พรรคเศรษฐกิจ ยื่นสอบจริยธรรม ‘ชนนพัฒฐ์’ จี้พบ DSI ก่อนสิ้นสุดเอกสิทธิ์ 11 ก.ค.นี้

พรรคเศรษฐกิจ ยื่นสอบจริยธรรม 'ชนนพัฒฐ์' จี้พบ DSI ก่อนสิ้นสุดเอกสิทธิ์ 11 ก.ค.นี้

พรรคเศรษฐกิจ ยื่นสอบจริยธรรม ‘ชนนพัฒฐ์’ จี้พบ DSI ก่อนสิ้นสุดเอกสิทธิ์ 11 ก.ค.นี้

วันพฤหัสบดี ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.50 น.

‘พรรคเศรษฐกิจ’ ยื่นสอบจริยธรรม ‘ชนนพัฒฐ์’ ปมไม่เข้าพบ DSI คดี ‘ฟอกเงิน-พนันออนไลน์’ ซัดแหลกเอาเกียรติยศสส.ทั้งสภามาแลกปกป้องคนคนเดียวพร้อมขอ ’ดีเอสไอ‘ มารอหน้ารัฐสภา 11 ก.ค. รับตัวทันทีหลังหมดเอกสิทธิ์คุ้มครอง

วันที่ 18 มิถุนายน 2569 เมื่อเวลา 12.00 น. ที่รัฐสภา พรรคเศรษฐกิจ นำโดยนายคริส โปตระนันทน์ สส.บัญชีรายชื่อ นายพีรพล กนกวลัย สส.บัญชีรายชื่อ และน.ส.อังสณา เนียมวณิชกุล สส.บัญชีรายชื่อ แถลงภายหลังยื่นหนังสือต่อประธานคณะกรรมการจริยธรรมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้ตรวจสอบจริยธรรม ของชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม (กธ.) กรณีไม่เดินทางเข้าชี้แจงต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) หลังมีหนังสือขอให้รัฐสภาส่งตัวไปสอบสวนในคดีฟอกเงินและคดีพนันออนไลน์

โดยนายคริส กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 28พ.ค. ซึ่งเป็นวันที่ดีเอสไอมีหนังสือมายังสภาผู้แทนราษฎร ขอให้นำตัวนายชนนพัฒฐ์ไปสอบสวน จนถึงปัจจุบันเป็นเวลาเกือบหนึ่งเดือนแล้ว พรรคเศรษฐกิจเฝ้าติดตามท่าทีของเจ้าตัวมาโดยตลอด โดยในวันดังกล่าว สภาผู้แทนราษฎรได้ยืนยันหลักการสำคัญในการคุ้มครองเอกสิทธิ์และความเป็นอิสระของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ ตรวจสอบฝ่ายบริหาร และแสดงความคิดเห็นในสภาได้โดยไม่ถูกแทรกแซงจากอำนาจภายนอก อย่างไรก็ตาม ในการอภิปรายวันนั้น สส.หลายคน รวมถึงตนเอง ได้เรียกร้องให้นายชนนพัฒฐ์แสดงความบริสุทธิ์ใจด้วยการเดินทางไปพบพนักงานสอบสวนของดีเอสไอด้วยตนเอง หากเชื่อมั่นว่าตนไม่ได้กระทำผิดและเห็นว่าถูกกลั่นแกล้งทางการเมือง ก็ไม่ควรปล่อยให้รัฐสภาต้องถูกมองว่าใช้เอกสิทธิ์เพื่อคุ้มครองบุคคลใดบุคคลหนึ่ง

นายคริส กล่าวต่อว่า สิ่งที่ประชาชนจำนวนมากเข้าใจผิดในเวลานั้นคือการมองว่าสภาผู้แทนราษฎรปกป้องผู้ถูกกล่าวหา ทั้งที่แท้จริง สภากำลังปกป้องหลักการเรื่องความเป็นอิสระของฝ่ายนิติบัญญัติ แต่หลังจากผ่านมาหลายสัปดาห์ นายชนนพัฒฐ์กลับยังไม่เดินทางไปพบดีเอสไอเพื่อชี้แจงข้อกล่าวหา ทั้งที่ยังไม่มีการออกหมายเรียกหรือหมายจับ ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าบุคคลดังกล่าวเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ของตนเองจริงหรือไม่ ดังนั้นพรรคเศรษฐกิจ จึงตัดสินใจยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการจริยธรรมสภาผู้แทนราษฎร โดยเห็นว่าพฤติกรรมดังกล่าวเป็นการกระทำที่ไม่สง่างาม และอาจเข้าข่ายขาดจริยธรรมทางการเมือง เนื่องจากเป็นการนำเกียรติยศและเอกสิทธิ์ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งสภามาใช้เป็นเกราะคุ้มครองตนเองเพียงคนเดียว

นายคริส กล่าวอีกว่า ในมุมมองของพรรคเศรษฐกิจ นายชนนพัฒฐ์ ควรถูกตรวจสอบด้านจริยธรรมอย่างจริงจัง และหากผลการสอบสวนพบว่ามีความผิด ก็อาจนำไปสู่การพ้นจากตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ จึงขอให้ประชาชนร่วมติดตามการพิจารณาของคณะกรรมการจริยธรรมอย่างใกล้ชิด เพราะกรณีนี้เป็นบททดสอบสำคัญว่ามาตรฐานจริยธรรมทางการเมืองของสภาผู้แทนราษฎรจะถูกบังคับใช้อย่างจริงจังหรือไม่

นายคริส กล่าวด้วยว่า สมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎรจะสิ้นสุดลงในวันที่ 11ก.ค.นี้ หลังจากวันดังกล่าว นายชนนพัฒฐ์จะไม่สามารถอาศัยเอกสิทธิ์คุ้มครองในระหว่างสมัยประชุมได้อีกต่อไป จึงเรียกร้องให้ดีเอสไอเตรียมดำเนินการตามกระบวนการกฎหมายทันทีเมื่อสภาปิดสมัยประชุม โดยระบุว่า วันที่ 11 กรกฎาคมจะเป็นวันสำคัญที่สังคมจะได้เห็นว่านายชนนพัฒฐ์พร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมหรือไม่ ซึ่งวันนั้นนายชนนพัฒฐ์จะไม่สามารถใช้เอกสิทธิ์ดังกล่าวได้อีกต่อไป จึงขอให้ดีเอสไอมารอที่หน้ารัฐสภา เพราะหลังจากสภาปิดวันที่ 11 เอกสิทธิ์ของนายชนนพัฒฐ์ ไม่มีอีกต่อไป ขอให้หน่วยงานราชการมารอเชิญตัวท่านที่หน้ารัฐสภา

เมื่อถามถึงกรณีที่นายชนนพัฒฐ์ เคยระบุว่าพร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมภายหลังปิดสมัยประชุม นายคริส กล่าวว่า หากเป็นไปตามที่ประกาศไว้ก็ถือเป็นเรื่องที่ดี แต่ตลอดระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 28 พ.ค.จนถึงขณะนี้ ผ่านมากว่า 3 สัปดาห์และใกล้ครบหนึ่งเดือนแล้ว สส.หลายคนเริ่มตั้งข้อสงสัยต่อการยืนยันความบริสุทธิ์ของเจ้าตัว เนื่องจากยังไม่ปรากฏความพยายามในการเข้าชี้แจงต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เมื่อถามถึงกรณีที่ก่อนหน้านี้พรรคเศรษฐกิจลงมติไม่เห็นชอบให้ดีเอสไอเข้าควบคุมตัวนายชนนพัฒฐ์ภายในรัฐสภา แต่ปัจจุบันกลับออกมาเรียกร้องให้รับผิดชอบต่อข้อกล่าวหา นายคริส ชี้แจงว่า จุดยืนของพรรคไม่ได้เปลี่ยนแปลง เพราะในวันลงมติดังกล่าว พรรคฝ่ายรัฐบาลยืนยันหลักการเดียวกัน คือการปกป้องเกียรติยศและความเป็นอิสระของรัฐสภา ไม่ใช่การปกป้องตัวบุคคล

นายคริส กล่าวว่า ในการอภิปรายวันนั้น สส.หลายคนได้ส่งสัญญาณชัดเจนแล้วว่า แม้สภาจะไม่อนุญาตให้ส่งตัวในระหว่างสมัยประชุม แต่หากนายชนนพัฒฐ์เชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ของตนเอง ก็ควรใช้เวลาที่มีอยู่เตรียมข้อมูลและเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมด้วยตนเองโดยเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการชี้แจงต่อดีเอสไอหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น หากยังยืนยันจะรอจนถึงวันที่ 11ก.ค.นี้ พรรคเศรษฐกิจก็ขอให้ดีเอสไอเตรียมดำเนินการทันทีเมื่อเอกสิทธิ์คุ้มครองสิ้นสุดลงหลังปิดสมัยประชุมสภา

Leave a comment