กมธ.แรงงาน รับ 3 ข้อเรียกร้อง เร่งรัฐเยียวยาแรงงานเบอร์รี่ป่า

กมธ.แรงงาน รับ 3 ข้อเรียกร้อง เร่งรัฐเยียวยาแรงงานเบอร์รี่ป่า

กมธ.แรงงาน รับ 3 ข้อเรียกร้อง เร่งรัฐเยียวยาแรงงานเบอร์รี่ป่า

วันพฤหัสบดี ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.26 น.

“กมธ.แรงงาน”รับ 3 ข้อเรียกร้อง เร่งรัฐเยียวยาแรงงานเบอร์รี่ป่า จี้ปมนายจ้างค้างค่าแรง พร้อมผลักดันไทยให้สัตยาบันอนุสัญญา ILO

18 มิถุนายน 2569 ที่รัฐสภา นายวีระพล จิตสัมฤทธิ์ สส.ศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การแรงงาน สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย น.ส.ธนพร วิจันทร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โฆษกคณะ กมธ.และ นายสหัสวัต คุ้มคง สส.ชลบุรี พรรคประชาชน กรรมาธิการและที่ปรึกษาคณะ กมธ.รับยื่นหนังสือ จำนวน 3 ฉบับ ได้แก่ 1.เรื่อง ขอความอนุเคราะห์ติดตามความคืบหน้าการจ่ายเงินประกันรายได้ และเงินช่วยเหลือจากกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ กรณีแรงงานไทยเก็บเบอร์รี่ป่าในประเทศฟินแลนด์ และสวีเดน ปี 2565 – 2566 จาก นางมลิวรรณ อาธนู เลขานุการสหภาพคนทำงานต่างประเทศแห่งประเทศไทย

2.เรื่องร้องเรียนกรณีผู้รับเหมาไม่จ่ายค่าแรง ฝ่าฝืน พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน โครงการพัฒนาพื้นที่หมอน 33 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จาก นางชนาภา พานิช ตัวแทนลูกจ้างรายวันของบริษัท เพาเวอร์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ PLE และ 3.เรื่องสนับสนุนข้อเสนอแนะการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศฉบับที่ 87 และฉบับที่ 98 และการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองสิทธิแรงงานโยกย้ายถิ่นฐานและสมาชิกในครอบครัว ที่เสนอโดยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติตามมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 26 พ.ค.69 จาก น.ส.คอรีเยาะ มานุแช ผู้ประสานงานโครงการเครือข่ายองค์กรด้านประชากรข้ามชาติ (MWG)

นายวีระพล กล่าวภายหลังรับหนังสือว่า ขอบคุณทุกกลุ่มที่เดินทางมาให้ข้อมูลในวันนี้ เป็นการสะท้อนปัญหาถึงความเดือดร้อนของแต่ละกลุ่ม ไม่ว่าจะไปเป็นเรื่องการเก็บผลไม้เบอร์รี่ที่ต่างประเทศ เรื่องนายจ้างไม่จ่ายค่าจ้าง เรื่องแรงงานบนแพลตฟอร์มหรือว่าไรเดอร์ ซึ่งขณะนี้ คณะ กมธ.มีอนุ กมธ.เกี่ยวกับแรงงานบนแพลตฟอร์ม จึงจะนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่อนุ กมธ.ในส่วนของคณะ กมธ.จะรับทั้ง 3 เรื่อง เข้าสู่ขั้นตอน และจะทำงานตามหน้าที่ที่กฎหมายมีให้ต่อไป

ด้าน นายสหัสวัต กล่าวเสริมว่า ข้อเรียกร้องเร่งด่วน 3 ประการ สะท้อนให้เห็นถึงความไร้ประสิทธิภาพในการทำงานของกระทรวงแรงงานอย่างชัดเจน ในประเด็นที่ 1 การชดเชยเงินจาก กองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ กรณีแรงงานเก็บเบอร์รี่ แรงงานกลุ่มนี้ได้จ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนฯ ด้วยตนเองก่อนเดินทางไปทำงาน ซึ่งกองทุนฯ มีหน้าที่โดยตรงในการจ่ายเงินประกันรายได้และเยียวยาเมื่อแรงงานประสบปัญหา แต่จนถึงปัจจุบันแรงงานกลับยังไม่ได้รับเงินช่วยเหลือที่เป็นสิทธิอันชอบธรรมของตน หากกรมการจัดหางานปฏิบัติหน้าที่ในการดูแลการส่งแรงงานไปต่างประเทศอย่างเต็มที่ ปัญหาการออกมาเรียกร้องของแรงงานย่อมไม่เกิดขึ้น ประเด็นที่ 2 ปัญหาการค้างชำระค่าจ้างแรงงานเป็นเวลาข้ามปี เป็นเรื่องที่น่าตกใจอย่างยิ่งที่ลูกจ้างต้องทำงานโดยไม่ได้รับค่าตอบแทนยาวนานเป็นปี ซึ่งการกระทำดังกล่าวถือเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายอย่างชัดเจนและสมควรต้องถูกดำเนินคดีทางอาญา กรณีนี้ชี้ให้เห็นว่ากรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานยังขาดการทำงานเชิงรุกในการปกป้องสิทธิของลูกจ้าง

นายสหัสวัต กล่าวว่า ประเด็นที่สุดท้าย การให้สัตยาบันอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ฉบับที่ 87 และ 98 อนุสัญญาทั้งสองฉบับถือเป็นอนุสัญญาหลัก(Core Conventions) ว่าด้วยเสรีภาพในการสมาคมและการร่วมเจรจาต่อรอง ซึ่งขบวนการแรงงานได้เรียกร้องผลักดันมายาวนานกว่า 30 ปี แม้ประเทศไทยจะเป็นสมาชิกรุ่นบุกเบิกของ ILO แต่กลับยังไม่ได้ให้สัตยาบันในอนุสัญญาหลักดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยกำลังผลักดันตนเองเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) รวมถึงการเจรจาข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) กับสหภาพยุโรป ดังนั้น การยกระดับมาตรฐานแรงงานไทยให้ทัดเทียมสากลจึงเป็นวาระสำคัญที่จะสร้างความสง่างามให้กับประเทศไทยในเวทีโลก หากกระทรวงแรงงานตระหนักถึงพันธกิจของตน การให้สัตยาบันนี้ควรเกิดขึ้นมานานแล้ว

Leave a comment