
ปค. แจงปม แก้พ.ร.บ.สัญชาติ ยังอยู่ขั้นรับฟังความเห็น ไร้เปิดช่อง ต่างด้าว เข้ามาเล่นการเมือง
วันอาทิตย์ ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 16.55 น.
กรมการปกครอง แจงปม แก้พ.ร.บ.สัญชาติ ยังอยู่ขั้นรับฟังความเห็น ไร้เปิดช่อง ต่างด้าว เข้ามาเล่น การเมือง ยันเกณฑ์ รัดกุม-ตั้งคณะทำงานปราบทุจริตสวมสัญชาติไทย
เมื่อวันที่ 14 มิ.ย.2569 กรมการปกครอง (ปค.) กระทรวงมหาดไทย (มท.) ออกเอกสารข่าวชี้แจงกรณีการแก้ไขกฎหมายว่าด้วยสัญชาติ “ประเด็นการได้สัญชาติไทยโดยการเกิด” มีเนื้อหาระบุว่า จากกรณีที่สื่อโซเชียลได้เสนอข่าวข้อมูลว่า รัฐบาลจะแก้กฎหมายสัญชาติอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ และเปิดช่องให้ผู้ที่ได้รับสัญชาติไทยภายใต้กฎหมายใหม่เข้ามามีบทบาททางการเมืองในอนาคตนั้น โดยกรมการปกครองยืนยันว่า ได้ดำเนินการเสนอให้มีการแก้ไขกฎหมายสัญชาติ เนื่องจากได้รับรายงานความเป็นมาและสภาพปัญหาใน 3 ประเด็น ซึ่งอยู่ระหว่างรับฟังความคิดเห็นจากระบบกลางทางกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ดังนี้ 1. การแก้ไขประเด็นการให้สัญชาติไทยตามมาตรา 7 ทวิ วรรคสอง แห่งพ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ. 2508 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐที่ต้องการแก้ไขปัญหาคนไร้รัฐ ไร้สัญชาติ “ให้ถือว่าเป็นการได้สัญชาติไทยโดยการเกิด” เพื่อให้ผู้ได้สัญชาติไทยดังกล่าวได้ใช้สิทธิในการเป็นพลเมืองไทยสมบูรณ์และเท่าเทียม ซึ่งยังเป็นข้อเสนอที่ได้รับการสนับสนุนในเชิงวิชาการจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ 19 ก.พ. 2569 โดยในชั้นของนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี (ครม.) หรือ รมว.มหาดไทย ยังไม่เคยได้ทราบเรื่องการแก้ไขกฎหมายนี้มาก่อน
2. การแก้ไขเพิ่มเติมคำว่า “หญิง” “ชายหรือหญิง” เป็นคำว่า “คน” “บุคคล” และแก้ไขเพิ่มเติม คำว่า “ภริยา หรือสามี” เป็นคำว่า “คู่สมรส” ตามลำดับ เกิดจากผลของการแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 (มักเรียกว่ากฎหมายสมรสเท่าเทียม)
3. การกำหนดสิทธิอาศัยให้กับบุคคลซึ่งเสียสัญชาติไทย ตามหมวด 2 แห่งพ.ร.บ.สัญชาติ เนื่องจากมีบุคคลสัญชาติไทยได้สละสัญชาติไทย เสียสัญชาติไทย หรือถูกถอนสัญชาติไทย เนื่องจากเหตุผลต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการไปอาศัยยังต่างประเทศ และได้สัญชาติในประเทศที่อาศัยปัจจุบัน ซึ่งพบว่าเกิดความยากลำบากในการกลับมายังประเทศไทย เพื่อเยี่ยมญาติในประเทศไทย จึงจำเป็นต้องเสนอแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้แก่ผู้ที่เคยมีสัญชาติไทย ฯลฯ
เอกสารข่าวกรมการปกครอง ชี้แจงด้วยว่า ในปัจจุบัน การเสนอแก้ไขพ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ. 2508 และที่แก้ไขเพิ่มเติม อยู่ระหว่างรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.-21 มิ.ย.2569 ซึ่งเป็นการเริ่มต้นในระยะที่ 1 ของการจัดทำร่างกฎหมายของหน่วยงาน จึงยังไม่ถึงขั้นตอนเข้าสู่การพิจารณาของรัฐบาลหรือสภาผู้แทนราษฎร ขณะเดียวกัน การพิจารณาให้สัญชาติไทยในปัจจุบันมีหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัดกุม รวมถึงกำชับให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติด้วยความละเอียดรอบคอบ อีกทั้งมีการจัดตั้งคณะทำงานต่อต้านความมั่นคงทางทะเบียน (DOPA N.I.C.E.) ในการตรวจสอบเพื่อดำเนินการทางอาญาและวินัยข้าราชการต่อเจ้าหน้าที่รัฐและบุคคลที่เกี่ยวข้องอย่างเด็ดขาดในกรณีที่พบการทุจริตให้สัญชาติไทยอย่างไม่ถูกต้อง โดยยึดหลักความมั่นคงของประเทศควบคู่กับหลักสิทธิมนุษยชน และไม่มีการแก้ไขกฎหมายเพื่อเปิดทางให้บุคคลต่างด้าวเข้ามามีบทบาททางการเมืองตามที่เป็นข่าว


