ครม.เงา จวกรัฐบาลไม่จริงใจ แก้ปัญหาราคากุ้งตกต่ำ หลังมาเลเซียแบนนำเข้า ชี้ทั้งล่าช้า ไม่ตรงจุ

ครม.เงา จวกรัฐบาลไม่จริงใจ แก้ปัญหาราคากุ้งตกต่ำ หลังมาเลเซียแบนนำเข้า ชี้ทั้งล่าช้า ไม่ตรงจุ

ครม.เงา จวกรัฐบาลไม่จริงใจ แก้ปัญหาราคากุ้งตกต่ำ หลังมาเลเซียแบนนำเข้า ชี้ทั้งล่าช้า ไม่ตรงจุ

วันจันทร์ ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 12.23 น.

ครม.เงา จวกรัฐบาลไม่จริงใจ แก้ปัญหาราคากุ้งตกต่ำ หลังมาเลเซียแบนนำเข้า ชี้ทั้งล่าช้า ไม่ตรงจุด คาดความเสียหายจริงมากกว่าข้อมูลรัฐ 10 เท่า จี้ลงพื้นที่สำรวจจริงความเสียหายจริง จัดหางบฯ หนุนเยียวยา พร้อมระบายของในประเทศ 

เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. ที่รัฐสภา นายสิทธิพล วิบูลย์ธนากุล  สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน แถลงหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีเงา (ครม.เงา) ต่อกรณีปัญหาราคากุ้งตกต่ำจากการที่มาเลเซียแบนการนำเข้าว่า สัปดาห์ที่แล้วตัวแทนเกษตรกรมาให้ข้อมูลต่อครม.เงา พรรคประชาชน ในประเด็นนี้ แต่จนถึงตอนนี้จะเห็นว่ารัฐบาลประเมินผลกระทบต่ำกว่าความเป็นจริง มาตรการต่างๆ ที่เตรียมไว้ไม่ตอบโจทย์ ไม่เท่าทันสถานการณ์ ถ้ายังปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปผลกระทบที่เกิดขึ้นเสี่ยงทำลายตลาดกุ้งไทยทั้งระบบ ดังนั้น ครม.เงาวันนี้จึงมีข้อกังวล 3 ประการ ไปยังรัฐบาล 1.ประเด็นปริมาณผู้ได้รับผลกระทบ ซึ่งรัฐน่าจะประเมินต่ำกว่าความจริงมาก ทั้งนี้กรมประมงประเมินความเสียหายเพียงเดือนละ 300-400 ตัน เฉลี่ยประมาณวันละ 10 ตัน และคาดการณ์ว่าถ้ามาเลเซียปิดด่านไป 12 เดือนความเสียหายน่าจะอยู่ที่ประมาณ 4 พันตัน แต่เกษตรกรภาคใต้ สะท้อนว่าข้อมูลผลกระทบจริงน่าจะต่างจากข้อมูลในระบบของรัฐถึง 5 หรือ 10 เท่า ดังนั้นรัฐต้องเร่งจำนวนผู้ได้รับผลกระทบจริง

2. กระทรวงพาณิชย์ชี้แจงราคากุ้งว่าราคากุ้งยังไม่ได้รับผลกระทบ เพราะไปอ้างอิงราคากุ้งภาคกลาง ไม่ได้เอาราคากุ้งที่ภาคใต้มาเป็นตัวสะท้อนผลกระทบ ทำให้ไม่สามารถสะท้อนปัญหาจริงได้ ซึ่งในการชี้แจงในกรรมาธิการพัฒนาเศรษฐกิจ มีบางตัวเลขสะท้อนว่า ราคากุ้งสูงขึ้นด้วยซ้ำ การใช้ดัชนีชี้วัดแบบนี้ ทำให้รัฐบาลไม่สามารถเตรียมการรับมือให้กับพี่น้องประชาชนได้ดีพอ ทั้งที่หน้างานหรือตัวเลขจากผู้ประกอบการ สะท้อนว่าวันนี้ราคาตกไปกิโลกรัมละ 20-50 บาทแล้วด้วย 

นายสิทธิผล กล่าวต่อว่า  3.มาตรการที่รัฐบาลเตรียมรับมือไม่ทันกับความเร่งด่วนของปัญหา ไม่เพียงพอต่อการรับมือผลกระทบจริง ซึ่งผู้ประกอบการให้ข้อมูลว่า กุ้งที่อยู่ในแพเหลือเวลาเพียง 10-15 วัน ตอนนี้ก็ผ่านมากว่าสัปดาห์แล้ว ทั้งนี้กระทรวงพาณิชย์ระบุว่ามาตรการในส่วนของต่างประเทศที่กำลังทำ เช่น จะเปิดตลาดใหม่ ๆ เจรจาการค้าใหม่ ๆ แต่ไม่มีทางทันช่วง 15 วันข้างหน้าแน่ วันนี้ต้องพึ่งพามาตรการระบายในประเทศเป็นหลัก แต่จะทำได้ก็คือปลายมิ.ย.นี้ เพราะยังขาดงบประมาณ อันนี้คือจากที่ชี้แจงในกรรมาธิการการเกษตร และมาตรการเหล่านี้เตรียมไว้เพื่อรองรับเพียง 400 ตัน ขณะ

ส่วนมาตรการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ส่วนใหญ่เตรียมรับมือในสถานการณ์ปกติ เช่น ช่วยลดต้นทุนให้เกษตรกรผ่านการทำโซลาร์เซลล์ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตการเลี้ยงผ่านการเพิ่มจุลินทรีย์ หรือจะพัฒนาระบบเลี้ยงคาร์บอนต่ำเพื่อหาตลาดใหม่ ๆ เป็นต้น แต่ไม่ใช่มาตรการรองรับสถานการณ์เฉพาะหน้าจากการที่มาเลเซียปิดด่าน มาตรการเฉพาะมีเพียงอย่างเดียวคือสนับสนุนด้านราคา เยียวยาด้านราคากิโลกรัมละ 20 บาทแต่ก็ยังไม่มีกำหนดว่าจะทำเมื่อไหร่ เพราะต้องรอ ชิมบอร์ด (Shrimp Board) หรือคณะกรรมการบริหารจัดการห่วงโซ่การผลิตกุ้งทะเลและผลิตภัณฑ์ประชุม  นี่สะท้อนถึงการไม่เอาจริงของรัฐบาลในการติดตามแก้ปัญหาให้กับเกษตรกร 

ทั้งนี้ ครม.เงา เสนอให้กระทรวงเกษตรฯ ต้องทำ อย่างน้อย 3 เรื่อง คือ เรียกประชุมชิมบอร์ด เพื่อขออนุมัติการสนับสนุนการพยุงราคากุ้งที่ 20 บาทต่อกิโลกรัม เร่งสำรวจหน้างานจริงมากกว่าใช้ตัวเลขในระบบ เพื่อทราบจำนวนผู้ได้รับผลกระทบจริง จะได้ช่วยเหลือบรรเทาได้ถูกต้องตรงจุด และต้องเร่งขอเจรจาเพื่อเปิดด่านโดยเร็วที่สุด สำหรับกระทรวงพาณิชย์ต้องจัดงบฯ ให้เพียงพอต่อการดำเนินมาตรการช่วยระบายสินค้าในประเทศ ต้องขยายปริมาณการกระจายสินค้าเพื่อรองรับปริมาณผลกระทบหรือความเสียหายจริง.

Leave a comment