DSI แจงคดีฮั้ว สว. ยังไม่เรียกสอบเจ้าหน้าที่ กกต.ในคลิป เหตุหลักฐานไม่ระบุตัวตน

DSI แจงคดีฮั้ว สว. ยังไม่เรียกสอบเจ้าหน้าที่ กกต.ในคลิป เหตุหลักฐานไม่ระบุตัวตน

DSI แจงคดีฮั้ว สว. ยังไม่เรียกสอบเจ้าหน้าที่ กกต.ในคลิป เหตุหลักฐานไม่ระบุตัวตน

วันพุธ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 18.26 น.

17 มิถุนายน 2569 จากกรณีที่ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ได้โพสต์ข้อความและวิดีโอผ่านเฟซบุ๊กถึงคดีฮั้วการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) เจาะลึกคลิปฮั้ว สว.ซึ่งปรากฏภาพของ 1 ใน 7 กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เดินเก็บโพยและตักเตือนผู้สมัครเกี่ยวกับการดำเนินการที่ไม่สุจริตในวันเลือก สว.ระดับประเทศ พร้อมกับเรียกร้องขอให้ กกต. รวมถึงเจ้าหน้าที่ กกต.รายดังกล่าวที่ปรากฏในคลิปวิดีโอ ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงว่าโพยกระดาษที่เห็นนั้นมีลักษณะเกี่ยวกับตัวเลขอย่างไรบ้าง และได้มีการนำไปใช้ขยายผลตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าเชื่อมโยงกับขบวนการฮั้ว สว.หรือไม่ ตามที่ได้มีการนำเสนอข่าวไปอย่างต่อเนื่องแล้วนั้น

ล่าสุด พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยว่า สำหรับคลิปวิดีโอดังกล่าวที่ได้มีการเผยแพร่ตามหน้าสื่อนั้น ยืนยันว่าคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษยังไม่เคยได้ดำเนินการสอบปากคำเจ้าหน้าที่ กกต. เนื่องจากเมื่อครั้งที่กลุ่ม สว.สำรอง ได้นำเอาพยานหลักฐานมามอบให้กับดีเอสไอ ก็ไม่ได้มีการระบุบ่งชี้ว่าเจ้าหน้าที่ที่ปรากฏในคลิปวิดีโอเป็นใคร จึงเป็นเหตุให้คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษไม่ได้สอบปากคำเจ้าหน้าที่ กกต.ในฐานะพยานไว้ในสำนวนการสอบสวนคดีอาญาอั้งยี่ – ฟอกเงิน สว.แต่อย่างใด ส่วนสถานะคดีอั้งยี่ – ฟอกเงิน สว.ของดีเอสไอในปัจจุบัน ยังอยู่ระหว่างการสอบสวนเพิ่มเติมตามคำสั่งของอัยการคดีพิเศษ เพื่อจะได้ดำเนินการให้ครบถ้วน ก่อนมีความเห็นทางคดีสรุปสำนวนสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมดที่เกี่ยวข้องไปยังพนักงานอัยการคดีพิเศษพิจารณาต่อไป

อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เผยว่า ก่อนที่จะมีการสรุปสำนวนเพื่อสั่งฟ้องไปยังอัยการคดีพิเศษนั้น ตามขั้นตอนแล้วคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ จะต้องรอดูมติของบอร์ดคณะกรรมการ กกต.ที่จะมีการวินิจฉัยชี้ขาดบุคคลที่เกี่ยวข้องในสำนวนคดีฮั้ว สว.เพื่อที่จะได้นำความเห็นของ กกต.แต่ละท่าน มาพิจารณาประกอบใส่ในสำนวนคดีอั้งยี่ – ฟอกเงิน สว.ของดีเอสไอ ซึ่งก็เป็นไปตามคำสั่งของอัยการคดีพิเศษที่ระบุชัดเจนในหนังสือคำแนะนำ ดังนั้น หากดีเอสไอยังไม่ได้คำวินิจฉัยของ กกต.มาประกอบสำนวน ก็ไม่สามารถทำให้เราสรุปสำนวนส่งพนักงานอัยการคดีพิเศษได้ ฉะนั้น ไม่ว่าผลมติคำวินิจฉัยของบอร์ดคณะกรรมการ กกต.จะมีผลอย่างไร อาทิ หากเป็นการยกคำร้องดำเนินคดีต่อทั้ง 229 ราย ก่อนหน้านี้ หรือพิจารณาบางส่วนอย่างไร ดีเอสไอก็มีหน้าที่ต้องเอาความเห็นมาประกอบการพิจารณาทั้งสิ้น ซึ่ง กกต.ก็ต้องมีเหตุผลประกอบอยู่แล้วว่าเหตุใดจึงมีคำวินิจฉัยทางคดีเช่นนั้น ซึ่งในตอนนี้คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ก็ได้เร่งรวบรวมพยานหลักฐาน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องข้อมูลเกี่ยวกับธนาคาร และในตอนนี้ก็ยังไม่ได้มีการออกหมายเรียกผู้ต้องหาเพิ่มเติมจาก 8 ผู้ต้องหากลุ่มแรก ที่คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษเคยได้สั่งฟ้องไปยังพนักงานอัยการคดีพิเศษแต่อย่างใด

ทั้งนี้ รายงานข่าวจากคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ระบุด้วยว่า กรณีที่ สว.สำรอง ไม่ได้มีการระบุตัวพยานในคลิปวิดีโอ ซึ่งในตอนหลังพบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ กกต.จึงเป็นเหตุให้สำนวนคดีอาญาอั้งยี่ – ฟอกเงิน สว.ที่รับผิดชอบสอบสวนโดยดีเอสไอจะไม่มีพยานหลักฐานซึ่งเป็นคลิปวิดีโอตัวนี้ไว้ในสำนวน แต่มีความเป็นไปได้ว่าสำนวนคดีฮั้ว สว.ของคณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวนส่วนกลาง คณะที่ 26 ได้มีคลิปวิดีโอตัวนี้นำเข้าในสำนวนไว้เรียบร้อยแล้ว

Leave a comment