือนทดลองงาน อาจจะเร็วไป เดี๋ยวหาว่าเข้ามาก็วิพากษ์วิจารณ์เลย

“ผมแค่เหมือนดักคอไว้ก่อน เพราะก็เข้าใจ เห็นใจท่าน แต่อีก 6 เดือน 9 เดือนข้างหน้า หรือครึ่งปีข้างหน้าก็ขอเรียกร้องให้ทำหน้าที่ของเรา เอากฎหมาย เอาญัตติเข้ามาพิจารณาเยอะๆ โดยเฉพาะความเดือดร้อนของประชาชนสมาชิกจะได้ร่วมอภิปรายกัน อย่าไปทำพิธีกรรมอะไรที่ไม่ใช่เรื่อง อย่าไปหาทำ สาระแนที่ไม่ใช่เรื่องของตัว” นายภัณฑิล กล่าว

Leave a comment