สภาสหรัฐฯ ไฟเขียวงบเฉียด 7 หมื่นล้านดอลลาร์ หนุน ICE-หน่วยตระเวนชายแดน

สภาสหรัฐฯ ไฟเขียวงบเฉียด 7 หมื่นล้านดอลลาร์ หนุน ICE-หน่วยตระเวนชายแดน

10 มิ.ย. 2569 12:16 น.

สภาสหรัฐฯ ไฟเขียวงบเฉียด 7 หมื่นล้านดอลลาร์ หนุน ICE-หน่วยตระเวนชายแดน

สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ลงมติผ่านร่างกฎหมายจัดสรรงบประมาณเกือบ 70,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 2.3 ล้านล้านบาท เพื่อสนับสนุนการทำงานของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรสหรัฐฯ (ICE) และหน่วยตระเวนชายแดนตลอดช่วงเวลาที่เหลือของรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ซึ่งควบคุมโดยพรรครีพับลิกัน มีมติเห็นชอบด้วยคะแนนเสียง 214 ต่อ 212 เสียง ผ่านร่างกฎหมายงบประมาณมูลค่าเกือบ 70,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.3 ล้านล้านบาท) เพื่อจัดสรรเงินทุนให้แก่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร (ICE) และหน่วยงานลาดตระเวนชายแดน

การลงมติครั้งนี้เป็นไปตามแนวทางของพรรค โดยมีผู้แทนราษฎร เควิน ไคลีย์ อดีตสมาชิกพรรครีพับลิกันที่เพิ่งเปลี่ยนสถานะเป็นนักการเมืองอิสระ แตกแถวไปลงคะแนนร่วมกับพรรคเดโมแครตเพื่อคัดค้านร่างกฎหมายนี้ อย่างไรก็ตาม คาดว่าประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ จะลงนามบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวทันที ซึ่งงบประมาณก้อนนี้จะช่วยคุ้มครองและสนับสนุนการดำเนินงานของสองหน่วยงานในสังกัดกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ ไปยาวนานถึง 3 ปี

ทำเนียบขาวเปิดเผยรายละเอียดการจัดสรรงบประมาณในร่างกฎหมายฉบับนี้ โดยแบ่งเป็นเงิน 38,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร (ICE), 26,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับหน่วยงานลาดตระเวนชายแดน และอีก 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับสำรองจ่ายในกรณีเกิดค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้คาดคิด

การอัดฉีดงบประมาณล่วงหน้าในครั้งนี้ จะช่วยให้การจัดสรรเงินของหน่วยงานมั่นคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่องไม่มีสะดุด ในขณะที่รัฐบาลของทรัมป์กำลังเดินหน้าแผนการครั้งใหญ่ในการจับกุมและเนรเทศผู้อพยพให้ได้ราว 1 ล้านคนต่อปี โดยงบก้อนนี้เป็นส่วนที่เพิ่มเติมมาจากงบประมาณเกือบ 140,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่สภาคองเกรสเคยอนุมัติให้ไปเมื่อปีที่แล้วภายใต้กฎหมายลดภาษีและงบประมาณรายจ่ายของทรัมป์

ทั้งนี้ กว่าที่ร่างกฎหมายนี้จะผ่านสภาได้ นายไมค์ จอห์นสัน ประธานสภาผู้แทนราษฎร ต้องเผชิญความท้าทายอย่างหนักในการรวบรวมเสียงสนับสนุนจากคนในพรรคให้เป็นหนึ่งเดียว เนื่องจากก่อนหน้านี้ ร่างกฎหมายดังกล่าวถูกเตะถ่วงจากประเด็นอื้อฉาวที่ทรัมป์พยายามผลักดันงบประมาณ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อรักษาความปลอดภัยในทำเนียบขาว ซึ่งรวมถึงงบสร้างห้องบอลรูมแห่งใหม่ของทรัมป์ และงบประมาณอีก 1,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อจ่ายเงินชดเชยให้แก่พันธมิตรทางการเมืองที่อ้างว่าถูกรัฐบาลตรวจสอบอย่างไม่เป็นธรรม

ข้อเสนอทั้งสองประเด็นถูกวิจารณ์ว่าเป็น “พิษร้ายทางการเมือง” ทำให้พรรครีพับลิกันตัดสินใจตัดงบสร้างห้องบอลรูมออก และปัดตกข้อแก้ไขทางกฎหมายต่าง ๆ จนท้ายที่สุดเหลือเพียงเนื้อหาที่มุ่งเน้นเรื่องการบังคับใช้กฎหมายคนเข้าเมืองอย่างบริสุทธิ์ใจ ซึ่งรีพับลิกันหวังจะใช้เป็นประเด็นหลักในการสู้ศึกเลือกตั้งกลางเทอมปีนี้

ร่างกฎหมายฉบับนี้เป็นการปิดฉากความขัดแย้งอันยาวนานในสภาคองเกรส หลังจากฝั่งเดโมแครตปฏิเสธที่จะอนุมัติงบประมาณให้กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ เพื่อประท้วงกรณีที่เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองก่อเหตุยิงชาวอเมริกัน 2 ราย คือ อเล็กซ์ เปรตติ และ เรเน กูด เสียชีวิตที่เมืองมินนีแอโพลิสเมื่อเดือนมกราคม จนนำไปสู่การปิดหน่วยงานรัฐบาลบางส่วน หรือชัตดาวน์ ยาวนานถึง 76 วัน ซึ่งถือเป็นชัตดาวน์ที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ของกระทรวงฯ ก่อนจะคลี่คลายลงชั่วคราวเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา

ฝั่งเดโมแครตพยายามยื่นเงื่อนไขปฏิรูปการทำงานของเจ้าหน้าที่ เช่น ห้ามเจ้าหน้าที่สวมหน้ากากอำพรางใบหน้า ต้องแสดงบัตรประจำตัวอย่างชัดเจนระหว่างปฏิบัติการ และต้องมีหมายค้นจากศาลก่อนเข้าสู่พื้นที่ส่วนบุคคลของประชาชน แต่การเจรจากับทำเนียบขาวล้มเหลว ทำให้พรรครีพับลิกันเลือกใช้กลไกพิเศษทางรัฐสภาในสภาสูงเมื่อสัปดาห์ก่อน เพื่อหลีกเลี่ยงการเตะถ่วงของเดโมแครต จนผ่านกฎหมายออกมาได้โดยไม่มีเงื่อนไขผูกมัดใด ๆ ควบคุมเจ้าหน้าที่.

ที่มา Reuters / Associated Press

Leave a comment