
15 มิ.ย. 2569 12:10 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
หนุ่มเม็กซิโกขอโทษ ทำ”ตาตี่” เหยียดเชื้อชาติอินฟลูฯ สาวเกาหลีใต้ในฟุตบอลโลก
ชายชาวเม็กซิโกออกมาขอโทษต่อสาธารณะ หลังอินฟลูเอนเซอร์สาวชาวเกาหลีใต้เปิดคลิปชายชาวเม็กซิกันคนดังกล่าวที่นั่งอยู่ด้านหลัง ที่จงใจทำท่าใช้นิ้วดึงหางตาให้ตี่เพื่อล้อเลียนและเหยียดเชื้อชาติชาวเอเชีย ก่อนหัวเราะร่าอย่างสนุกสนาน ระหว่างการแข่งขันฟุตบอลโลก ขณะที่ต้นสังกัดสั่งปลดพ้นตำแหน่งประธานสมาคมวิศวกรทันที
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างการแข่งขันฟุตบอลโลกแมตช์ระหว่างทีมชาติเกาหลีใต้พบกับทีมชาติสาธารณรัฐเช็ก ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองกัวดาลาฮารา ประเทศเม็กซิโก ซึ่งในเกมนั้นเกาหลีใต้สามารถพลิกกลับมาเอาชนะไปได้ 2-1
แต่ “ยุน ซูจิน” หรือที่รู้จักในชื่อ “Ino Cat” คอนเทนต์ครีเอเตอร์และอินฟลูเอนเซอร์สาวชาวเกาหลีใต้ที่มีผู้ติดตามบนยูทูบกว่า 6.6 ล้านคน และ TikTok อีกกว่า 2 ล้านคน เธอได้โพสต์คลิปวิดีโอบนอินสตาแกรมพร้อมแคปชันระบุว่า “คุณเดินทางข้ามโลกมาเพื่อดูฟุตบอลโลก… แต่กลับต้องมาเจอการเหยียดเชื้อชาติ…”
ในคลิปดังกล่าว ปรากฏภาพของชายคนหนึ่งซึ่งทราบชื่อภายหลังคือ นายอูลิเซส เฟอร์นันโด เบอร์นัล มิรามอนเตส (Ulises Fernando Bernal Miramontes) นั่งอยู่แถวหลังของเธอ และจงใจทำท่าเอานิ้วดึงหางตาให้เรียว ซึ่งเป็นท่าทางสากลที่สื่อถึงการดูหมิ่นและเหยียดหยามคนเชื้อสายเอเชียตะวันออกอย่างรุนแรง ก่อนที่เขาจะหัวเราะราวกับเป็นเรื่องตลก
หลังจากคลิปนี้ถูกเผยแพร่ออกไป ได้เกิดกระแสลุกฮือบนโลกออนไลน์อย่างรวดเร็ว โดยมีการกดแชร์และรีโพสต์ไปมากกว่า 120,000 ครั้ง และมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นอย่างถล่มทลายกว่า 65,000 คอมเมนต์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวเน็ต รวมถึงชาวเม็กซิกันจำนวนมากที่เข้ามาแสดงความรังเกียจต่อพฤติกรรมดังกล่าว พร้อมเขียนข้อความขอโทษแทนและย้ำว่า “ชายคนนี้ไม่ได้เป็นตัวแทนของคนเม็กซิโกทั้งหมด”
ผลพวงจากพฤติกรรมเหยียดเชื้อชาติในครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อหน้าที่การงานของนายเบอร์นัลอย่างรุนแรง โดยวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์ภูมิสารสนเทศและการสำรวจภูมิประเทศแห่งรัฐฮาลิสโก (CITGEJ) เปิดเผยกับเว็บไซต์ข่าวนิวยอร์ก โพสต์ ว่า นายเบอร์นัลได้ถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งประธานสมาคมฯ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
หลังจากกระแสตีกลับอย่างรุนแรง นายเบอร์นัลได้โพสต์ข้อความขอโทษต่อสาธารณชน โดยระบุว่าเขารับทราบดีว่าวิดีโอดังกล่าวถูกส่งต่ออย่างกว้างขวางและนำมาซึ่งปฏิกิริยาแง่ลบมากมาย “ด้วยเหตุผลดังกล่าว ผมคิดว่ามันเป็นสิ่งสำคัญที่ผมจะต้องออกมาขอโทษต่อสาธารณชน ผมเสียใจอย่างสุดซึ้งกับทุกสิ่งที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์นี้ ผมได้ใช้เวลาทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้น และเข้าใจถึงความรับผิดชอบที่ผมต้องเผชิญในเวลานี้”
เขายังกล่าวเสริมอีกว่า เขาจะไม่ขอแก้ตัวหรือพยายามตีความเหตุการณ์เป็นอย่างอื่นเพื่อปกป้องตัวเอง และยืนยันว่าตลอดชีวิตส่วนตัวและการทำงานที่ผ่านมา เขาพยายามปฏิบัติต่อผู้อื่นด้วยความเคารพเสมอมา และจะมุ่งมั่นปรับปรุงพฤติกรรมเพื่อสะท้อนถึงคุณค่าเหล่านั้นต่อไป.
ที่มา BBC