รัสเซียถล่มเดือดยูเครน อารามมรดกโลกอายุเกือบ 1,000 ปีไฟไหม้ ปชช.ดับรวม 9 ศพ

รัสเซียถล่มเดือดยูเครน อารามมรดกโลกอายุเกือบ 1,000 ปีไฟไหม้ ปชช.ดับรวม 9 ศพ

15 มิ.ย. 2569 10:42 น.

รัสเซียถล่มเดือดยูเครน อารามมรดกโลกอายุเกือบ 1,000 ปีไฟไหม้ ปชช.ดับรวม 9 ศพ

ยูเครนเผชิญการโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่จากรัสเซีย คร่าชีวิตอย่างน้อย 9 คน และสร้างความเสียหายต่ออารามประวัติศาสตร์ “เคียฟ-เปเชอร์สก์ ลาฟรา” แหล่งมรดกโลกยูเนสโก ขณะที่ยูเครนตอบโต้ด้วยโดรนโจมตีพื้นที่ทางใต้ของกรุงมอสโก ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตในฝั่งรัสเซีย 3 ราย

ทางการยูเครนเปิดเผยว่า การโจมตีทางอากาศครั้งล่าสุดของรัสเซียนับเป็นครั้งที่รุนแรงที่สุดในรอบสองสัปดาห์ ส่งผลให้ในกรุงเคียฟมีผู้เสียชีวิต 4 ศพ และบาดเจ็บอีกอย่างน้อย 23 ราย แรงระเบิดและเศษซากจากการสกัดขีปนาวุธสร้างความเสียหายต่ออาคารที่พักอาศัยหลายแห่ง และทำลายสายส่งไฟฟ้า ส่งผลให้ประชาชนกว่า 140,000 คนในพื้นที่ตอนเหนือของเมืองหลวงไม่มีไฟฟ้าใช้ ประชาชนจำนวนมากต้องพากันวิ่งหนีตายลงไปหลบภัยในสถานีรถไฟใต้ดิน

เป้าหมายสำคัญที่ถูกโจมตีโดยตรงในครั้งนี้คือ “อารามเคียฟ-เปเชอร์สค์ ลาฟรา” (Kyiv-Pechersk Lavra) ซึ่งเป็นอารามเก่าแก่ที่ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1051 และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก โดยเพลิงได้ลุกไหม้อย่างรุนแรงบริเวณหลังคาของอาสนวิหารดอร์มิชัน จนเกิดเป็นช่องโหว่ขนาดใหญ่ เจ้าหน้าที่ดับเบิลยูเครนต้องระดมรถดับเพลิงกว่าสิบคันเพื่อเข้าควบคุมสถานการณ์

ทิมูร์ ทคาเชนโก หัวหน้าฝ่ายบริหารการทหารของกรุงเคียฟ และนางยูเลีย สวิริเดนโก รองนายกรัฐมนตรียูเครน ได้ออกมาประณามการโจมตีครั้งนี้ว่าเป็นอาชญากรรมต่อมนุษยชาติและประวัติศาสตร์ ขณะที่ผู้นำคริสตจักรออร์โธด็อกซ์แห่งยูเครน ได้ประณามผู้นำรัสเซียอย่างรุนแรง พร้อมเรียกร้องให้โลกตื่นตัวเพื่อยุติความป่าเถื่อนของรัสเซีย

ความตึงเครียดดังกล่าวยังส่งผลให้ประเทศเพื่อนบ้านอย่างโปแลนด์ ซึ่งเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปและนาโตต้องส่งเครื่องบินขับไล่ขึ้นบินลาดตระเวนเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับการรุกล้ำน่านฟ้า ก่อนจะยกเลิกการประกาศเตือนภัยในเวลาต่อมาหลังจากไม่พบสิ่งผิดปกติ

สถานการณ์ในภูมิภาคอื่น ๆ ของยูเครนก็วิกฤตไม่แพ้กัน นายอิฮอร์ คลีเมนโก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของยูเครน เปิดเผยว่า ที่เมืองคาร์คิฟ ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับสองของประเทศ ได้ถูกรัสเซียโจมตีซ้ำเป็นระเบิดระลอกที่สองในจุดเดิม ส่งผลให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ดับไฟเสียชีวิตทันที 5 นาย และมีผู้บาดเจ็บอีกอย่างน้อย 9 ราย

นอกจากนี้ ยังมีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บในภูมิภาคดนีโปรเปตรอฟสค์ 1 ราย และในภูมิภาคซูมี อีก 3 ราย ซึ่งรวมถึงเด็ก 1 คน

ทางด้านฝั่งรัสเซีย นายดมิทรี มิลยาเยฟ ผู้ว่าการภูมิภาคทูลา เมืองอุตสาหกรรมซึ่งอยู่ห่างจากกรุงมอสโกไปทางใต้ประมาณ 200 กิโลเมตร เปิดเผยว่า ยูเครนได้ส่งโดรนเข้ามาโจมตี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย และบาดเจ็บอีก 3 ราย ซึ่งในจำนวนผู้บาดเจ็บมีเด็กทารกวัยเพียง 1 ขวบรวมอยู่ด้วย ขณะที่นายกเทศมนตรีกรุงมอสโกรายงานว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศสามารถสกัดกั้นการโจมตีจากโดรนได้ในช่วงข้ามคืนที่ผ่านมา

ปัจจุบัน ยูเครนได้ยกระดับการโจมตีทางอากาศต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านอุตสาหกรรมและพลังงาน รวมถึงคลังน้ำมันในดินแดนรัสเซีย เพื่อตัดช่องทางการสร้างรายได้ที่นำมาใช้สนับสนุนกองทัพของรัฐบาลมอสโก อย่างไรก็ตาม ทั้งสองฝ่ายต่างปฏิเสธว่าไม่ได้มีเป้าหมายโจมตีไปที่พลเรือน

ท่ามกลางสถานการณ์สู้รบที่ดุเดือด มีรายงานว่านายโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน และนายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ได้ต่อสายตรงพูดคุยกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

ทางฝั่งยูเครนระบุว่า ได้หารือเกี่ยวกับแนวทางที่จะนำไปสู่สันติภาพโดยเร็ว ก่อนหน้าที่จะมีการประชุมกลุ่ม G7 ที่ประเทศฝรั่งเศสในสัปดาห์นี้ ขณะที่ทำเนียบเครมลินเปิดเผยว่า ทรัมป์เน้นย้ำกับปูตินว่าการยุติความขัดแย้งในยูเครนเป็นสิ่งสำคัญยิ่งและพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือ

อย่างไรก็ตาม ทางการรัสเซียระบุเพิ่มเติมว่า การหารือระหว่างปูตินและทรัมป์ยังคงมุ่งเน้นไปที่กรอบข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านในตะวันออกกลางที่เพิ่งได้ข้อสรุป และคาดว่าจะมีการลงนามอย่างเป็นทางการที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในวันศุกร์นี้ ซึ่งความคืบหน้าในตะวันออกกลางนี้ ยิ่งเน้นย้ำให้เห็นว่า กระบวนการสันติภาพในยูเครนที่ดำเนินมากว่า 4 ปีและคร่าชีวิตผู้คนไปนับแสนราย ยังคงมีความคืบหน้าที่ล่าช้ากว่ามาก.

ที่มา AFP / Reuters

Leave a comment