
รักชนก หยันซ้ำ! รับฟังความเห็น TH-AI Passport แค่เวทีฟอกขาว
วันพฤหัสบดี ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.27 น.
“รักชนก”หยันซ้ำ! รับฟังความเห็นโครงการ”TH-AI Passport”แค่”เวทีฟอกขาว” แฉ TOR ล็อกสเปกจอบิลบอร์ดเอื้อพวกพ้อง จ่อผนึก”กมธ.กฎหมาย”เรียก”ไชยชนก”แจงสัปดาห์หน้า ขู่เดินหน้ายื่น ป.ป.ช.แน่
11 มิถุนายน 2569 ที่รัฐสภา น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงการเดินหน้าโครงการ TH-AI Passport ว่า ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ให้สัมภาษณ์แล้วว่าไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรใน TOR ได้ ตนก็งงเหมือนประชาชน ว่าในเมื่อเปลี่ยนแปลงอะไรใน TOR ไม่ได้ ทำไมจึงต้องรับฟังความเห็นและการรับฟังความเห็นควรจะเกิดก่อนที่โครงการจะตั้งลำ ตนเข้าใจว่ามีการจ่ายเงินงวดแรกแล้วแต่เพิ่งมารับฟังความเห็น ตนจึงขอตั้งข้อสังเกต ว่างานที่กำลังเกิดขึ้น ไม่ใช่การเปิดรับฟังความคิดเห็นจากคนในแวดวงไอที ผู้เชี่ยวชาญที่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือประชาชน แต่งานนี้ถูกจัดขึ้นเพื่อเป็นการฟอกขาวโครงการ คงจะมีการเชิญอินฟลูเอนเซอร์หรือชาวไอทีทั้งหลาย เข้ามารับฟังความคิดเห็น และตนเข้าใจว่าจะมีบริษัทระดับโลกที่เป็นเจ้าของโมเดล AI ด้วย
“เหล่าอินฟลูเอนเซอร์ที่เชิญมา ท่านก็คงได้วิจารณ์นิดๆหน่อยๆ และเขาก็จะบอกว่าจะเอาสิ่งนี้ไปปรับปรุง แต่อย่างที่ท่านปลัดได้ยืนยันแล้วว่าสุดท้ายไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง สุดท้ายเขาจะเอาทุกๆความเห็นไปบอกว่าได้มีการปรับปรุง หรือเปลี่ยนแนวทางที่ดีขึ้นแล้ว จะเดินหน้าโครงการนี้ต่อแล้วยิ่งมีบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกไปร่วมงาน ก็เหมือนกับเป็นการสร้างความชอบธรรมกับการเดินหน้าโครงการนี้ว่า นี่ไงคุณเห็นหรือไม่ ว่าบริษัทระดับโลกยังมาร่วมงานและพูดถึงอนาคตของ AI พูดถึงเรื่องความคุ้มค่าและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ดิฉันอยากให้ทุกคนตั้งสติ สิ่งที่ดิฉันพูดมาตลอดคือ ไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรี หรือปลัดกระทรวงพยายามจะดึงไปพูดถึงความคุ้มค่า แต่สิ่งที่พวกเราตั้งข้อสังเกต เพราะเราทุกคนรู้ดีอยู่แล้วว่า AI เป็นอนาคตของประเทศ แต่ประเด็นของโครงการนี้คือคุณล็อกสเปกโครงการทำไม ถ้ามีใครสักคนที่มีความกล้าหาญ ดิฉันก็อยากจะให้ถามท่านรัฐมนตรี หรือท่านปลัดในงานไปเลยว่า คุณล็อกสเปกโครงการทำไม” น.ส.รักชนก กล่าว
น.ส.รักชนก กล่าวต่อว่า โครงการเป็นโครงการ AI แต่ในรายละเอียดของ TOR ในส่วนประชาสัมพันธ์กลับล็อกสเปกอย่างละเอียดว่า ต้องเป็นบริษัทที่มีจอดิจิทัลหรือจอบิลบอร์ดทั่วประเทศ อยู่ในร้านสะดวกซื้อทั่วประเทศ ซึ่งมันก็มีอยู่ไม่กี่เจ้านับสองนิ้วก็ไม่เกิน ดังนั้นตนตั้งข้อสังเกตว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่ตั้งใจล็อกสเปกมาตั้งแต่เริ่ม อย่างไรก็ตามวานนี้ (10 มิ.ย.) ตนเพิ่งเปิดข้อมูลไป โดยการนำโครงการ TH-AI Passport มูลค่า 1,600 มาเทียบกับโครงการเนชานอล เครดิตแบงค์ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ภายใต้ช่วงรัฐมนตรีเป็นคนพรรคภูมิใจไทย ที่เกิดขึ้นในสมัย น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี หากไปดูแล้วจะงงเลยว่า TOR ในส่วนประชาสัมพันธ์แทบจะคัดลอกวางเปลี่ยนแค่หน่วยเท่านั้น จากคำว่า จอ เป็นคำว่า จุด ตนจึงตั้งข้อสงสัยว่าทำไมถึงลงรายละเอียดประชาสัมพันธ์ลึกขนาดนั้น ล็อกเอาไว้ถึง 3 ชั้น แล้วโครงการของกระทรวงอุดมศึกษาฯ เป็นคนละรูปแบบ ท่านก็ล็อกสเปกเอาไว้ใน TOR แบบเดียวกัน เราเลยไม่ได้มานั่งพูดกันเรื่องความคุ้มค่า จึงตั้งข้อสังเกตว่า เป็นความพยายามการที่ทำโครงการภาครัฐออกมาแล้วใส่บางส่วนไว้ใน TOR เพื่อล็อกมงคนที่มีโอกาสจะได้โครงการ
เมื่อถามว่า หลังจากนี้จะทำอย่างไรต่อ น.ส.รักชนก กล่าวว่า ตนคิดว่าเราตั้งเป้าหมายสูงที่สุดไว้ก่อน เราอยากที่จะประหยัดเงินให้กับประเทศนี้ 1,600 ล้านบาท แต่ถ้า นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จะเดินหน้าลุยไฟ ตนก็คิดว่าถ้าประเทศนี้ต้องเสียเงินไป 1,600 ล้านบาทจริงๆ นายไชยชนกก็ต้องจ่ายในราคาที่มากที่สุดด้วยความน่าเชื่อถือของท่าน
เมื่อถามว่า บริษัทที่เข้าข่ายล็อกสเปกมีกี่บริษัท น.ส.รักชนก กล่าวว่า ถ้าดูในโครงการโครงการเนชั่นแนล เครดิตแบงก์ จริงๆ มีโครงการในแพ็กเกจนี้ที่มีชื่อคล้ายกันแบบนี้ อยู่ในจักรวาลนี้อีก เดี๋ยวเราจะเปิดต่อ ซึ่งโครงการเนชั่นแนล เครดิตแบงก์ ถ้าเราไปดูในรายละเอียดจะพบว่าต้องประชาสัมพันธ์ผ่านจอที่สนามบินสุวรรณภูมิผ่านทางเข้าทางออก ตนจึงตั้งคำถามว่าทำไมจึงต้องประชาสัมพันธ์โครงการที่สนามบินสุวรรณภูมิ ทั้งที่เป็นโครงการนักศึกษา
“นักศึกษาจะไปเที่ยว แล้วเห็นโฆษณาจะมาเข้าร่วมโครงการหรืออย่างไร หรือท่านต้องการประชาสัมพันธ์ให้กับชาวต่างชาติ ให้สนใจจะได้มาเป็นนักศึกษาประเทศไทยหรืออย่างไร ถ้าไปเปิดดูอาจจะใช้ AI หาก็ได้ จะพบว่าบริษัทที่เป็นเจ้าของจอโฆษณาทั้งหมดในสนามบินสุวรรณภูมิเป็นบริษัทอะไร แล้วท่านอาจจะไปไล่ชื่อบริษัทร่วมค้า ท่านอาจจะเห็นชื่อที่มีส่วนทับซ้อนกันแน่นอน” น.ส.รักชนก กล่าว
เมื่อถามว่า น.ส.รักชนก เคยโพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก แนะนำบริษัทแพลน บี มีความเชื่อมโยงกันหรือไม่ น.ส.รักชนก กล่าวว่า ตนคิดว่าประชาชนสามารถคิดวิเคราะห์แยกแยะได้ ส่วนที่ นายภาวุธ พงษ์วิทยาภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ออกมาระบุว่า TOR สามารถขอคู่สัญญาแก้ไขได้ สัญญามันยกเลิกได้เพราะ TOR ก็เปิดช่องให้กระทรวงดิจิทัลสามารถยกเลิกโครงการได้ถ้ากระทบกับประโยชน์สาธารณะ ตนคิดว่า 1 เดือนที่ผ่านมาที่พวกเราทำงานอย่างเข้มข้นชี้ให้เห็นว่าปัญหาของโครงการนี้คืออะไร ถือว่าเข้าเงื่อนไขที่จะขอยกเลิกสัญญาได้แล้ว
เมื่อถามว่า หากขยายสัญญาให้กว้างขึ้นบริษัทขนาดกลางที่สามารถมารับงานต่อจะมีกี่บริษัท น.ส.รักชนก กล่าวว่า มีกี่บริษัทไม่ใช่ประเด็นสำคัญ แต่ประเด็นสำคัญคือต้องเปิดให้มีการแข่งขันในอุตสาหกรรมนี้ การที่ทำแบบนี้เป็นขบวนการการขโมยอนาคตของคนทั้งวงการไอที แทนที่ทุกคนจะได้แข่งขันอย่างตรงไปตรงมาเอาของที่ดีที่สุดมานำเสนอประชาชน แต่การที่คุณล็อกผู้ชนะไว้ให้กับคนในเครือข่ายของคุณ มันเป็นการขโมยความฝันและอนาคตของทุกคนในแวดวงไอที ทำให้อุตสาหกรรมนี้ไม่สามารถเติบโตได้เพราะคุณแปะป้ายเอาไว้ว่าใครคือผู้ชนะ
เมื่อถามว่า จะมีการยื่นคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หรือไม่ น.ส.รัชนก กล่าวว่า เมื่อไหร่ที่มีการเริ่มลงทะเบียน นั่นก็เป็นกำหนดการที่จะไปยื่น ป.ป.ช. ทั้งนี้ ในสัปดาห์หน้า (18 มิ.ย.69) กรรมาธิการของตน จะประชุมร่วมกับคณะกรรมาธิการการกฎหมายการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน เพื่อที่จะพิจารณาเรื่องนี้ โดยเชิญ นายไชยชนก , ปลัดกระทรวง , คณะยกร่าง TOR , ป.ป.ช. และ สตง. มาร่วมประชุมด้วย หากไม่มาจะใช้อำนาจเรียกหรือไม่นั้น คงจะพิจารณาว่าการประชุมนั้นมีประโยชน์หรือไม่
“ขอเชิญท่านรัฐมนตรี มาที่กรรมาธิการเพื่อให้เกียรติสภาและประชาชน ในการแสดงความจริงใจ” น.ส.รักชนก กล่าว