
10 มิ.ย. 2569 05:16 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
กองทัพสหรัฐฯ โจมตีอิหร่านรอบใหม่ อ้างตอบโต้เหตุยิงเฮลิคอปเตอร์ตก
กองทัพสหรัฐฯ เปิดเผยว่า พวกเขาเปิดฉากโจมตีเป้าหมายในอิหร่านรอบใหม่แล้ว เพื่อตอบโต้ที่อิหร่านยิงเฮลิคอปเตอร์อาปาเช่ของสหรัฐฯ จนตก
เมื่อวันอังคารที่ 9 มิ.ย. 2569 กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ หรือ เซ็นต์คอม (Centcom) เปิดเผยผ่านการโพสต์บนโซเชียลมีเดียว่า สหรัฐฯ ได้เปิดฉากโจมตีระลอกใหม่ใส่อิหร่านเมื่อช่วงค่ำวันอังคารที่ผ่านมา ไม่กี่ชั่วโมงหลังประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ออกมากล่าวหาอิหร่านว่ายิงเฮลิคอปเตอร์อาปาเช่ของสหรัฐฯ จนตก และจะมีการตอบโต้
ข้อความดังกล่าวระบุว่า การโจมตีเริ่มต้นขึ้นเมื่อเวลา 17:00 น. ตามเวลามาตรฐานฝั่งตะวันออก (EDT) และเป็นการ “ตอบโต้เหตุการณ์ที่เฮลิคอปเตอร์อาปาเช่ของกองทัพบกสหรัฐฯ ถูกยิงตกเมื่อวานนี้” บริเวณนอกชายฝั่งประเทศโอมาน โดยทางกองบัญชาการฯ อ้างว่า นี่เป็นการโจมตีเพื่อป้องกันตนเอง
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ รายหนึ่งเผยกับสำนักข่าว CNN ว่า การโจมตีระลอกใหม่นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการเตือนอิหร่าน และสหรัฐฯ เชื่อว่าการดำเนินการนี้จะไม่เป็นอุปสรรคต่อการเจรจาเพื่อยุติสงคราม ขณะที่โพสต์ของกองบัญชาการกลางอธิบายว่านี่คือ “การตอบโต้ที่ได้สัดส่วนต่อการก้าวร้าวของอิหร่านที่ไม่สมเหตุสมผล”
แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับเหตุการณ์เผยว่า โดรนรุ่นชาเฮด (Shahed) ของอิหร่านได้พุ่งชนเฮลิคอปเตอร์ของสหรัฐฯ เมื่อวันจันทร์ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ คนหนึ่งกล่าวกับ CNN ว่า ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าโดรนลำดังกล่าวตั้งใจโจมตีเครื่องอาปาเช่หรือเป็นเพียงอุบัติเหตุที่ทำให้เครื่องตก
ตามข้อความที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ระบุว่า นักบินทั้งสองคนของเฮลิคอปเตอร์ไม่ได้รับบาดเจ็บ และได้รับการช่วยเหลือโดยเรือโดรนไร้คนขับของสหรัฐฯ
ด้านนายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน ไม่ได้ยอมรับหรือปฏิเสธเรื่องการยิงเฮลิคอปเตอร์ แต่กล่าวเมื่อวันอังคารว่า กองกำลังต่างชาติที่อยู่ใกล้กับดินแดนของอิหร่านกำลังเผชิญกับ “ความเสี่ยงอยู่ตลอดเวลา เนื่องจากความผิดพลาดของมนุษย์ อุบัติเหตุทั่วไป หรือความเป็นไปได้ที่จะติดอยู่ท่ามกลางวงล้อมของการปะทะกัน”
“เพื่อลดความเสี่ยง ทางออกที่ดีที่สุดคือการที่พวกเขา [กองกำลังต่างชาติ] จะต้องออกไป” เขาโพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : cnn