
อนุชา บุกตลาดนางเลิ้ง โชว์กึ๋นใช้แอปฯ รวม ของดีเขตชั้นใน เผยบ่าย 2 พร้อมฟาดปม ซื้อจ้างเจาะจง พุ่ง 90%
วันพุธ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.57 น.
“อนุชา” ผนึกทีม ปชป. บุกตลาดนางเลิ้ง โชว์กึ๋นใช้แอปฯ รวม “ของดีเขตชั้นใน” – เผยบ่าย 2 พร้อมฟาดปม “ซื้อจ้างเจาะจง” พุ่ง 90%
วันที่ 17 มิถุนายน 2569 นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 5 นำทีมลงพื้นที่หาเสียงย่านประวัติศาสตร์ “ตลาดนางเลิ้ง” เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ซึ่งถือเป็นพื้นที่ฐานเสียงเดิมที่เหนียวแน่นของพรรคประชาธิปัตย์ โดยมี นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค และ น.ส.นิภาพรรณ จึงเลิศศิริ ผู้สมัคร ส.ก. เบอร์ 2 ร่วมเดินสายพบปะพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนอย่างใกล้ชิดในช่วงเที่ยงวัน โดยนายอนุชาได้แลกเปลี่ยนมุมมองกับชาวบ้านเรื่องสถานการณ์เศรษฐกิจในพื้นที่ พร้อมชูแนวคิดการพัฒนาตลาดนางเลิ้งและย่านใกล้เคียง เช่น โรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมธานี ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวและเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง
โดยนายอนุชา ระบุว่า ตลาดนางเลิ้งและพื้นที่ใกล้เคียงมีศักยภาพสูง ทั้งแหล่งอาหารระดับตำนานและสถานที่สำคัญ เช่น โรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมธานี (โรงหนังนางเลิ้ง) ที่มีความสวยงามและทรงคุณค่า แต่ยังขาดการประชาสัมพันธ์เชิงรุก ตนจึงตั้งเป้าสร้างแพลตฟอร์มรวมศูนย์ (One-Stop Platform) ให้คนกรุงสแกนปุ๊บรู้ปั๊บว่าเขตนั้นมีของดีอะไร เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากให้กลับมาคึกคัก ไม่ใช่แค่พึ่งพาคนในพื้นที่ แต่ต้องดึงนักท่องเที่ยวจากเขตอื่นและปริมณฑลให้เข้ามาร่วมสร้างรายได้ ไม่เพียงแต่เขตพื้นที่ป้อมปราบศัตรูพ่าย แต่มีเป้าหมายนำเทคโนโลยีแพลตฟอร์มดิจิทัลเข้ามาช่วยรวบรวมข้อมูลของดีในแต่ละเขตพื้นที่ให้เข้าถึงง่าย เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถวางแผนการท่องเที่ยวและการรับประทานอาหารได้ในแอปพลิเคชันเดียว

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ นายอนุชาย้ำถึงความตั้งใจในการนำพรรคประชาธิปัตย์ภายใต้การนำของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กลับมาได้รับความไว้วางใจจากชาวกรุงเทพมหานครอีกครั้ง โดยชูจุดเด่นเรื่องการเมืองที่สุจริตและยึดมั่นในการทำงานเพื่อประชาชนเป็นที่ตั้ง พร้อมเปิดเผยข้อมูลจากการประมวลผลผ่านระบบ “ส่องรัฐ” ว่าในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โครงการจัดซื้อจัดจ้างของ กทม. กว่า 90 เปอร์เซ็นต์ เป็นการใช้วิธีเฉพาะเจาะจง ซึ่งสุ่มเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน เป็นการหลีกเลี่ยงการแข่งขันราคา รวมถึงพบพิรุธในโครงการขนาดใหญ่ที่ระดับ 4,000 ล้านบาท ที่ผู้ประมูลสองรายเสนอราคาต่างกันเพียงหลักล้านบาท ซึ่งเป็นการประมูลและเสนอราคาใกล้เคียงกันผิดปกติ
นายอนุชา ยืนยันว่า หากได้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. จะปราบปรามปัญหาการทุจริตให้หมดสิ้นไปอย่างเด็ดขาด เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่คนกรุงเทพฯ โดยจะมีเวทีนำเสนอนโยบายเพิ่มเติมในวันศุกร์ที่ 19 มิถุนายนนี้ ที่ย่านสีลม และจะมีการปราศรัยใหญ่โค้งสุดท้ายก่อนถึงวันเลือกตั้งในวันที่ 28 มิถุนายนนี้

“ผมจะไม่ทนให้เกิดการทุจริตใน กทม. อีกต่อไป พฤติกรรมแบบนี้ตรวจสอบได้ และหากผมได้รับเลือกตั้ง จะจัดการเรื่องนี้ให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด กทม. ต้องเลิกเป็นเมืองที่สงสัยกันว่ามีการโกงกิน แต่ต้องโปร่งใสตรวจสอบได้จริง” นายอนุชา กล่าว
สำหรับปัญหาเฉพาะหน้าในเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย นายอนุชาเน้นย้ำเรื่องการจัดระเบียบหาบเร่แผงลอยเพื่อป้องกันกลุ่มอิทธิพลและการเข้ามาสวมสิทธิ์ของแรงงานต่างด้าวที่แย่งอาชีพคนไทย โดยจะใช้ระบบลงทะเบียนผ่านเทคโนโลยี QR Code เข้ามาควบคุมและตรวจสอบให้ชัดเจน
นอกจากนี้ นายอนุชายังได้แสดงความเห็นถึงกรณีเหตุการณ์ถนนทรุดตัวในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งว่า เกิดจากความบกพร่องในการกำกับดูแลผู้รับเหมา โดยเสนอว่า กทม. จะต้องเพิ่มความเข้มงวดในการคัดเลือกบริษัทรับเหมาที่มีคุณภาพและประวัติการทำงานที่ดี แทนที่จะคำนึงถึงเพียงราคาที่ถูกที่สุด พร้อมกำชับวิศวกรประจำโครงการให้ตรวจสอบความปลอดภัยตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด เพราะเป็นเรื่องของความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน
นายอนุชา กล่าวทิ้งท้ายเชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมฟังการนำเสนอนโยบายเพิ่มเติมในวันศุกร์ที่ 19 มิถุนายนนี้ เริ่มตั้งแต่เวลา 18.00 น. ณ ปาร์ค สีลม และจะมีการปราศรัยใหญ่โค้งสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง 28 มิถุนายนนี้ เพื่อแสดงวิสัยทัศน์เปลี่ยน กทม. ให้เป็นเมืองแห่งความหวัง ไม่ใช่แค่แก้ปัญหาไปวัน ๆ และก่อนเดินทางกลับ นายอนุชาและทีมงานได้แวะกราบสักการะศาลเสด็จพ่อกรมหลวงชุมพรฯ ย่านนางเลิ้ง เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยเจ้าตัวยอมอุบคำขอไว้เป็นความลับว่า “ขอพรให้คนกรุงเทพฯ ได้พบกับสิ่งที่ดีที่สุด” ก่อนจะออกเดินสายหาเสียงต่อด้วยความมั่นใจ







