
14 มิ.ย. 2569 10:06 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
เกาหลีเหนือกร้าว ยันสถานะรัฐนิวเคลียร์ “ย้อนกลับไม่ได้”
เกาหลีเหนือออกแถลงการณ์ตอกกลับสหรัฐฯ และชาติพันธมิตร ยืนยันสถานะการเป็นประเทศผู้ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์เป็นเรื่องที่ “ไม่สามารถย้อนกลับได้” พร้อมตำหนิความพยายามกดดันให้ปลดอาวุธนิวเคลียร์ว่าเป็นเพียง “ฝันกลางวัน” ย้ำคลังแสงนิวเคลียร์คือหลักประกันความมั่นคงและสันติภาพในภูมิภาค
กระทรวงการต่างประเทศเกาหลีเหนือได้ออกแถลงการณ์ประณามต่อกรณีที่สหรัฐฯ และชาติพันธมิตร ได้แก่ เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น ได้เปิดการเจรจาร่วมกันและตอกย้ำถึงเป้าหมายในการ “ปลดอาวุธนิวเคลียร์อย่างสมบูรณ์” บนคาบสมุทรเกาหลี โดยเกาหลีเหนือระบุว่า ประเด็นเรื่องการปลดอาวุธนิวเคลียร์นั้น ถือเป็นเรื่องที่ “ยุติลงอย่างถาวรและไม่อาจย้อนกลับไปแก้ไขได้อีกแล้ว”
แถลงการณ์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ผ่านสำนักข่าวกลางเกาหลี (KCNA) โดยโฆษกกระทรวงการต่างประเทศเกาหลีเหนือ ระบุว่า “มันเป็นเรื่องที่ไร้เหตุผลและเป็นความฝันกลางวันอันเพ้อเจ้อ ที่จะมาพูดถึงการปลดอาวุธนิวเคลียร์ของอีกฝ่ายที่เป็นคู่สงคราม”
นอกจากนี้ยังระบุเสริมว่า “วาทกรรมที่ไร้ความหมายของสหรัฐฯ และกลุ่มประเทศบริวาร รวมถึงความร่วมมือในการสร้างภัยคุกคามทางนิวเคลียร์ต่อสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี จะไม่มีวันสั่นคลอนสถานะอันมั่นคงของประเทศในฐานะรัฐนิวเคลียร์ได้”
ท่าทีอันแข็งกร้าวของเกาหลีเหนือในครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากมีความเคลื่อนไหวทางการทูตของฝั่งพันธมิตรอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการประชุมกลุ่มที่ปรึกษาด้านนิวเคลียร์ (NCG) ระหว่างสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. ที่ผ่านมา รวมถึงการเจรจาป้องปรามขยายผลระหว่างสหรัฐฯ และญี่ปุ่น และการประชุมไตรภาคี ระหว่างสหรัฐฯ เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น ที่กรุงโตเกียว เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้ระบุว่า ทั้งสามประเทศได้ร่วมกันย้ำเจตนารมณ์ในการทำให้คาบสมุทรเกาหลีปลอดอาวุธนิวเคลียร์
อย่างไรก็ตาม โฆษกเกาหลีเหนือย้อนถามกลับว่า “ไม่ว่า สหรัฐฯ ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ จะพยายามบิดเบือนหรือหาข้ออ้างอย่างไร พวกเขาก็ไม่มีวันเปลี่ยนสถานะปัจจุบันของเกาหลีเหนือในฐานะรัฐที่มีอาวุธนิวเคลียร์ได้”
เกาหลีเหนือยังได้หยิบยกประเด็นที่รัฐบาลสหรัฐฯ เดินหน้าขายระบบอาวุธล้ำสมัยให้กับเกาหลีใต้และญี่ปุ่น มาเป็นเหตุผลความชอบธรรมในการเดินหน้าโครงการนิวเคลียร์ของตน โดยระบุว่า อาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือคือ “หลักประกันความมั่นคงที่แข็งแกร่ง เพื่อเสถียรภาพและสันติภาพในภูมิภาค”
ทั้งนี้ เกาหลีเหนือได้เร่งรัดและยกระดับโครงการอาวุธนิวเคลียร์อย่างรวดเร็ว นับตั้งแต่การเจรจากับสหรัฐฯ พังทลายลงในปี 2019 หลังจากการประชุมสุดยอดที่กรุงฮานอยระหว่างนายคิม จองอึน และอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จบลงโดยไม่มีข้อตกลงใดๆ ซึ่งโฆษกเกาหลีเหนือได้กล่าวทิ้งท้าย โดยคาดว่าเป็นการอ้างถึงความล้มเหลวในอดีตว่า “ไม่มีใครสามารถกู้คืน ‘การปลดอาวุธนิวเคลียร์’ ที่สูญหายไปอย่างถาวรตามกระแสของกาลเวลาได้อีกแล้ว”
นอกจากนั้น เมื่อไม่นานมานี้ นายคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ เพิ่งเปิดทำเนียบต้อนรับประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีน ที่กรุงเปียงยาง หลังจากที่ผู้นำจีนได้เสร็จสิ้นการประชุมสุดยอดร่วมกับโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ที่กรุงปักกิ่ง ซึ่งจากการรายงานของสื่อทางการของทั้งสองประเทศ พบว่าไม่มีการหยิบยกหรือกล่าวถึงประเด็น “การปลดอาวุธนิวเคลียร์” ในการหารือครั้งนี้เลยแม้แต่ครั้งเดียว ซึ่งสอดคล้องกับถ้อยแถลงก่อนหน้านี้ของ นางคิม โยจอง น้องสาวของคิม จองอึน ที่เคยประกาศว่า นโยบายด้านนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือคือ “เส้นทางที่จะไม่มีวันถอยกลับ”.