มมส ชูยุทธศาสตร์ ‘เติบโตอย่างมีคุณภาพ’ ส่งเสริมศักยภาพของนิสิต ยกระดับวิชาการ

มมส ชูยุทธศาสตร์ ‘เติบโตอย่างมีคุณภาพ’ ส่งเสริมศักยภาพของนิสิต ยกระดับวิชาการ

มมส ชูยุทธศาสตร์ ‘เติบโตอย่างมีคุณภาพ’ ส่งเสริมศักยภาพของนิสิต ยกระดับวิชาการ

วันพุธ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

จากตัวเลขนิสิตจำนวนกว่า 49,851 คน ที่หลั่งไหลเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ในปีการศึกษา 2568 ไม่เพียงแต่ส่งผลให้สถาบันแห่งนี้ ก้าวขึ้นเป็นมหาวิทยาลัยที่มีจำนวนนิสิตมากที่สุดในประเทศไทย หากแต่ยังเป็นดัชนีชี้วัดสำคัญถึง “ความไว้วางใจระดับชาติ” ที่ผู้ปกครองและเยาวชนมอบให้ บทพิสูจน์นี้ได้กลายเป็นโจทย์และการสื่อสารภารกิจครั้งยิ่งใหญ่ ในการขับเคลื่อนศักยภาพการบริหารจัดการ ภายใต้ยุทธศาสตร์ “เติบโตอย่างมีคุณภาพ” เพื่อตอบคำถามสำคัญของสังคมว่า มหาวิทยาลัยจะโอบอุ้มและพัฒนาเยาวชนเกือบครึ่งแสนคนนี้ ให้เติบโตอย่างมีคุณภาพสูงสุดได้อย่างไร 

รศ.ดร.ประยุกต์ ศรีวิไล อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาสารคาม เปิดเผยว่า การเติบโตของจำนวนนิสิตไม่ได้เป็นเพียงตัวเลข แต่สะท้อนถึงภารกิจที่ยิ่งใหญ่ขึ้นของมหาวิทยาลัย เพราะมหาวิทยาลัยที่ยิ่งใหญ่ ไม่ได้วัดจากจำนวนคนที่เข้ามา แต่วัดจากคุณภาพของผู้คนที่เติบโตออกไป มมส มีความพร้อมในทุกมิติที่จะส่งเสริมศักยภาพของนิสิตทุกคนอย่างทั่วถึงและเต็มศักยภาพ ภายใต้แนวทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานด้านวิชาการ การวิจัย นวัตกรรม และคุณภาพชีวิตของผู้เรียน เพื่อก้าวสู่การเป็นมหาวิทยาลัยขนาดใหญ่ที่มีคุณภาพสูงอย่างแท้จริง  

และเพื่อให้เห็นภาพการขับเคลื่อนที่เป็นรูปธรรม มหาวิทยาลัยมหาสารคามได้วางเสาหลักแห่งความพร้อมในการพัฒนานิสิตกว่า 49,851 คน ผ่าน 3 มิติสำคัญ ดังนี้ มิติที่ 1 ความพร้อมด้านวิชาการ การศึกษาที่ตอบโจทย์อนาคต มหาวิทยาลัยมุ่งเน้นการปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมศักยภาพของนิสิตอย่างรอบด้าน ผ่านระบบการศึกษาที่ยืดหยุ่นและก้าวทันความเปลี่ยนแปลงของโลก ผ่านการพัฒนาและปรับปรุงหลักสูตรล้ำสมัย และตรงตามความต้องการของภาคอุตสาหกรรมยุคใหม่ ควบคู่ไปกับการสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ในโลกแห่งความจริง ผ่านการจัดการเรียนการสอนแบบบูรณาการกับการทำงานร่วมกับเครือข่ายสถานประกอบการและภาคธุรกิจ ทำให้นิสิตมีโอกาสฝึกฝนทักษะวิชาชีพในสภาพแวดล้อมจริงก่อนสำเร็จการศึกษา อีกทั้งยังยกระดับสู่มาตรฐานสากลด้วยการจัดสภาพแวดล้อมชั้นเรียนนานาชาติ เพื่อสนับสนุนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างนิสิตไทยและต่างชาติ หล่อหลอมทักษะการทำงานในสังคมพหุวัฒนธรรม โดยมีโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัยอย่างห้องเรียนอัจฉริยะและการนำระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาบูรณาการเพื่อช่วยลดข้อจำกัดในการเรียนรู้และเพิ่มประสิทธิภาพในการค้นคว้าวิจัยรายบุคคล 

มิติที่ 2 ความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานและคุณภาพชีวิต โดยการสร้าง “ระบบนิเวศแห่งการใช้ชีวิต” ที่อบอุ่น ปลอดภัย และเอื้อต่อการเรียนรู้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยเริ่มจากการวางระบบคมนาคมขนส่งมวลชนภายใน ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการวางโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และระบบสารสนเทศที่เชื่อมต่อทุกกิจกรรมของนิสิต พร้อมทั้งบริหารจัดการหอพัก ที่มีมาตรฐานความปลอดภัย สะอาด และสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการอยู่อาศัยร่วมกันเพื่อลดความเหลื่อมล้ำและแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง ยิ่งไปกว่านั้น มหาวิทยาลัยยังสร้างความมั่นใจด้านสุขภาวะที่เข้มแข็งด้วยบริการรักษาพยาบาลจากโรงพยาบาลสุทธาเวช ตลอดจนการจัดตั้งศูนย์ดูแลและให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิตโดยผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลใจอย่างใกล้ชิด เสริมด้วยการกระจายพื้นที่การเรียนรู้ยุคใหม่และศูนย์กีฬาครบวงจร เพื่อให้นิสิตได้ใช้เวลานอกห้องเรียนในการทำงานกลุ่ม แลกเปลี่ยนความคิดสร้างสรรค์ และออกกำลังกายเพื่อการใช้ชีวิตอย่างมีพลัง 

และ มิติที่ 3 อัตลักษณ์และระบบนิเวศแห่งความหลากหลาย ที่มหาวิทยาลัยมหาสารคามเชื่อมั่นในคุณค่าของความเป็นมนุษย์ โดยการชูจุดเด่นการผสมผสานรากเหง้าท้องถิ่นสู่การเป็นเวทีระดับสากล ผ่านการนำเสนอเอกลักษณ์และจิตวิญญาณศิลปวัฒนธรรมอีสานร่วมสมัย รวมถึงการสืบสานศาสตร์แห่งหมอลำและศิลปะการแสดงท้องถิ่น ทำให้นิสิตตระหนักในคุณค่าของตนเองและชุมชน และยังได้สร้างระบบนิเวศภายในที่เปิดกว้าง เคารพในความหลากหลายทางเพศ ความคิด และความเชื่อ ต้อนรับและสนับสนุนความแตกต่างอย่างเท่าเทียม พร้อมทั้งดำเนินงานร่วมกับชุมชนอย่างใกล้ชิดเพื่อถอดบทเรียนภูมิปัญญาพื้นบ้านมาวิจัยและพัฒนาเชื่อมโยงสู่มุมมองระดับสากล  

การก้าวเดินของ มมส ในวันนี้ จึงไม่ใช่เพียงแค่การเป็นสถาบันการศึกษาที่มีจำนวนนิสิตหนาแน่น แต่คือภาพสะท้อนของ “มหาวิทยาลัยขนาดใหญ่ คุณภาพสูง” ที่มีความพร้อมอย่างเต็มเปี่ยมในการโอบรับความฝันของเยาวชนกว่า 49,851 คน ทุกย่างก้าวในรั้วเหลือง-เทาแห่งนี้ คือพื้นที่แห่งโอกาสและการเติบโตอย่างมีศักยภาพ เพื่อร่วมสร้างสรรค์และขับเคลื่อนอนาคตของสังคมไทยให้ก้าวหน้าอย่างยั่งยืนต่อไป 

Leave a comment