
17 มิ.ย. 2569 05:57 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
ศิลปินชาวรัสเซีย นักวิจารณ์ปูตินตัวยง ถูกยิงเสียชีวิตในโปแลนด์
ศิลปินชาวรัสเซีย ผู้วาดภาพล้อเลียนและวิพากษ์วิจารณ์ผู้นำมากมาย รวมถึงวลาดิเมียร์ ปูติน ถูกยิงเสียชีวิตในโปแลนด์ โดยตำรวจจับผู้ต้องสงสัยได้แล้ว 2 คน
เมื่อ 16 มิ.ย. 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายโรเบิร์ต เค. หรือที่รู้จักในชื่อ “เซมยอน สเครเปตสกี” (Semyon Skrepetsky) ศิลปินชาวรัสเซียและนักวิจารณ์นายวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ถูกยิงเสียชีวิตที่เมืองเบียวา พอดลัสกา (Biała Podlaska) ของโปแลนด์ เมื่อเช้าวันจันทร์ที่ผ่านมา
อัยการโปแลนด์ระบุว่า ชายวัย 44 ปีรายนี้ถูกยิง 5 นัดเข้าที่ศีรษะ หน้าอก และแผ่นหลัง ในลานจอดรถแห่งหนึ่งของเมือง ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากสถานกงสุลเบลารุสประมาณ 600 เมตร และห่างจากชายแดนเบลารุสประมาณ 40 กิโลเมตร
เซมยอน สเครเปตสกี เป็นนามแฝงของ โรเบิร์ต คูซอฟคอฟ เขาเป็นที่รู้จักจากผลงานภาพวาดการ์ตูนล้อเลียนนักการเมืองหลายคน รวมถึง ปูติน, อเล็กซานเดอร์ ลูกาเชนโก ผู้นำเบลารุส และ รามซาน คาดีรอฟ ผู้นำเชเชน โดยเขาได้รับสถานะผู้ลี้ภัยหลังออกจากรัสเซียในปี 2564 เนื่องจากเกรงกลัวการถูกดำเนินคดีทางอาญา
นายมาร์ซิน โคซัค โฆษกสำนักงานอัยการเขตในเมืองลูบลิน ทางตะวันออกของประเทศ กล่าวว่า ศิลปินรายนี้ถูกมือปืนไม่ทราบชื่อเดินเข้ามาประชิดตัวและยิงใส่เขา 2 นัด “เมื่อเหยื่อล้มลงกับพื้น คนร้ายได้เดินเข้าไปใกล้และยิงซ้ำอีก 3 นัด จากนั้นจึงรีบหลบหนีออกจากที่เกิดเหตุ โดยนายโรเบิร์ต เค. เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ”
นายโคซัคบอกอีกว่า ตำรวจควบคุมตัวพลเมืองชาวเบลารุส 2 คน วัย 33 ปี และ 37 ปี ใกล้กับบริเวณสถานกงสุลเบลารุสในเมืองดังกล่าว โดยขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการสืบสวนว่าทั้งสองมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้หรือไม่
ทั้งนี้ ภาพการ์ตูนล้อเลียนของสเครเปตสกี เคยนำเสนอภาพของปูตินในอ้อมกอดของ โจเซฟ สตาลิน เผด็จการโซเวียต, ลูกาเชนโกในร่างของ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ที่กำลังถือถังใส่มันฝรั่ง รวมถึงภาพคาดีรอฟและอดัม ลูกชายของเขาที่มีจมูกเป็นหมู
นอกจากนี้ เขายังเคยล้อเลียน อเล็กเซย์ นาวาลนี ผู้นำฝ่ายค้านรัสเซีย ตลอดจนชาวยูเครนทั่วไป โดยที่อยู่ของเขาในโปแลนด์สามารถค้นหาทางออนไลน์ได้อย่างเปิดเผย ผลงานของเขาถูกโพสต์ลงบนแอปพลิเคชันเทเลแกรม (Telegram) และช่องยูทูบ (YouTube) ของเขา
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : bbc