เปิดอินไซต์ ‘ไปรฯ Gen Z’ ขับเคลื่อน ‘ไปรษณีย์ไทย’ สู่แบรนด์ไลฟ์สไตล์โลจิสติกส์

เปิดอินไซต์ ‘ไปรฯ Gen Z’ ขับเคลื่อน ‘ไปรษณีย์ไทย’ สู่แบรนด์ไลฟ์สไตล์โลจิสติกส์

เปิดอินไซต์ ‘ไปรฯ Gen Z’ ขับเคลื่อน ‘ไปรษณีย์ไทย’ สู่แบรนด์ไลฟ์สไตล์โลจิสติกส์

วันจันทร์ ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 12.21 น.

ทุกวันนี้ ถ้าพูดถึง “Gen Z” กับการทำงาน คนรุ่นนี้ก็กำลังกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้องค์กรหลายแห่งเริ่มปรับตัว เข้าใจผู้คน และสื่อสารกับโลกยุคใหม่ได้ดีขึ้นเช่นกัน เช่นเดียวกับ “ไปรษณีย์ไทย”ที่คนไทยคุ้นเคยมาอย่างยาวนาน 143 ปี มีบุคลากรจากหลากหลายเจเนอเรชันร่วมกันขับเคลื่อนองค์กร โดยคนทำงานส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่ม Gen Y และรองลงมาคือ Gen Z ซึ่งกำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญมากขึ้นในการเติมพลังและมุมมองใหม่ให้กับองค์กร ด้วยความเป็นคนรุ่นที่เติบโตมากับโลกดิจิทัล ไลฟ์สไตล์ และวัฒนธรรมการสื่อสารที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว 

ไปรษณีย์ไทย ยังมีคนรุ่นใหม่ที่กำลังเติบโตไปพร้อมกับองค์กร ค่อยๆ เติมพลัง เติมมุมมองและวิธีสื่อสารใหม่ๆ ทำให้แบรนด์สามารถเชื่อมต่อกับผู้คนได้ดี ซึ่งล่าสุด ไปรษณีย์ไทยสามารถคว้ารางวัล “GEN Z TOP Brand Award 2026” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 สะท้อนถึงความสำเร็จของการปรับตัวและการสร้างแบรนด์ที่เข้าใจคนรุ่นใหม่ได้อย่างแท้จริง พร้อมตอกย้ำความมุ่งมั่นของไปรษณีย์ไทยในการเดินหน้าสู่การเป็น “ไลฟ์สไตล์โลจิสติกส์” ตั้งเป้าเป็นแบรนด์ที่อยู่ในชีวิตประจำวันและเติบโตไปพร้อมกับทุกเจเนอเรชันของคนไทย

นิ้งหน่อง-พนิตตา คำก้อน

ไปรษณีย์ไทยจึงชวนพนักงาน Gen Z มาร่วมถ่ายทอดมุมมองและอินไซต์การทำงานในองค์กร ได้แก่ “นิ้งหน่อง” นางสาวพนิตตา คำก้อน นิติกรฝ่ายกฎหมาย บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด และ  “สตางค์” นางสาวศรินดา เทิงสูงเนิน เจ้าหน้าที่แผนกลูกค้าธุรกิจ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เพื่อให้เห็นว่าคนรุ่นใหม่กำลังมีบทบาทสำคัญในการร่วมขับเคลื่อนองค์กรให้ก้าวทันโลกยุคใหม่

“ไปรษณีย์ไทย” องค์กรสุดคลาสสิก สู่แบรนด์ที่คุยกับคนรุ่นใหม่เป็น

สตางค์ ศรินดา เล่าว่า ภาพจำของไปรษณีย์ไทยแต่ก่อน คือภาพของบุรุษไปรษณีย์ที่เข้าถึงง่ายและอยู่ใกล้ชิดผู้คน แต่เมื่อได้เข้ามาทำงานจริง กลับพบว่าเบื้องหลังขององค์กรมีการพัฒนาอยู่ตลอด ทั้งเรื่องระบบ เทคโนโลยี รวมถึงการสื่อสารที่พยายามทำให้แบรนด์ดูทันสมัยและเข้าถึงคนรุ่นใหม่มากขึ้น ขณะเดียวกันก็ยังรักษาความเป็นมิตรและความ “เข้าถึงง่าย” เอาไว้ได้ ซึ่งมองว่านี่คือเสน่ห์สำคัญของไปรษณีย์ไทยในวันนี้

ด้าน นิ้งหน่อง พนิตตา ก็มองไปในทิศทางเดียวกันว่า แม้การแข่งขันในธุรกิจโลจิสติกส์จะเปลี่ยนเร็วและมีผู้เล่นใหม่เกิดขึ้นมากมาย แต่ไปรษณีย์ไทยก็ยังพยายามปรับตัวอยู่ตลอด หลายโปรเจกต์สามารถแข่งขันและต่อยอดได้จริง โดยเฉพาะการทำให้แบรนด์เข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของคนรุ่นใหม่ ผ่านโซเชียลมีเดียและ การสื่อสารที่ใกล้ตัวกว่าเดิม เพราะในมุมของเธอ แม้คนไทยจะรู้จักไปรษณีย์ไทยอยู่แล้ว แต่โจทย์สำคัญคือการทำให้ “คนรุ่นใหม่รู้สึกใกล้ชิดกับแบรนด์” มากขึ้นกว่าเดิม 

Gen Z ไม่ได้เข้ามาเปลี่ยนองค์กร แต่เข้ามาเติม vibe ใหม่ให้แบรนด์

ความโดดเด่นของคน Gen Z คือความคิดสร้างสรรค์และความกล้าที่จะนำเสนอไอเดียใหม่ๆ  สตางค์ ศรินดา  แชร์อินไซต์ว่า คนรุ่นใหม่ในวันนี้จำเป็นต้องมี mindset แบบไม่หยุดเรียนรู้ เพราะโลกเปลี่ยนเร็วมาก ทั้งเทรนด์ เทคโนโลยี และพฤติกรรมผู้บริโภค ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้เธอพยายามพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ ทั้งในด้าน hard skill และ soft skill รวมถึงการติดตามเทรนด์ใหม่ๆ เพื่อทำให้การทำงานและไอเดียที่นำเสนอสามารถเชื่อมกับผู้บริโภคในปัจจุบันได้จริง และหนึ่งในโอกาสที่ได้เข้าไปมีส่วนร่วม Workshop Brand Experience in motion ที่เปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้เสนอไอเดียและแชร์มุมมองว่า จะทำอย่างไรให้ไปรษณีย์ไทยใกล้ชิดคนรุ่นใหม่มากขึ้น ทั้งในเชิงภาพลักษณ์และการสื่อสาร

ขณะที่ นิ้งหน่อง พนิตตา อธิบายว่า จุดแข็งสำคัญของ Gen Z คือ ความกล้าแสดงออกและความกล้าคิดต่าง แม้บางครั้งไอเดียอาจดูหลุดกรอบหรือดูเป็นไปได้ยาก แต่สิ่งสำคัญคือการกล้าพูด กล้าลอง และกล้าเสนอ เพราะสุดท้ายแล้ว คนรุ่นพี่ในทีมจะช่วยต่อยอดและลับคมไอเดียให้ใช้งานได้จริง และนี่คือเสน่ห์ของการทำงานร่วมกันระหว่างคนต่างเจเนอเรชัน ที่ช่วยให้ทั้งความสดใหม่และประสบการณ์สามารถเดินไปพร้อมกันได้

สตางค์-ศรินดา เทิงสูงเนิน 

บื้องหลังแบรนด์ที่คนไทยคุ้นเคย คือทีมงานที่โตไปพร้อมกัน

การเปิดใจ คือกุญแจสำคัญในการปรับตัวท่ามกลางความต่างของช่วงวัย ทั้งคู่ต่างสะท้อนมุมมองคล้ายกันว่า สิ่งที่ทำให้คนรุ่นใหม่อยากเติบโตไปพร้อมองค์กรในวันนี้ ไม่ได้มีแค่เรื่องความมั่นคง แต่คือบรรยากาศการทำงานและวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดโอกาสให้พวกเขาได้เรียนรู้และแสดงความคิดเห็น ซึ่ง สตางค์ ศรินดา  ก็มองว่า การทำงานร่วมกับคนต่างเจเนอเรชัน สิ่งสำคัญที่สุดคือ การเปิดใจรับฟัง เพราะแต่ละวัยต่างมีทั้งประสบการณ์ วิธีคิด และมุมมองที่แตกต่างกัน หากทุกคนพร้อมรับฟังกัน  ก็จะสามารถนำจุดแข็งของแต่ละคนมารวมกันและทำงานร่วมกันได้อย่างลงตัว

สำหรับ นิ้งหน่อง พนิตตา นั้น ในสายงานกฎหมาย แม้จะเป็นงานที่ต้องใช้ความละเอียดและความเป๊ะสูง    แต่บรรยากาศการทำงานกลับเปิดกว้างกว่าที่คิด พี่ ๆ ในทีมพร้อมรับฟังความคิดเห็นของคนรุ่นใหม่เสมอนั้นทำให้รู้สึกว่าองค์กรแห่งนี้เป็นพื้นที่ที่ให้คนรุ่นใหม่ได้ค่อยๆ เติบโตและพัฒนาตัวเองไปพร้อมกับทีม

อย่างไรก็ดี แม้ทั้งสองคนจะอยู่คนละสายงาน แต่สิ่งที่สะท้อนตรงกันคือ พวกเขายังคงอยากเห็นไปรษณีย์ไทยรักษาความเป็น “แบรนด์ที่เข้าถึงง่าย” และมีความเป็นมนุษย์เอาไว้ เพราะในวันที่โลกเต็มไปด้วยระบบอัตโนมัติและเทคโนโลยี ความรู้สึกว่า “กำลังสื่อสารกับคน” ยังคงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้คนเสมอ

Leave a comment