ราคาน้ำมันร่วง 4.8% ตลาดหุ้นขึ้นทั่วโลก ขานรับข้อตกลงสหรัฐฯ-อิหร่าน

ราคาน้ำมันร่วง 4.8% ตลาดหุ้นขึ้นทั่วโลก ขานรับข้อตกลงสหรัฐฯ-อิหร่าน

16 มิ.ย. 2569 05:55 น.

ราคาน้ำมันร่วง 4.8% ตลาดหุ้นขึ้นทั่วโลก ขานรับข้อตกลงสหรัฐฯ-อิหร่าน

ราคาน้ำมันดิบโลกลดลงอีก 4.8% สู่ระดับใกล้ 80 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หลังสหรัฐฯ กับอิหร่านบรรลุข้อตกลงฉบับใหม่ ซึ่งช่วยหนุนให้ตลาดหุ้นพุ่งทะยานขึ้นทั่วโลก

เมื่อวันจันทร์ที่ 15 มิ.ย. 2569 ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างคึกคักเมื่อวันจันทร์ ขณะที่ราคาน้ำมันเริ่มอ่อนตัวลง หลังจากสหรัฐอเมริกาและอิหร่านบรรลุข้อตกลงเบื้องต้นในการขยายเวลาหยุดยิง และกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง เพื่อให้การขนส่งน้ำมันดิบทั่วโลกสามารถกลับมาดำเนินงานได้ตามปกติ

ดัชนี S&P 500 ปรับตัวบวกเพิ่มขึ้น 1.7% จากความหวังที่ว่า การประกาศข้อตกลงระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ ในครั้งนี้ จะหมายถึงการแก้ปัญหาในระยะยาวต่อความขัดแย้งที่ได้ซ้ำเติมภาวะเงินเฟ้อไปทั่วโลก ด้านดัชนีดาวโจนส์พุ่งขึ้น 468 จุด หรือคิดเป็น 0.9% ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และดัชนีแนสแด็กคอมโพสิตทะยานขึ้น 3.1%

ตลาดหุ้นได้รับแรงหนุนหลังจากราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวลดลง 4.8% ลงมาอยู่ที่ระดับ 83.17 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับราคาเดียวกับช่วงต้นเดือนมีนาคม แม้ว่าราคานี้จะยังคงสูงกว่าระดับราคาเดิมที่ประมาณ 70 ดอลลาร์สหรัฐก่อนเกิดสงคราม แต่ก็นับว่าต่ำกว่าระดับกว่า 100 ดอลลาร์สหรัฐเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้า

ทั้งนี้ มีการคาดหวังว่าราคาน้ำมันที่ลดลงจะช่วยลดแรงกดดันต่อภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ ซึ่งต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นในทุกด้าน นับตั้งแต่ค่าอาหาร ค่าเชื้อเพลิง ไปจนถึงค่าปุ๋ย อันเนื่องมาจากผลกระทบของสงครามกับอิหร่าน

“ข้อตกลงในการกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซกำลังจุดชนวนให้เกิดการฟื้นตัวอย่างวงกว้างในวอลล์สตรีทเพื่อเริ่มต้นสัปดาห์นี้” บันทึกวิเคราะห์จาก โฮเซ ตอร์เรส แห่งบริษัท อินเตอร์แอกทีฟ โบรเกอร์ส ระบุ

“บรรยากาศการลงทุนแบบเปิดรับความเสี่ยง (Risk-on) กำลังคึกคักอย่างมาก… เนื่องจากบรรดานักเทรดมองว่านี่คือการส่งสัญญาณยุติความขัดแย้งทางทหารระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านอย่างมีประสิทธิภาพ” นายตอร์เรสระบุ

อนึ่ง ข้อตกลงสันติภาพนี้ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วคือ “บันทึกความเข้าใจ” (MOU) มีกำหนดจะลงนามอย่างเป็นทางการในพิธีซึ่งจะจัดขึ้นที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในวันศุกร์นี้ โดยมีเป้าหมายเพื่อยุติความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมานาน 3 เดือน ซึ่งเคยปลุกกระแสความหวาดกลัวเรื่องภาวะเงินเฟ้อพุ่งสูงเป็นระยะเวลานาน

สำหรับตลาดหุ้นในต่างประเทศ ดัชนีต่าง ๆ ปรับตัวเพิ่มขึ้นทั้งในเอเชียและยุโรป โดยดัชนีนิกเกอิ 225 ของญี่ปุ่นพุ่งทะยานขึ้นถึง 5% นับเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และปิดตลาดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ด้านดัชนีคอสปีของเกาหลีใต้พุ่งทะยานยิ่งกว่า โดยบวกขึ้นถึง 5.2% ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากแรงเดินหน้าบวกอย่างต่อเนื่องของหุ้นกลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากกระแส AI เช่น ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์

อย่างไรก็ตาม ดัชนี FTSE 100 ของตลาดหุ้นลอนดอนกลับสวนทางกับตลาดอื่น ๆ โดยปรับตัวลดลง 0.4%

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : apnews

Leave a comment