กองทัพกัมพูชา เสริมเขี้ยวเล็บอาวุธจีน ท่าทีไทย ตั้งรับช้าเสียเปรียบ

กองทัพกัมพูชา เสริมเขี้ยวเล็บอาวุธจีน ท่าทีไทย ตั้งรับช้าเสียเปรียบ

10 มิ.ย. 2569 19:04 น.

กองทัพกัมพูชา เสริมเขี้ยวเล็บอาวุธจีน ท่าทีไทย ตั้งรับช้าเสียเปรียบ

กองทัพกัมพูชา เสริมเขี้ยวเล็บอาวุธจีน ท่าทีไทย ตั้งรับช้าเสียเปรียบชายแดน “รศ.ดร.ดุลยภาค” อ่านยุทธศาสตร์จีน หักไทยไม่ลง จับตา “อเมริกา” เดินเกมถ่วงดุลอำนาจ

สงครามรอบ 3 เริ่มแล้วแต่เราไม่รู้ตัว? จับตาเกมยุทธศาสตร์ชายแดนไทย-กัมพูชา เมื่อกัมพูชา ปรับแผนซุ่มเก็บรายละเอียดรอวันระเบิดศึกใหญ่ ขณะที่ จีน-สหรัฐฯ ขยับหมากเดินเกมทูตทหาร ไขรหัสลับรถถังจีนโผล่กัมพูชา แท้จริงแล้วไทยกำลังเผชิญหน้ากับอะไรกันแน่?

จากประเด็นการปะทะของไทย – กัมพูชา ที่ตึงเครียดมาตลอด ซึ่งล่าสุดจีน มีการส่งรถถังไปยังประเทศกัมพูชา ทำให้เกิดคำถามจากสังคมถึงความสัมพันธ์อย่างมหาอำนาจจีน ต่อประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ “ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์” ได้รพูดคุยกับ รศ.ดร.ดุลยภาค ปรีชารัชช นายกสมาคมภูมิภาคศึกษา และอาจารย์ประจำ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วิเคราะห์ว่า ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับกัมพูชา มีความเหนียวแน่นมานานกว่า 10 ปี ตั้งแต่สมัย ฮุนเซน เป็นผู้นำสูงสุด

โดยยุทธศาสตร์ “จตุโกณ” ของฮุนเซน เน้นในเรื่องการพัฒนาเกษตรกรรม และการโครงสร้างพื้นฐาน ก็ได้จีนเข้ามาช่วยเหลือ ซึ่งในระยะหลังมีความสัมพันธ์ไปถึงขั้นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ โดยเฉพาะการร่วมมือด้านกลาโหม รวมถึงกระทรวงการต่างประเทศ และการช่วยเหลือทางการทหาร ดังนั้นการที่จีนส่งอาวุธให้กัมพูชา ในขณะกำลังมีความขัดแย้งกับไทย จึงเป็นประเด็นที่น่าสนใจต่อสันติภาพในภูมิภาค และความเชื่อใจของไทยที่มีต่อจีน

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า การที่มีคนมองว่า จีนมอบรถถังให้กับกัมพูชา ทำไปเพื่อต้องการท่าเรือเรียม ของกัมพูชา “รศ.ดร.ดุลยภาค” ให้ความเห็นว่า จีนมองหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นแหล่งผลประโยชน์และแหล่งลงทุน โดยมองทั้ง 3 ประเทศ คือ ไทย พม่า กัมพูชา เป็นกลุ่มเดียวกัน หากไทย – กัมพูชา เกิดความขัดแย้งกัน จีนก็ต้องพยายามจะช่วยยุติความขัดแย้ง เพราะหากมีการสู้รบเกิดขึ้น การลงทุนของจีนโดยรวม เช่น โครงการ BRI หรือท่าเรือ Mega project และอีกหลายอย่างจะได้รับผลกระทบ

“สถานการณ์ตอนนี้ จีน ไม่ได้เลือกข้าง ซึ่งไม่เลือกกัมพูชา แล้วมาโจมตีไทย แต่ก็ไม่ได้เลือกไทย แล้วมากดดันกัมพูชา ดังนั้น จีนได้รักษาสัมพันธ์กับประเทศเหล่านี้ไว้ เพื่อประสานผลประโยชน์ในภาพใหญ่มากกว่า”

การตอบโต้ทางยุทธศาสตร์ของประเทศไทย จึงใช้วิธีการสร้างสมดุลมหาอำนาจ โดยไม่ได้เลือกว่าจะอยู่ข้างจีนหรือสหรัฐอเมริกา มีการรักษาสมดุลระหว่างสองมหาอำนาจ ไม่ได้มาเทน้ำหนักที่ประเทศใดประเทศหนึ่งมากจนต้องเป็นปฏิปักษ์กับอีกประเทศหนึ่ง

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า การที่ตัวแทนศจีนเข้าไปหารัฐมนตรีกลาโหมทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าท่านไม่อยู่ แล้ววันถัดมาสหรัฐเข้าไปหารัฐมนตรีกลาโหมอีก นัยยะเหล่านี้มันมีอะไรไหม?

รศ.ดร.ดุลยภาค ให้ความเห็นว่า นี่คือการถ่วงดุลอำนาจและอธิบายข้อสงสัย เพื่อให้ไทยเกิดความสบายใจ โดยมองว่าเมื่อมีข่าวว่า รถถังของจีนมาเทียบท่าของกัมพูชา ซึ่งอาจทำให้กองทัพของกัมพูชา สามารถใช้ประโยชน์ในการมาสู้รบกับไทย ดังนั้นประเทศจีน จึงต้องมาเคลียร์ให้ชัดเจน โดยเป็นหน้าที่ทางระบบของทูตทหารจีน ที่ต้องมารายงาน และชี้แจงความชัดเจนให้กับทางกระทรวงกลาโหมของไทย

ด้านท่าทีของสหรัฐอเมริกา เมื่อเห็นโอกาสเหมาะสม จึงเข้ามามาทางกลาโหมของไทย โดยสหรัฐคงมีความต้องการมากกว่าเพียงชิงจังหวะหรือสร้างโอกาส แต่เพราะทางสหรัฐ มีความตั้งใจในการจะปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งเป็นภัยคุกคามไซเบอร์ และการค้ามนุษย์ ประกอบกับเรื่องนี้มีอยู่มากในประเทศกัมพูชา จึงคิดว่าการเคลื่อนไหวของสหรัฐ ครั้งนี้น่าจะเป็นประโยชน์ต่อไทย

การปะทะรอบที่ 3 ไทย – กัมพูชา ยังมีอีกไหม?

“รศ.ดร.ดุลยภาค” มองว่า “เขารบมาหลายเดือนแล้ว แต่รายงานข่าว เราคิดว่า รอบ 3 จะมีไหม แต่ทางกัมพูชา มันมีมานานแล้ว แต่กัมพูชาค่อยๆ เก็บรายละเอียด แล้วรอเวลาเพื่อระเบิดเป็นศึกใหญ่”

เพราะที่ผ่านมา กัมพูชาละเมิดข้อตกลงจันทบุรีอย่างต่อเนื่อง ทั้งการวางระเบิด เพิ่มกำลังพล และแทรกซึมยั่วยุตามแนวชายแดน ที่มีอยู่หลายจุด ซึ่งจะเห็นได้ชัดเจนว่าทหารไทย ยังมีกำลังพลไม่เพียงพอ ในการดูแลตามแนวชายแดน ขณะที่กัมพูชาเตรียมพร้อมเพื่อระเบิดเป็นศึกใหญ่ เนื่องจากฝังใจว่าเสียดินแดนให้ไทยจากการรบครั้งก่อน

ซึ่งสถานการณ์ปัจจุบัน กองทัพไทยได้เปลี่ยนสถานะจาก “ผู้รุกทวงคืนดินแดน” มาเป็น “ผู้ตั้งรับ” ทำให้เกิดข้อกังวลทางยุทธศาสตร์ว่า หลังจากมีการผลัดเปลี่ยนกำลังพลจากที่เคยหนาแน่นในปีก่อน กำลังพลในปัจจุบันจะเพียงพอต่อการอุดช่องโหว่ตามฐานต่างๆ และเส้นทางลำเลียงหรือไม่ ในขณะที่ภูมิภาคทหารที่ 4 ของกัมพูชา มีการเติมกำลังเข้ามาตลอดจนสามารถรุกคืบตัดหน้าได้หลายจุด 

ดังนั้นถึงแม้ศักยภาพทางทหารของประเทศไทยจะเหนือกว่าประเทศกัมพูชา แต่ก็ประมาทไม่ได้และจำเป็นต้องจัดระเบียบการตั้งรับให้ประณีตและเป็นกิจจะลักษณะมากขึ้นเพื่อรองรับการปะทะครั้งใหญ่ที่กำลังจะมาถึงในอนาคต

Leave a comment