
ฟอร์ด ปกรณ์ ลูกชายคู่กรณีคดี 70 ล้าน ยันบริสุทธิ์ใจ ไม่รู้เรื่องพ่อแอบใช้บัญชี
วันพุธ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.19 น.
กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในโลกโซเชียล! หลัง “ฟอร์ด ปกรณ์” ลูกชายคู่กรณีประเด็นเงิน 70 ล้านบาท ได้ออกมาเปิดใจในรายการ “โหนกระแส” โดย “หนุ่ม กรรชัย” ถึงกระแสสังคมที่ถาโถมเข้ามาอย่างหนัก พร้อมเคลียร์ชัดทุกข้อสงสัย ยืนยันความบริสุทธิ์ใจและไม่เคยรับรู้เรื่องเส้นทางการเงินของพ่อ
ฟอร์ด ปกรณ์ เปิดเผยในรายการโหนกระแสว่า ตอนนี้ตนเองตกใจและเครียดมากกับกระแสสังคมที่เข้ามา เนื่องจากจำนวนเงินสูงถึง 70 ล้านบาท สิ่งที่อยากชี้แจงให้ทุกคนรับรู้คือ ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเงินก้อนนี้ และไม่เคยรับรู้กระบวนการใดๆ ทั้งสิ้น
นอกจากนี้ ฟอร์ด ยังได้เล่าถึงสถานะครอบครัวที่หลายคนอาจยังไม่เคยรู้ว่า ตนเองอยู่กับย่าและป้ามาตั้งแต่เด็ก (อายุได้เพียง 3 เดือน) เนื่องจากพ่อแม่ต้องไปทำงาน เพิ่งจะได้มาใช้ชีวิตอยู่กับแม่จริงๆ ในช่วงเรียนมัธยมปลาย เมื่อเข้าเรียนมหาวิทยาลัยปี 1 ก็แยกตัวไปอยู่หอใน และทำงานส่งตัวเองเรียนมาตลอด ยอมรับว่าเคยกลับไปช่วยงานพ่อบ้างในวันเสาร์-อาทิตย์ และพอรู้ว่าพ่อมีหนี้สิน ซึ่งตนก็ช่วยใช้หนี้ให้พ่อแม่ตามกำลัง แต่ไม่เคยเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับระบบธุรกิจของพ่อ
เมื่อ หนุ่ม กรรชัย ยิงคำถามสำคัญว่า “ฟอร์ดรู้ไหมว่าพ่อเอาบัญชีชื่อฟอร์ดไปใช้ ตั้งแต่ปี 2564?”
ฟอร์ด ปกรณ์ ตอบชัด “ไม่รู้เลยครับ ถ้ามีการทำธุรกรรมหรือเงินเข้าธนาคารแบบนั้นผมต้องรู้ แต่นี่ไม่รู้เลย ผมไม่เคยเปิดบัญชีให้พ่อใช้ และหากตรวจสอบแล้วผมมีส่วนผิดใดๆ ก็ยินดีให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเต็มที่ เพราะผมบริสุทธิ์ใจ และพร้อมชี้แจงเส้นทางการเงินทั้งหมด”
ฟอร์ดยังระบุอีกว่า หลังจากเกิดเรื่องได้ติดต่อไปสอบถามพ่อแล้ว ซึ่งพ่อตอบกลับมาว่า “ไม่ต้องมายุ่ง ฟอร์ดไม่เกี่ยว เดี๋ยวให้ผู้ใหญ่เคลียร์กันเอง” นอกจากนี้ยังได้ปกป้อง “แพรรี่” โดยยืนยันว่าพี่แพรรี่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับเรื่องนี้เลย แต่ถูกนำชื่อไปโยงเอี่ยวด้วย พร้อมทิ้งท้ายว่าหากตรวจสอบแล้วพ่อผิดจริง ก็ให้ดำเนินคดีไปตามกระบวนการกฎหมาย
ด้านพิธีกรชื่อดัง หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย ได้ให้คำแนะนำและเตือนสติฟอร์ดกลางรายการอย่างตรงไปตรงมา ว่าสิ่งที่ฟอร์ดต้องรีบจัดการในตอนนี้มี 2 เรื่องสำคัญ คือ ต้องรีบไปตรวจสอบกับทุกธนาคารว่ามีบัญชีชื่อ “ปกรณ์” เปิดไว้ที่ไหนบ้าง เพราะหากพ่อเอาบัญชีไปรับเงินที่ไม่ถูกต้อง ฟอร์ดจะกลายเป็น “บัญชีม้า” และต้องรับโทษทางกฎหมายไปด้วย และต้องเร่งติดต่อพ่อให้ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงกับสังคม และเคลียร์แนวทางการเยียวยาให้กับผู้เสียหายโดยเร็วที่สุด