
สว.พิสิษฐ์ ยกคำพิพากษาศาล มีโพยไม่ผิด ข้องใจมีประโยคไหนทุจริตเลือกตั้งบ้าง
วันอังคาร ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 12.10 น.
ใครอนุญาต? ใช้กฎหมายไหน?! ’สว.พิสิษฐ์‘ ออกโรงโต้ ’ไอติม‘ เอาคลิปวันเลือก สว.มาปล่อยได้อย่างไร งัด ’คำพิพากษาศาลอาญาฯ‘ ตอกกลับ ’โพยไม่ผิด‘ ข้องใจมีประโยคไหนทุจริตเลือกตั้งบ้าง เหน็บแสบต้องการจะสื่อ ‘ระบอบส้ม’ เอาคอนเท้นต์ ยอดไลค์-แชร์ ไร้มูลข้อเท็จจริงเชื่อเป็นการ ‘ดิสเครดิตการเมือง’ ถามพูดฐานะอะไร เหตุไม่ใช่ผู้เสียหาย- ไม่ได้ลงเลือกตั้ง ด้าน ‘สุนทร‘ จี้ ’กกต.‘ สอบ ‘ฝ่ายประชาธิปไตย’ ด้วย ปูดมีจัดประชุมแลกคะแนน-โพย อย่าจ้องแต่ 138 สว.
วันที่ 16 มิถุนายน 2569 เมื่อเวลา10.00น. ที่รัฐสภา นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา(สว.) ให้สัมภาษณ์ตอบโต้กรณีที่นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ออกมาพาดพิงสว.138คน โดยนำคลิปการเลือก สว. เมื่อวันที่26มิ.ย.67มาเปิดเผยว่า สิ่งที่นายพริษฐ์ กล่าวอ้าง รู้หรือไม่ว่าเอกสารต่างๆโดยเฉพาะโพย ซึ่งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางมีคำพิพากษาไว้แล้วว่า การนำโพย หรือเอกสารสว.3เข้าไปในวันเลือก สว. ไม่เป็นความผิด ตรงนี้เป็นหัวใจหลัก ส่วนคลิปที่นำมาเปิดเผย อยากถามนายพริษฐ์ว่าได้มาจากไหน ได้มาโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ตนทราบมาว่าถ้าคลิปดังกล่าวอยู่ในสำนวนการสอบสวน ถ้าเอาออกมาจากสำนวนของศาล หรือของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ได้รับอนุญาตจากใคร ใช้อำนาจใด กฎหมายใด ขณะที่เสียงในคลิปที่อ้างมีโพยมีทุจริต มันมีประโยคคำถามใดที่ทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตบ้าง มีหรือไม่ ภาพ แบ็กกราวด์ต่างๆ บุคคลต่างๆ มีการกระทำผิดการเลือกตั้งหรือไม่
”นายพริษฐ์ ต้องการสื่ออะไร หรือว่าต้องการจะสื่อให้เกิดระบอบส้ม เกิดแต่คอนเท้นต์ ยอดไลค์ ยอดแชร์ แต่ไม่เน้นข้อเท็จจริงใดๆ สื่อให้สังคมต้องการเข้าใจอะไรผิดๆ เป็นสิ่ง
ที่ผมไม่สามารถยอมรับได้“ นายพิสิษฐ์ กล่าว
เมื่อถามว่าจะมีการดำเนินการอย่างไร นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า ตนไม่สามารถดำเนินการอย่างไรได้ เพราะคลิปนี้ต้องไปถามกกต.เองว่าอนุญาตให้ปล่อยมาหรือไม่ ใช้อำนาจอะไรปล่อยออกมา ตนคงไม่ไปก้าวล่วงได้ และคงไม่ไปดำเนินการตามกฎหมายใดๆ เพราะคลิปก็มาด้วยไม่ชอบอยู่แล้ว ที่ตนต้องออกมาอธิบายให้สาธารณชนทราบ เพราะสังคมจะเข้าใจผิดว่าโพยมันผิดกฎหมาย แต่ศาลฯก็บัญญัติไว้แล้วว่าโพยไม่เป็นความผิด
เมื่อถามถึงวันเลือกตั้งสว.ระดับประเทศ สำหรับตัวของนายพิสิษฐ์เอง มีลักษณะของการตรวจโพยอะไรหรือไม่ นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า ไม่มี มีเพียงแค่เอกสารใน สว.3 เท่านั้นที่ถือเข้าไปได้ และสามารถจดอะไรเข้าไปในเอกสาร สว.3ได้ ไม่มีความผิด ตนก็อาจจะมีการติ๊กเบอร์บางเบอร์ที่สนใจจะเลือก
เมื่อถามว่าในคลิปที่ออกมาเปิดเผยล่าสุดมีการตั้งข้อสังเกตคนที่ยื่นโพยให้กับกกต. คือนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภาในปัจจุบัน จะถือว่ามีส่วนรู้เห็นหรือทำอะไรขัดต่อกฎหมายการเลือกตั้งหรือไม่ นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า ที่นายพริษฐ์ อ้างตามคลิปว่าเป็นนายมงคลมีการยื่นเอกสาร ตนไม่ทราบว่าคืออะไร อาจจะต้องให้นายพริษฐ์ไปถามนายมงคลเองว่าเอกสารนั้นคืออะไร ส่วนตัวตนไม่ทราบ
เมื่อถามว่านายมงคลจะต้องแสดงจุดยืนหรือแสดงความบริสุทธิ์ใจอะไรหรือไม่ เพราะถือเป็นประมุขของวุฒิสภา นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า ตนตอบไม่ได้ แต่ถ้าเหตุการณ์วันนั้นนายมงคลมีการกระทำผิดจริง เชื่อว่า กกต.คงดำเนินการตั้งแต่วันนั้น ไม่ปล่อยมาถึง2ปีขนาดนี้ ให้ความผิดสำเร็จ แล้วไม่ทำอะไรเลย
เมื่อถามว่ามีการตั้งข้อสังเกตว่า กกต.อาจช่วยเหลือด้วยหรือไม่ นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า ตนตอบไม่ได้ ตนไม่มีอำนาจไปก้าวล่วง สิ่งสำคัญที่สุดมีเหตุผลอะไรที่ กกต.ต้องมาช่วย เขารู้จักใครใน200คนหรือไม่ จะมาช่วยเพราะอะไร ส่วนที่มีการเรียกร้องให้นายมงคลแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกนั้น ถ้ามีความผิด กกต.คงไม่ยอม และคงไม่รับรองสว.มา อย่าลืมว่าสว.200คน รับรองมาโดย กกต. ถ้าแค่คลิปตรงนั้นที่มีการยื่นเอกสารแล้วมาบอกว่าผิด แล้วทำไมกกต.รับรอง ก็ต้องไปถามกกต. จะให้นายมงคลแสดงสปิริตอะไร ตนคงตอบไม่ได้
เมื่อถามว่าจะกระทบความเชื่อมั่นต่อวุฒิสภาหรือไม่ นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า ตนคงไปห้ามใครให้เชื่อมั่นหรือไม่เชื่อมั่นได้ แต่สว.ทั้ง200คนมาโดยพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกสว. มาโดยถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ กกต.รับรอง เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราทำทั้งหมดตั้งแต่การรับรองสว. จนถึงวันนี้ ทำโดยความสุจริต
เมื่อถามว่า มองว่าการนำคลิปการเลือกสว.มาเปิดเผยเป็นการดิสเครดิตทางการเมืองหรือไม่ นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า ก็เป็นไปได้ที่เป็นการดิสเครดิต แต่ตนไม่ทราบว่านายพริษฐ์อยู่ในฐานะของอะไร เกี่ยวกับผู้ได้เสียหรือไม่ ก็ไม่ใช่ เพราะไม่ได้เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งสว. และนายพริษฐ์อยู่ในฐานะพรรคการเมืองด้วยซ้ำ แต่ที่มาก้าวก่ายเรื่องนี้อาจใช้กฎหมายรัฐธรรมนูญก็ได้ แต่ถ้าเป็นเรื่องการโจมตีทางการเมืองก็เป็นไปได้
ด้านพล.ต.ต.สุนทร ขวัญเพ็ชร สว. กล่าวว่า ที่ออกมาเปิดเผยไม่ใช่ต้องการว่าหากเราผิด คนอื่นต้องผิดด้วย เพราะอีกกลุ่มมีโพยด้วยเช่นกัน ทั้งนี้หลังวันเลือกสว.เมื่อปี2567 มีสถานีโทรทัศน์นำโพยไปออกอากาศโดยระบุว่าเป็น กลุ่ม 2-20 ที่บอกว่าให้เลือกใครบ้าง และตนได้ตามต่อจนพบคลิปที่พบว่ามีผู้สมัคร สว.กลุ่มหนึ่งไปประชุมที่โรงแรมแห่งหนึ่งย่านเมืองทองธานี และชูมือบอกว่าจะเราจะเข้ามา ทั้งนี้ บุคคลตามภาพนั้นถูกเลือกเข้ามาเป็นสว. ได้เพียง10-20 คน และตนได้ตามต่อพบ สว.สอบตกในกลุ่ม 18 สื่อสารมวลชน มีชื่อในโพยลำดับที่4 ให้สัมภาษณ์ถึงกระบวนการเลือกสว.ของกลุ่มเขาเป็นมาอย่างไร โดยระบุว่าได้ตกลงกันแล้ว แต่เหตุผลที่เข้ามาไม่ได้เพราะมีเหตุขัดข้องกัน ทั้งนี้คลิปทั้งหมดสามารถค้นหาได้ โดยใช้คำค้นว่า เลือกสว.ขั้วประชาธิปไตย ทั้งนี้ตนฐานะเคยเป็นพนักงานสอบสวน ได้รวบรวมพยานหลักฐานไว้ โดยพยานหลักฐานที่ว่ามีโพยนั้นได้มาจากรายการของสื่อมวลชน ไม่ใช่ได้มาจากห้องน้ำ
“ดังนั้นการมีโพยไม่ผิดกฎหมาย เพราะกฎหมายไม่ห้าม ทั้งนี้สว.เสียงข้างน้อยตอนนี้ วันเลือกตอนนั้นก็มีโพยด้วย แต่ไม่โดนตรวจสอบ ดังนั้นผมขอให้กรรมการการเลือกตั้งตรวจสอบด้วย เพราะทุกครั้งที่ขยี้เรื่องนี้ มีแต่ฝั่ง 138 สว. ส่วนอีกฝั่งไม่เคยถูกตรวจสอบกระบวนการได้มา ทั้งที่พยานหลักฐานชัด มีการประชุม และคลิปยังมีผู้หลักผู้ใหญ่ของกลุ่ม บอกว่าพวกเราอย่าช่วยเหลือกันนะ แต่ประเด็นี้ไม่มีใครพูดถึงในสื่อต่างๆ หากอยากจะเอาหลักฐาน ติดต่อผมได้ผมมีคลิปทั้งหมด ทั้งนี้ที่ออกมาพูดเพื่ออยากขอความเป็นธรรมให้สว.กลุ่ม 138 คนและอยากทำให้ความจริงปรากฎ” พล.ต.ต.สุนทร กล่าว
เมื่อถามว่าหากมองว่ามีโพยไม่ผิด แต่ทำไมถึงอยากให้กกต.ตรวจสอบ สว.เสียงข้างน้อย พล.ต.ต.สุนทร กล่าวด้วยว่าเพื่อให้ความเป็นธรรม และทำให้ความจริงปรากฎ ทั้งนี้ในกลุ่มดังกล่าวมีการประชุมและได้ตกลงกันซึ่งมีทั้งคลิปและภาพชัดเจน ทั้งนี้มีคำพิพากษาว่าการตกลงแลกคะแนนกันนั้นทำไม่ได้ และผิดกฎหมาย
“ที่ผมพูดไม่ใช่ต้องการบอกว่าหากผมผิด คุณต้องผิด หรือ หากผมเลว คุณต้องเลว ไม่ต้องการแบบนั้น แต่ต้องการทำความจริงให้ปรากฎถึงกระบวนการเลือกสว.ที่ผ่านมา และต้องให้ความเป็นธรรมกับ สว.ทั้ง2 ฝั่งด้วย เพราะยอมรับว่าการเลือกสว.ระดับประเทศไม่มีใครที่จำใครได้ หรือ จำเบอร์แต่ละคนได้ เพราะเพิ่งรู้จักกันดังนั้น แต่ละคนต้องมีวิธีการของตัวเองเพื่อให้เลือกผู้สมัครที่ต้องการได้โดยไม่ทำให้การลงคะแนนบนบัตรนั้นกลายเป็นบัตรเสีย” พล.ต.ต.สุนทร กล่าว