
หมอวรงค์ เตือนรัฐบาล! อย่าหลงกลกัมพูชา ชี้ประนอมภาคบังคับมีแต่เสียกับเสีย
วันอังคาร ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 07.13 น.
9 มิุถนายน 2569 นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า #คิดให้รอบคอบถ้าเข้าประนอมภาคบังคับกับกัมพูชา
กรณีที่ไทยยกเลิกmou44 และเข้าร่วมการประนอมภาคบังคับ มีข้อห่วงใยที่เสนอคุณสีหศักดิ์ ในฐานะรัฐมนตรีต่างประเทศ
1.ข้อพิพาท เรื่องเขตแดนทางทะเลและไหล่ทวีป เกิดมาตั้งแต่ปีพ.ศ 2515 และ 2516 ซึ่งเป็นข้อพิพาทที่เกิดขึ้น ก่อนที่ UNCLOS จะมีผลบังคับในปีพ.ศ.2537 รวมทั้งยังไม่มีการเจรจาทวิภาคี และปัญหาเขตแดนทางบก(เกาะกูด) ไทยเราจึงมีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธที่จะเข้าร่วม การประนอมภาคบังคับ แต่ทำไมท่านจึงเข้าร่วม
2.การที่ไทยเดินหน้าเข้าร่วม การประนอมภาคบังคับ เพื่อเดินหน้าชี้แจงว่า กัมพูชาไม่มีสิทธิ์ที่จะดำเนินการ หากผลไม่เป็นไปตามคาดหมาย ทั้งๆที่ไทยมีสิทธิ์ที่จะไม่เข้าร่วมตั้งแต่แรก เท่ากับว่า ท่านเพิ่มความเสี่ยงให้ประเทศหรือไม่ เพราะสิ่งนี้มีผลประโยชน์ของชาติมหาอำนาจแฝงด้วย การตัดสินจึงอาจไม่เป็นไปตามข้อกฏหมายก็ได้ ที่สำคัญไทยเราสามารถทำสมุดปกขาวชี้แจงนานาชาติ ถึงเหตุผลการไม่เข้าร่วม โดยที่ไม่ต้องเสี่ยงใดๆ
3.แม้ผลลัพธ์ของกระบวนการ ประนอมภาคบังคับไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย แต่ถ้ากัมพูชาได้ประโยชน์ เขาจะไปตีฆ้องร้องเปล่า ว่าไทยเราไม่เคารพผลการเจรจา ไทยเราจึงมีแต่เสียกับเสีย และเสี่ยงเป็นผู้ร้าย ซึ่งเป็นเกมที่กัมพูชาถนัด
4.ยิ่งท่าทีของกัมพูชามีความชัดเจนว่า ต้องการให้มีมาตรการชั่วคราว ในการพัฒนาพื้นที่และทรัพยากรทางทะเลร่วมกัน ในพื้นที่ทับซ้อน เท่ากับว่าการเจรจาประนอมภาคบังคับ(หากต้องเดินต่อ)ครั้งนี้คือ mou44 ที่มีต่างชาติเข้ามาเกี่ยวข้องในการเจรจา ซึ่งจะหนักกว่าการยกเลิกmou44
5.บทสรุป ถ้าไทยเราใช้สิทธิ์ที่ไม่เข้าร่วมประนอมภาคบังคับตามสิทธิ์ที่มี ไทยเราจะไม่มีอะไรเสีย เพราะบทบัญญัติใน UNCLOS ให้สิทธิ์ไทยเราปฏิเสธการเข้าร่วมเจรจา แต่ถ้าไทยเราเข้าร่วมประนอมภาคบังคับ ไทยจึงมีโอกาสเจ๊ากับเจ๊งเท่านั้น
จึงเรียนเสนอมายังท่านรัฐมนตรีสีหศักดิ์ ด้วยความห่วงใย