30 ปี ไม่มีวันตาย …. SILLY FOOLS ระเบิดความมันส์ สมการรอคอย พาแฟนเพลงเดินทางผ่านทุกยุคของชีวิต

30 ปี ไม่มีวันตาย …. SILLY FOOLS ระเบิดความมันส์  สมการรอคอย พาแฟนเพลงเดินทางผ่านทุกยุคของชีวิต

30 ปี ไม่มีวันตาย …. SILLY FOOLS ระเบิดความมันส์ สมการรอคอย พาแฟนเพลงเดินทางผ่านทุกยุคของชีวิต

วันอังคาร ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 12.24 น.

สมการรอคอยของแฟนเพลงร็อกทั้งประเทศ สำหรับ LEO presents 30 ปี SILLY FOOLS Concert” คอนเสิร์ตใหญ่ฉลองการเดินทางตลอด 3 ทศวรรษของหนึ่งในวงร็อกระดับตำนานของไทย ที่ กลับมาสร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญบนเวที IMPACT ARENA เมืองทองธานี  ภายใต้การดูแลของ ME RECORDS ค่ายเพลงในเครือ Muzik Move พร้อมผนึกกำลังกับสองผู้จัดสายดนตรีอย่าง OKD (โอเคดี)  และ หนีกรุง ร่วมสร้างค่ำคืนที่ไม่ได้เป็นเพียงคอนเสิร์ต แต่เป็นการรวมตัวของแฟนเพลงกว่า 10,000 คน ที่เติบโตมากับบทเพลงของ SILLY FOOLS (ซิลลี่ ฟูลส์) โดยมี กบ – ขจรเดช พรมรักษา รับหน้าที่ Show Director และ Monday On December (มันเดย์ออนดีเซมเบอร์) ดูแลพาร์ท Production ร่วมออกแบบการแสดงให้บทเพลงจากทุกยุคของ SILLY FOOLS ถูกนำมาร้อยเรียงใหม่ กลายเป็นเรื่องราวการเดินทางตลอด 30 ปีของวง ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

ทันทีที่ Overture ดังขึ้น ทั้งฮอลล์ก็ค่อย ๆ ดับแสงลง พร้อมภาพบนจอขนาดยักษ์ที่พาผู้ชมย้อนเวลากลับไปยังจุดเริ่มต้นของ SILLY FOOLS ผ่านการไล่เรียงวิวัฒนาการของโลโก้วง ตั้งแต่โลโก้แรกในยุค I.Q.180 เมื่อปี 1998 ก่อนจะค่อย ๆ เปลี่ยนผ่านสู่โลโก้ในแต่ละอัลบั้ม ทั้ง Candy Man, Mint, Juicy, King Size, The One จนถึงปัจจุบัน สร้างเสียงฮือฮาและเสียงปรบมือจากแฟนเพลงที่เติบโตมากับทุกช่วงเวลาของวง ราวกับกำลังได้เปิดอัลบั้มความทรงจำไปพร้อมกันทั้งฮอลล์

และเมื่อโลโก้สุดท้ายปรากฏขึ้นอย่างสมบูรณ์ สมาชิกทั้ง 4 คน ริม – กฤษณะ ปานดอนลาน (นักร้องนำ), ต้น – จักริน จูประเสริฐ (กีตาร์), หรั่ง – เทวฤทธิ์ ศรีสุข (เบส), ต่อ – ต่อตระกูล ใบเงิน (กลอง) ก็ปรากฏตัวบนเวที ท่ามกลางเสียงต้อนรับกึกก้อง ก่อนจะระเบิดความมันส์ด้วย “แล้วแต่แป๊ะ”, “ไม่หวั่นแม้วันมามาก”, “น้ำลาย”, “150 c.c.”, “บั้นท้าย”, “หนึ่งเดียวของฉัน” และ “แกล้ง” บทเพลงจากหลากหลายยุคที่ประกาศให้ทุกคนรู้ว่า ดนตรีในแบบ SILLY FOOLS ยังคงมีลมหายใจ และพร้อมจะถูกส่งต่อไปยังคนดูอีกหลายรุ่น

SILLY FOOLS ยังเลือกนำเพลงใหม่ล่าสุดอย่าง “ไม่เคยไกลพอ” มาบรรจุไว้ในโชว์ เพื่อบอกเล่าการเดินทางของวงตลอด 30 ปี ก่อนจะพาแฟนเพลงย้อนกลับไปสู่ช่วงเวลาที่หลายคนเติบโตมาด้วยกัน ผ่าน “ฟังดูง่ายง่าย”, “เมื่อรักฉันเกิด”, “อย่าบอกว่ารัก”, “คนที่ฆ่าฉัน”, “นางฟ้า” และ Hey” ก่อนจะเปิดพื้นที่ให้กับความสดใสกับการปรากฏตัวของ BOWLYLION (โบกี้ไลอ้อน) ที่มาร่วมถ่ายทอด “คิดถึง” และ “จงเรียกเธอว่านางพญา” สองบทเพลงต่างยุคที่เชื่อมโยงศิลปินสองเจเนอเรชันที่มีความผูกพันด้วยดนตรีเข้าไว้ด้วยกัน

อีกหนึ่งช่วงเวลาที่เปี่ยมไปด้วยความหมาย คือ “หน้าไม่อาย”, “ไม่” และ “พ่อ-แม่-ลูก”ก่อนส่งต่อเวทีสู่ Drum Solo & Special Performance ที่ไม่ได้เป็นเพียงการโชว์ฝีมือทางดนตรี แต่เป็นการส่งต่อสายเลือดของครอบครัวนักดนตรี เมื่อ ต่อ มือกลอง ได้ชวนลูกชายทั้งสองคน ไข่ตุ๋น – กฤษฏ์  และ ไข่เต่า – มาฆ ใบเงิน ขึ้นมาร่วม Battle ผ่านเมดเลย์ที่ได้ฝังเมลอดี้เพลงสำคัญไว้ในนั้น อย่าง “น้ำนิ่งไหลลึก”, “ปรักปรำ” และ “มันแอบอยู่ข้างเครื่อง”ถ่ายทอดพลังของคนดนตรีจากรุ่นสู่รุ่นอย่างดุเดือด

คอนเสิร์ตยังเติมอรรถรสให้เข้มข้นขึ้น หลังจาก “ผิดที่ไว้ใจ”, “ไหนว่าจะไม่หลอกกัน”และ “ผู้ยิ่งใหญ่” พาแฟนเพลงลุกขึ้นร้องไปพร้อมกันทั้งฮอลล์ ด้วย Bass Solo ในบทเพลง Dance With Me” ผลงานที่ หรั่ง มือเบส แต่งไว้เมื่อกว่า 18 ปีก่อน แต่ไม่เคยถูกนำมาแสดงสดมาก่อน โดยได้ กัน – กันตพิชญ์ ยาวิราช และ เมย์ – พัชรพงศ์ เรืองหิรัญวงศ์ มาร่วมเติมเต็มให้บทเพลงนี้มีชีวิตขึ้นบนเวทีเป็นครั้งแรก

หลังจากนั้น สปอร์ตไลท์สาดส่องมาที่ Mini Stage กลางฮอลล์ เสียงร้องนำของริม ดังขึ้นพร้อมกับเสียงเปียโนจาก Millie Snow (มิลลี่สโนว์) หรือ   มิลลี่ – ศิริชฎา ร่วมฤดีกูล ที่มาร่วมสร้างซีนประทับใจ หยุดคนดูไว้ผ่านเพลง 20 ตุลา” และ “เหนื่อย”  ก่อนพาผู้ชมเดินทางสู่ Chapter สำคัญของ SILLY FOOLS เรียกเสียงปรบมือดังกึกก้องทันทีที่เงาปรากฏบนเวที ผ่านการกลับมาของ เบนจามิน จุง ทัฟเนล อดีตนักร้องนำของวง ผู้เคยฝากผลงานไว้ในอัลบั้ม The One กับบทเพลง “โง่”, “ทำร้าย”, “พัก” และ “สุญญากาศ”  กลายเป็นหนึ่งในโมเมนต์ที่เรียกเสียงร้องและความประทับใจจากแฟนเพลง ที่ยังคงเป็นอีกหนึ่งความทรงจำสำคัญของแฟนเพลงที่คิดถึง

เมื่อการเดินทางตลอด 30 ปีเดินมาถึงช่วงท้าย วงได้เลือกเปิดบทสุดท้ายด้วย “แพ้ความอ่อนแอ” ซิงเกิลที่ปล่อยในปี 2021 มียอดวิวสูงถึง 189 ล้านวิวบน YouTube และยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรวมถึงรับรางวัลอีกมากมาย ถือเป็นบทเพลงที่ไม่เพียงเป็นการกลับมาของวง แต่ยังเป็นกำลังใจสำคัญที่ทำให้พวกเขาเชื่อมั่นว่ายังมีแฟนเพลงที่พร้อมจะเดินเคียงข้างกัน

ก่อนจะไปต่อกับเพลง “เพียงรัก”, “เพลงนี้เกี่ยวกับความรัก”, “ขี้หึง”, “เทพลีลา”, “บ้าบอ”, “ฝัน”, “วัดใจ” และ “จิ๊จ๊ะ” เปลี่ยนอิมแพ็ค อารีนา ให้กลายเป็นเวทีแห่งความทรงจำ ที่ไม่มีคำว่าอดีตหรือปัจจุบัน มีเพียงแค่แฟนเพลงทุกยุคที่กำลังร้องเพลงเดียวกันอย่างสุดเสียง ตลอดกว่า 4 ชั่วโมงเต็ม ด้วยหัวใจของคนที่รัก

ก่อนที่ SILLY FOOLS จะกลับขึ้นเวทีอีกครั้งในช่วง Encore พร้อมปิดค่ำคืนแห่งประวัติศาสตร์ด้วย “สู้ไม่ได้” บทเพลงจากอัลบั้ม I.Q.180 ที่เป็นเหมือนจุดเริ่มต้นของการเดินทางทั้งหมด และตอกย้ำอีกครั้งว่า ตลอด 30 ปีที่ผ่านมา ไม่ว่าเวลาจะเปลี่ยนแปลงไป  แต่สิ่งที่ยังคงอยู่ คือ ครอบครัว SILLY FOOLS ที่รวมแฟนเพลงหลายเจเนอเรชันที่เติบโตพร้อมกับวง  กับทุกบทเพลงที่อยู่ในทุกช่วงจังหวะของชีวิต

เพราะสุดท้ายแล้ว… “ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเพียงใด บทเพลงของ SILLY FOOLS จะไม่มีวันตาย”

#คอนเสิร์ต30ปีซิลลี่ฟูลส์

#SillyFoolsBand #SillyFools

#LEOรวมกันมันส์กว่า

#merecords

#Neekrung

#OKD

#MuzikMove

Leave a comment