
เอกนัฏ พร้อมทบทวนค่าไฟที่อยู่อาศัย เล็งคลอด ค่าไฟ Data Center อัตราใหม่
วันอังคาร ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.19 น.
“เอกนัฏ” พร้อมทบทวนค่าไฟที่อยู่อาศัย ควบคู่การแก้ปัญหาสัญญาไฟฟ้าที่ไม่เป็นธรรม เล็งคลอด “ค่าไฟ Data Center” อัตราใหม่ เร่งมาตรการรับซื้อไฟโซลาร์คืนจากประชาชนภายใน มิ.ย.
วันที่ 16 มิถุนายน 2569 เวลา 11.40 น. วันที่ 16 มิ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวถึงแนวทางการปฏิรูปโครงสร้างค่าไฟฟ้าว่า กระทรวงพลังงานมีเป้าหมายหลักเพื่อให้ประชาชนได้ใช้ไฟฟ้าในราคาที่ยุติธรรมและสะท้อนต้นทุนจริง ขณะนี้อยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็นจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เนื่องจากการปรับค่าไฟฟ้านั้นจะกระทบทั้งประชาชน และการไฟฟ้าฯ ซึ่งรอผลจากการรับฟังความคิดเห็นในเรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม ในอนาคตรัฐบาลมีความตั้งใจให้ประชาชนได้ใช้ไฟฟ้าถูกลง โดยในส่วนของการปรับอัตราค่าไฟฟ้าของบ้านที่อยู่อาศัยที่ให้ผู้ที่ใช้ไฟมากจ่ายค่าไฟฟ้าในอัตราที่สูงกว่าอาจจะมีการทบทวน เพราะในที่สุดในเรื่องค่าไฟฟ้าสิ่งที่รัฐบาลต้องทำมีหลายส่วนที่เกี่ยวข้องกัน เช่นเรื่องของการแก้ปัญหาโรงไฟฟ้าที่มีรูปแบบสัญญาที่ไม่เป็นธรรมกับรัฐ (สัญญาทาส) เช่น ที่ขายไฟฟ้าในรูปแบบแอดเดอร์ ต้องมีการเปลี่ยนแปลง รวมทั้งเรื่องของความสูญเสียในระบบที่เรียกว่าเป็น lossในระบบเหมือนสายส่งสายจำหน่าย หรือเรื่องไฟสาธารณะก็นำมาบวกในค่าไฟฐานและบิลค่าไฟฟ้าของประชาชนพวกนี้ต้องจัดการใหม่ทั้งหมดให้มีประสิทธิภาพ
นายเอกนัฏ กล่าวว่า ในมาตรการสำคัญในระยะต่อไปคือการกำหนดประเภทผู้ใช้ไฟฟ้าใหม่ คือประเภทที่ 9 หรือกลุ่ม Data Center ให้จ่ายค่าไฟฟ้าแพงกว่ากลุ่มอื่น เนื่องจาก Data Center เป็นกลุ่มที่มีการใช้ไฟฟ้าสูงมากและต้องใช้ก๊าซนำเข้าที่มีราคาสูงในการผลิตไฟฟ้า ดังนั้นอัตราค่าไฟของกลุ่มนี้จะต้องสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงและอาจสูงกว่าค่าไฟบ้านเรือน เพื่อนำส่วนต่างมาช่วยอุดหนุนและลดภาระค่าไฟฟ้าให้กับภาคประชาชนและอุตสาหกรรมในประเทศ ในส่วนของพลังงานสะอาดรัฐบาลจะส่งเสริมการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปอย่างต่อเนื่อง โดยจะเร่งรัดกระบวนการรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินคืนจากภาคประชาชนให้เสร็จสิ้นภายในเดือนนี้ พร้อมทั้งชี้แจงว่ามาตรการสนับสนุนงบประมาณของรัฐจะไม่ใช่การแจกเงินฟรี แต่เป็นการช่วยสนับสนุนเงินดาวน์หรือลดดอกเบี้ยผ่านธนาคารของรัฐ เพื่อจูงใจให้ประชาชนติดตั้งโซลาร์เซลล์และเปลี่ยนมาใช้รถไฟฟ้า ซึ่งจะช่วยปรับเปลี่ยนโครงสร้างการใช้พลังงานของประเทศให้ยั่งยืนในระยะยาว