บาดแผลทางใจรักษาได้ไหม? รู้เท่าทัน 5 วิธีรับมือกับ PTSD ในชีวิตประจำวัน

บาดแผลทางใจรักษาได้ไหม? รู้เท่าทัน 5 วิธีรับมือกับ PTSD ในชีวิตประจำวัน

บาดแผลทางใจรักษาได้ไหม? รู้เท่าทัน 5 วิธีรับมือกับ PTSD ในชีวิตประจำวัน

วันพฤหัสบดี ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

หากคุณเคยเผชิญกับบาดแผลทางใจ ไม่ว่าจะมาจากวัยเด็ก ครอบครัว เพื่อน คนรัก หรือเหตุการณ์ยากลำบากในชีวิต บางครั้งความรู้สึกเหล่านั้นอาจฝังลึกอยู่ในจิตใจและร่างกาย วิธีที่เราตอบสนองต่อโลกและผู้คนรอบตัวอาจเกิดจากบาดแผลทางใจ (Trauma) โดยไม่รู้ตัว โดยแสดงออกผ่านความวิตกกังวล ความรู้สึกชาชิน ทางอารมณ์ อาการปวดตามร่างกาย หรือการหลีกเลี่ยงผู้คนและสถานการณ์บางอย่างแต่บาดแผลจากวัยเด็กที่ฝังลึกในใจสามารถเยียวยาได้หรือไม่ หรือเราทำได้เพียงแค่เรียนรู้ที่จะรับมือกับบาดแผลเหล่านี้ให้ได้เท่านั้น

ทำความเข้าใจ Trauma และ PTSD คืออะไร?                                                               

บาดแผลทางใจ (Trauma) เป็นปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกายต่อเหตุการณ์ที่ยากลำบากหรือรุนแรงเกินกว่าที่จิตใจจะรับมือได้ ซึ่งส่งผลกระทบต่อทั้งสภาพจิตใจและร่างกาย สำหรับบางคนประสบการณ์ในวัยเด็ก เช่น การถูกละเลยทางอารมณ์ ความขัดแย้งภายในครอบครัว การถูกกลั่นแกล้ง การถูกทำร้าย หรือการสูญเสีย   อาจส่งผลต่อการใช้ชีวิตในระยะยาวรวมถึงการวิธีแสดงออกในความสัมพันธ์

บาดแผลทางอารมณ์ที่ไม่รับการดูแลสามารถพัฒนาเป็นภาวะ Post-Traumatic Stress Disorder (PTSD) ได้ ซึ่งสังเกตได้จากอาการเหล่านี้ เช่น ความวิตกกังวลในการใช้ชีวิต การเห็นภาพเหตุการณ์ย้อนหลังซ้ำ ๆ  (flashbacks) การถูกกระตุ้นทางอารมณ์ได้ง่าย ความรู้สึกไม่ปลอดภัย หรือการใช้ชีวิตด้วยความระแวดระวังอยู่ตลอดเวลา

Mike Miller ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการด้านคลินิกของ Yatra Trauma Centre กล่าวว่า “บาดแผลในวัยเด็ก ประสบการณ์ที่เจ็บปวดจากความสัมพันธ์ครอบครัว เพื่อน สภาพแวดล้อมในโรงเรียน การถูกล่วงละเมิดทางเพศ ความรุนแรง การถูกละเลย และเหตุการณ์ที่สร้างความเจ็บปวดอย่างลึกซึ้ง เมื่อเวลาผ่านไปประสบการณ์เหล่านี้มักทิ้งร่องรอยทางด้านอารมณ์และร่างกาย และค่อย ๆ หล่อหลอมเราตอนโต ทั้งวิธีคิด ความรู้สึก และการใช้ชีวิตโดยเราอาจมองข้ามสาเหตุของมัน ทุกคนมีบาดแผลทางใจและมีการตอบสนองต่อ Trauma ที่แตกต่างกันไป แต่ทุกบาดแผลทางใจสามารถฟื้นฟูและเยียวยาได้ หากได้รับการสนับสนุน ความเข้าใจ ผ่านพื้นที่ปลอดภัย ผู้เชี่ยวชาญ ที่พร้อมทำความเข้าใจ และการให้เวลากับตัวเองได้เรียนรู้ประสบการณ์การเหล่านั้นตามจังหวะและเวลาของตนเอง”

5 วิธีรับมือกับอาการ PTSD เมื่อเจอสิ่งกระตุ้น (Triggers) ในชีวิตประจำวัน

1. ฝึกเทคนิคการ Grounding เทคนิค Grounding ช่วยลดอาการตื่นตระหนกหรืออึดอัดจากความกังวลที่มากเกินไป และสามารถช่วยดึงความสนใจให้เรากลับมาอยู่กับปัจจุบันได้ เพียงแค่เราลองหยุดอยู่กับตัวเองสักครู่หนึ่งแล้วสังเกตสิ่งของรอบตัว 5 อย่าง อาทิ โคมไฟ แก้วน้ำ หนังสือ หรือเสียงภายในห้อง จากนั้นกดเท้าลงกับพื้นอย่างหนักแน่น ประมาณ 10 วินาที

2. การออกกำลังกายหรือขยับร่างกาย ช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนความเครียด คลายความตึงเครียด และช่วยให้สภาวะทางอารมณ์ที่มั่นคง

3. เบี่ยงเบนความสนใจด้วยกิจกรรมที่ตนเองชอบ การฟังเพลง พูดคุยกับคนที่ไว้ใจ ทำงานอดิเรก หรือใช้เวลาอยู่ในสถานที่ที่รู้สึกปลอดภัย สามารถช่วยลดความคิดที่ถาโถมได้

4. ระบายความรู้สึกผ่านการเขียน การระบายความคิดและความรู้สึกออกมาด้วยการเขียนหรือจดบันทึก ช่วยให้คุณได้ทบทวนอารมณ์และเข้าใจสิ่งกระตุ้น (trigger) ของตัวเองได้มากขึ้น

5. ฝึกสติและเทคนิคการผ่อนคลาย การฝึกหายใจ การทำสมาธิ การฝึกสติ (mindfulness) หรือเทคนิคผ่อนคลายต่าง ๆ อาจช่วยให้ระบบประสาทสงบลงในช่วงเวลาที่ตึงเครียดได้

Trauma และ PTSD สามารถเยียวจนหายได้ หรือ เป็นสิ่งที่เราต้องรับมือไปตลอดชีวิต?

การเยียวยาและฟื้นฟูจิตใจจากบาดแผลนั้นเป็นไปได้ แต่เพียงแค่ต้องใช้เวลา และขั้นตอนของเส้นทาง          การเยียวยาอาจจะเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับแต่ละคน ในชีวิตประจำวันเราอาจบังเอิญเจอกับสิ่งกระตุ้นและทำให้อาการ PTSD ต่าง ๆ ย้อนกลับมาได้อีก แต่หากได้รับการดูแลรักษาและมีแรงสนับสนุนจากคนรอบตัว การใช้ชีวิตประจำวันพร้อมภาวะอารมณ์ที่มั่นคงได้ก็สามารถกลับมาได้อีกครั้ง

นอกจากนั้นการเยียวยาจิตใจจากภาวะเครียดหลังเหตุการณ์รุนแรง (PTSD)  ไม่ได้หมายถึงแค่การพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น แต่กระบวนการฟื้นฟูนั้นยังคงต้องพึ่งพาการบำบัดที่อิงหลักฐานเชิงประจักษ์ (evidence-based therapies) การปรับสมดุลระบบประสาท (Nervous system regulation) และการสร้างความรู้สึกปลอดภัยทางอารมณ์ (emotional safety) ควบคู่กันไปด้วย

Yatra Trauma Centre เชื่อว่าแต่ละคนนั้นมีเส้นทางการเยียวยาจิตที่แตกต่างกัน ทุกคนสมควรได้รับการดูแลด้วยความเข้าใจ ความใส่ใจเฉพาะบุคคล และตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเห็นอกเห็นใจ ทีมผู้เชี่ยวชาญของเรามุ่งมั่นที่จะช่วยให้ทุกคนฟื้นฟูตัวเองในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยพร้อมแรงสนับสนุนตลอดการเยียวยา

Yatra Trauma Centre ตั้งอยู่ที่จังหวัดกระบี่ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2565 โดย Mike Miller ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการด้านคลินิก และ Chu Miller ผู้ร่วมก่อตั้งและผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการบำบัด Trauma ที่ได้รับการรับรองทั้งในด้าน Clinical Trauma Professional, Addiction Therapy และ EMDR Specialist เป็นการบำบัดเฉพาะทางด้าน Trauma แห่งเดียวในประเทศไทยที่มอบการดูแลแบบเฉพาะบุคคลอย่างลึกซึ้ง เพื่อให้ทุกคนได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมผู้เชี่ยวชาญโดยตรง ภายใต้แนวทาง Trauma-Informed Care

Yatra ผสานการบำบัดที่อิงหลักฐานเชิงประจักษ์ (evidence-based therapies) รวมถึงการบำบัดแบบ EMDR, CBT, IFS, Bodywork, Yoga, Muay Thai และ Art Therapy เพื่อช่วยให้ผู้คนก้าวผ่านบาดแผลทางใจที่ยังไม่ได้รับการเยียวยา ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคต่อการใช้ชีวิต   มุ่งเน้นการดูแลที่เข้าใจ Trauma อย่างแท้จริง โดยให้ความสำคัญกับการค้นหาและเยียวยาสาเหตุที่แท้จริงของปัญหามากกว่าการดูแลเพียงอาการภายนอกที่เกิดขึ้น   ทั้งนี้ ข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเยี่ยมชมได้ที่ http://www.yatracentre.com

Leave a comment