
10 มิ.ย. 2569 10:51 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
ตำรวจเคนยายิงดับผู้ประท้วง ปะทะเดือดต้านศูนย์กักโรค “อีโบลา” ของสหรัฐฯ
สถานการณ์ในเคนยาทวีความตึงเครียด หลังตำรวจเปิดฉากยิงกระสุนจริงและแก๊สน้ำตาสลายการชุมนุมในเมืองนานยูกิ ส่งผลให้มีผู้ประท้วงถูกยิงเสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ศพ ระหว่างการประท้วงต่อต้านแผนการก่อสร้างศูนย์กักกันโรคอีโบลาขนาด 50 เตียงของสหรัฐฯ ขณะที่ประชาชนจำนวนมากกังวลถึงความเสี่ยงด้านสาธารณสุขและกล่าวหารัฐบาลขาดความโปร่งใส แม้ศาลมีคำสั่งระงับโครงการแล้วก็ตาม
เกิดเหตุผู้ประท้วงรายหนึ่งถูกยิงเสียชีวิตระหว่างการชุมนุมต่อต้านแผนก่อสร้างศูนย์กักกันโรคอีโบลาสำหรับชาวอเมริกันในเมืองนานยูกิ เขตไลคิเปีย ทางตอนกลางของประเทศเคนยา เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (9 มิ.ย.) ท่ามกลางการปะทะกันอย่างรุนแรงระหว่างผู้ชุมนุมและเจ้าหน้าที่ตำรวจ
พยานในที่เกิดเหตุและแกนนำการประท้วงระบุว่า ผู้เสียชีวิตถูกยิงเข้าที่ศีรษะ โดยกล่าวหาว่าตำรวจเป็นผู้ใช้อาวุธปืนยิงใส่ฝูงชน อย่างไรก็ตาม โฆษกตำรวจเคนยายังไม่ได้ยืนยันหรือแสดงความเห็นต่อข้อกล่าวหาดังกล่าว ขณะที่ผู้สื่อข่าวของสำนักข่าวรอยเตอร์ 2 คน เห็นร่างของชายผู้เสียชีวิตอยู่ด้านหลังรถตำรวจ แต่ไม่ได้เห็นเหตุการณ์ยิงโดยตรง
คณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนเคนยาแถลงว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสวมหมวกคลุมหน้าได้ใช้กระสุนจริงและจับกุมผู้ประท้วงอย่างน้อย 19 คน พร้อมกล่าวหาว่ามีการทำร้ายทั้งผู้ชุมนุมและสื่อมวลชน อย่างไรก็ตาม ข้อกล่าวหาดังกล่าวยังไม่สามารถตรวจสอบได้อย่างอิสระ
การประท้วงเกิดขึ้นเพื่อต่อต้านแผนของสหรัฐฯ ที่จะจัดตั้งศูนย์กักกันและเฝ้าระวังผู้ที่สัมผัสเชื้ออีโบลาขนาด 50 เตียง ภายในฐานทัพอากาศไลคิเปีย ใกล้เมืองนานยูกิ โดยศูนย์ดังกล่าวจะมีบุคลากรทางการแพทย์ของสหรัฐฯ ประจำการ และมีเป้าหมายเพื่อดูแลชาวอเมริกันที่อาจได้รับเชื้อจากการระบาดของอีโบลาในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกและยูกันดา
ผู้ชุมนุมจำนวนมากมองว่าสหรัฐฯ กำลังผลักภาระความเสี่ยงด้านสาธารณสุขมายังเคนยา โดยระหว่างการชุมนุมมีการโบกธงชาติ ถือป้ายประท้วง และนำไม้กางเขนสีขาวพร้อมข้อความ “Reject Ebola” หรือ “ปฏิเสธอีโบลา” มาแสดงเชิงสัญลักษณ์
นางพริสซิลลา อิมานี หนึ่งในผู้ประท้วง กล่าวว่า ภาพลักษณ์ของพื้นที่ที่ถูกเชื่อมโยงกับศูนย์กักกันโรคกำลังส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาปีนเขาเคนยาและชมแรดในเขตอนุรักษ์ พร้อมระบุว่า “ไลคิเปียไม่ใช่สถานที่ทิ้งปัญหาของคนอื่น”
ก่อนหน้านี้ ศาลสูงเคนยาได้มีคำสั่งระงับการก่อสร้างและการเปิดใช้งานศูนย์ดังกล่าวถึง 2 ครั้ง หลังมีกลุ่มสิทธิมนุษยชนยื่นฟ้อง โดยระบุว่าโครงการอาจก่อให้เกิด “ความเสี่ยงร้ายแรงและใกล้ตัว” ต่อสาธารณสุข พร้อมสั่งให้รัฐบาลเปิดเผยข้อตกลงทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับโครงการภายในหนึ่งสัปดาห์
อย่างไรก็ตาม ทนายความฝ่ายผู้คัดค้านเปิดเผยว่ากำหนดเวลาของศาลสิ้นสุดลงแล้ว แต่รัฐบาลยังไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง ขณะที่ข้อมูลจากแหล่งข่าวทางการทูตและข้อมูลการติดตามเที่ยวบินระบุว่า เครื่องบินทหารสหรัฐฯ ยังคงลำเลียงเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์เข้าสู่พื้นที่อย่างต่อเนื่อง และภาพถ่ายดาวเทียมยังแสดงให้เห็นการติดตั้งเต็นท์สีขาวจำนวนมากภายในฐานทัพ แม้จะมีคำสั่งศาลให้ระงับโครงการก็ตาม
ด้านรัฐบาลสหรัฐฯ ยืนยันว่ารับทราบการดำเนินคดีในศาลเคนยา และกำลังทำงานร่วมกับรัฐบาลเคนยาเพื่อแก้ไขข้อกังวลต่าง ๆ โดยเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุว่า เคนยาถูกเลือกเป็นที่ตั้งของศูนย์แห่งนี้เนื่องจากอยู่ใกล้พื้นที่การระบาด และสนามบินในภูมิภาคมีขีดความสามารถจำกัด ทำให้สามารถให้การรักษาชาวอเมริกันได้อย่างทันท่วงที
ปัจจุบัน สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกมีผู้ติดเชื้ออีโบลายืนยันแล้วราว 600 ราย และเสียชีวิตกว่า 100 ราย ขณะที่ยูกันดามีรายงานผู้ติดเชื้อยืนยันมากกว่า 500 ราย ส่วนเคนยายังไม่พบผู้ติดเชื้ออีโบลาแม้แต่รายเดียว.