
อนุชา ลุยหนองแขม ผุดไอเดีย QR Code แผงค้า สกัดต่างด้าวแย่งอาชีพ
วันพุธ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 10.29 น.
“อนุชา”เบอร์ 5 รับฟังปัญหาชาวหนองแขม ชูแก้คลองเน่า-ดึงรถเมล์ Feeder เสริม ผุดไอเดีย”QR Code แผงค้า”สกัดต่างด้าวแย่งอาชีพ ลบคำสบประมาท”ผู้ว่าฯ คนไหนก็แก้ไม่ได้”
10 มิถุนายน 2569 หลังลงพื้นที่เขตบางบอนช่วงเช้า นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 5 มาลงพื้นที่ต่อที่ตลาดวัดหนองแขม ร่วมกับ ดร.ฮารูน มูหมัดอาลี ผู้สมัคร ส.ก.เขตหนองแขม หมายเลข 5 โดยรับฟังปัญหาจากพี่น้องประชาชนหลายด้าน ทั้งน้ำท่วมขัง คลองเน่าเสีย ระบบขนส่งมวลชนที่ไม่ครอบคลุม รวมถึงปัญหาแรงงานต่างด้าวแย่งอาชีพคนไทยค้าขาย

นายอนุชา ระบุว่า ปัญหาเร่งด่วนที่ชาวบ้านสะท้อนเป็นเสียงเดียวกันคือ “น้ำท่วมและน้ำรอระบาย” รวมถึงสภาพน้ำในคลองที่เน่าเสียและมีกลิ่นเหม็น จนไม่สามารถใช้สัญจรทางเรือหรือใช้ชีวิตริมน้ำได้ตามปกติเหมือนในอดีต โดยมีแนวทางแก้ไขคือการบูรณาการระบบระบายน้ำ เพิ่มสถานีสูบน้ำ นำเทคโนโลยีมาจัดการการไหลเวียนของน้ำคล้ายระบบจราจรอัจฉริยะ และฟื้นฟูสภาพคลองให้กลับมาใสสะอาด
นอกจากนี้ ยังพบปัญหาความยากลำบากในการเดินทาง ชาวบ้านต้องเดินทางไกลกว่า 10 กิโลเมตรเพื่อเข้าสู่ระบบขนส่งสาธารณะเส้นทางหลัก โดยนายอนุชาเตรียมผลักดัน “ระบบรถเมล์สายรอง (Feeder)” เข้ามาเสริม เพื่ออำนวยความสะดวกในการเชื่อมต่อการเดินทาง ซึ่งจะช่วยลดปริมาณยานพาหนะส่วนตัว และแก้ปัญหามลภาวะรวมถึงฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่ชานเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับปัญหาในบริเวณตลาดที่พบว่ามีแรงงานต่างด้าวเข้ามาสวมสิทธิ์ตั้งแผงค้าขาย นายอนุชาได้เสนอนโยบายจัดระเบียบผ่าน ระบบสแกน QR Code เพื่อตรวจสอบสิทธิ์ของผู้ค้าได้อย่างโปร่งใส ว่าเป็นเจ้าของสิทธิ์ตัวจริง เช่าช่วงมา หรือตั้งแผงโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาการแย่งอาชีพคนไทยได้อย่างเป็นรูปธรรม
เมื่อถูกถามถึงเสียงสะท้อนจากชาวบ้านที่มองว่า “ผู้ว่าฯ คนไหนก็แก้ปัญหาไม่ได้” นายอนุชา ยืนยันว่า ไม่ได้มองแค่การแก้ปัญหาระยะสั้นแบบขอไปที แต่มุ่งเน้นการแก้ปัญหาที่รากฐานเพื่อความยั่งยืน (เมืองฟ้าอมร) แม้บางโครงการ เช่น โรงงานกำจัดขยะ จะต้องใช้เวลาดำเนินการมากกว่า 1 วาระ (4 ปี) ก็พร้อมที่จะเริ่มต้นและผลักดันงบประมาณร่วมกับ ส.ก.ของพรรคประชาธิปัตย์

ส่วนผลโพลล์สำรวจความนิยมขณะนี้ นายอนุชา กล่าวว่า มองเป็นแรงผลักดันให้ต้องทำงานหนักขึ้น ลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์นโยบายให้ประชาชนรับทราบมากขึ้น พร้อมชูจุดแข็งของ ส.ก. พรรคประชาธิปัตย์ ที่แม้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาจะไม่มีตำแหน่ง แต่ก็ไม่เคยทิ้งพื้นที่และทำงานดูแลพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง
ในช่วงท้าย นายอนุชาได้กล่าวถึงกระแสข่าวการตรวจสอบการทำงานของผู้บริหารชุดเก่า โดยระบุว่า 1 ใน 5 นโยบายหลักของตน คือ “การบริหารที่โปร่งใสและตรวจสอบได้” ปัจจุบันเตรียมนำแพลตฟอร์มตรวจสอบของรัฐที่เคยใช้ระดับชาติมาปรับใช้กับ กทม.การหยิบยกประเด็นข้อสงสัยขึ้นมาพูดถึงไม่ใช่การโจมตี หรือดิสเครดิต แต่เป็นไปเพื่อให้ผู้ถูกกล่าวหาได้มีโอกาสชี้แจงข้อเท็จจริง ซึ่งหากตรวจสอบแล้วโปร่งใส ประชาชนก็จะได้เกิดความสบายใจและเชื่อมั่นในการบริหารงานของ กทม.ต่อไป
– 006












