เชาว์ ท้าชน ศุภชัย ปมเขากระโดง ซัดบิดเบือนกฎหมายฟ้องปิดปาก

เชาว์ ท้าชน ศุภชัย ปมเขากระโดง ซัดบิดเบือนกฎหมายฟ้องปิดปาก

เชาว์ ท้าชน ศุภชัย ปมเขากระโดง ซัดบิดเบือนกฎหมายฟ้องปิดปาก

วันพฤหัสบดี ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 09.32 น.

“เชาว์”ท้าชน”ศุภชัย”ปมเขากระโดง ซัดบิดเบือนกฎหมายฟ้องปิดปาก ประกาศลั่นใครโดนฟ้องพร้อมว่าความให้ทั่วประเทศ

11 มิถุนายน 2569 นายเชาว์ มีขวด อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ตอบโต้กรณีที่ นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย ประกาศเตรียมดำเนินคดีแบบกราวรูดกับผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์ประเด็นข้อพิพาทที่ดินเขากระโดง โดยอ้างว่าทำให้พรรคภูมิใจไทยได้รับความเสียหาย ในมิติทางการเมือง พฤติกรรมดังกล่าวคือการตอกย้ำให้สังคมเห็นถึงสายสัมพันธ์เชิงผลประโยชน์ที่ทับซ้อนกันอย่างแยกไม่ออกระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับตระกูลชิดชอบ พร้อมเดินหน้าชำแหละข้ออ้างทางกฎหมายของนายศุภชัยอย่างละเอียด

อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า การที่นายศุภชัยอ้างว่าคำพิพากษาศาลฎีกาที่ให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ชนะคดีผู้บุกรุก 35 ราย ไม่มีผลผูกพันกับผู้ถือครองโฉนดที่ดินอีก 995 แปลง (ซึ่งรวมถึงที่ดินของตระกูลชิดชอบ) นั้น ถือเป็นการ “บิดเบือนข้อเท็จจริงและหลักกฎหมายอย่างจงใจ” พร้อมหยิบยก คำพิพากษาศาลปกครองกลาง คดีหมายเลขแดงที่ 582/2566 ซึ่งคดีถึงที่สุดแล้ว โดยศาลได้วางบรรทัดฐานไว้อย่างชัดแจ้งว่า ที่ดินเขากระโดงเนื้อที่ 5,083 ไร่เศษ เป็นกรรมสิทธิ์ของ รฟท. ตาม พ.ร.บ.จัดวางการรถไฟแลทางหลวง ร.ศ. 139 (พ.ศ. 2464) ที่ดินบริเวณนี้จึงไม่อาจนำไปออกเอกสารสิทธิให้บุคคลใดได้อีก

“ที่สำคัญ ศาลปกครองยังได้ชี้ขาดว่า อธิบดีกรมที่ดินมีอำนาจตามกฎหมายในการสั่ง “เพิกถอน” โฉนดที่ออกโดยมิชอบได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องเตะถ่วงให้ รฟท. ต้องไปไล่ฟ้องขับไล่ราษฎรทีละรายต่อศาลแต่อย่างใด”

นายเชาว์ ยังได้วิพากษ์การกระทำของนายศุภชัยว่า เป็นการใช้สถานะนักกฎหมายข่มขู่ประชาชนและสื่อมวลชนที่ตั้งคำถาม ถือเป็นการใช้กระบวนการยุติธรรมเป็นเครื่องมือในการ “ฟ้องปิดปาก” เพื่อสร้างความหวาดกลัว พฤติการณ์นี้สวนทางอย่างสิ้นเชิงกับเจตนารมณ์ของศาลยุติธรรม โดยเฉพาะคำแนะนำล่าสุดของประธานศาลฎีกา ที่เน้นย้ำถึงการป้องกันและสกัดกั้นการดำเนินคดีในลักษณะฟ้องปิดปาก เพื่อคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนในการตรวจสอบประเด็นสาธารณะ พร้อมย้ำเตือนว่า พรรคภูมิใจไทยและตระกูลชิดชอบถือเป็น “บุคคลสาธารณะ” ที่ประชาชนย่อมมีสิทธิอันชอบธรรมที่จะตั้งคำถาม ตรวจสอบ และวิพากษ์วิจารณ์ได้ตามหลัก “การติชมด้วยความเป็นธรรม”

ในตอนท้าย นายเชาว์ได้ประกาศจุดยืนท้าชนอย่างชัดเจนว่า หากมีประชาชนหรือสื่อมวลชนท่านใด ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ทวงคืนที่ดินเขากระโดงอันเป็นสมบัติของชาติ บนหลักการติชมด้วยความเป็นธรรมแล้วถูกนายศุภชัยหรือตัวแทนพรรคฟ้องร้องเพื่อหวังปิดปาก ตนยินดีที่จะเป็นทนายความว่าความให้ทั่วประเทศ

“เราจะไม่ยอมให้ใครนำกฎหมายมาเป็นเครื่องมือปิดปากคนตรวจสอบ และใครที่คิดจะฟ้องคนอื่น ก็ต้องถามตัวเองก่อนว่า มือสะอาดพอหรือยัง” นายเชาว์ กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : เคลียร์ชัดที่ดินปู่ชัย ศุภชัยยันไม่เกี่ยวคดีเขากระโดง 5,083 ไร่

Leave a comment