
สนธิญา ยื่นสอบจริยธรรม ไอซ์ รักชนก ปมแชร์โพสต์ จุ้น-เผลอเตะชามข้าวหมา
วันศุกร์ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.15 น.
‘สนธิญา’ ยื่น ’ปธ.สภาฯ‘ สอบจริยธรรม ‘ไอซ์ รักชนก’ ปม โพสต์ ‘จุ้น-เผลอเตะชามข้าวหมา’ ลั่น เป็นระดับประธานกมธ. ไม่ควรทำเช่นนี้ โอ่ฟ้องหมิ่นประมาทได้ แต่ไม่ทำ ไม่อยากจองเวรจองกรรม
วันที่ 19 มิถุนายน 2569 เมื่อเวลา 10.30 น. ที่รัฐสภา นายสนธิญา สวัสดี นักเคลื่อนไหวทางการเมือง กล่าวภายหลังยื่นหนังสือต่อนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ผ่านสารระบบ ให้ตรวจสอบจริยธรรมของน.ส.รักชนก ศรีนอก สส. บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการศึกษา (กมธ.) การจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎรว่า การยื่นของตนครั้งนี้ ไม่ได้จองเวรจองกรรม หรือกระทำการต่างๆด้วยความสะใจหรืออะไรต่อน.ส.รักชนก เพราะที่ผ่านมาตนติดตามทั้งเรื่องมาตรา 112 และพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คอมพิวเตอร์ จนเมื่อกระทั่งเมื่อวันที่ 18 มิ.ย. ตนได้รับหนังสือให้เข้าร่วมประชุมกมธ.ติดตามงบฯ ซึ่งตนสนับสนุนการทำงานของน.ส.รักชนก ให้เป็นไปตามกระบวนการกฎหมายและความถูกต้อง แต่สิ่งใดที่ไม่เป็นไปโดยความถูกต้อง หรือตามกระบวนการ ข้อบังคับของสภาฯ หรือคณะกรรมาธิการ ก็จำเป็นต้องทำหนังสือเพื่อให้ประธานสภาฯ ได้พิจารณาและวินิจฉัย
นายสนธิญา กล่าวต่อว่า เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. ตนเสียดายที่ไม่ได้อยู่ในที่ประชุมกมธ. และไม่ได้ถามพรรคประชาชน เพราะเมื่อวันที่ 5 มิ.ย. พรรคประชาชน พรรคประชาธิปัตย์ และน.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว. ได้ร่วมลงชื่อ เพื่อที่จะยื่นให้ประธานรัฐสภา ส่งเรื่องต่อศาลฎีกา พิจารณาให้ตั้งคณะกรรมการพิเศษตรวจสอบคณะป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แต่มาวันนี้ น.ส.รักชนกประกาศว่ากรณี TH-AI passport จะส่งเรื่องให้ป.ป.ช. พิจารณา ตนขอถามว่าพรรคประชาชนทั้งพรรค ซึ่งรวมทั้งน.ส.รักชนก ก็ได้ร่วมลงชื่อด้วย แต่กลับจะเสนอเรื่อง TH-AI passport ให้ป.ป.ช. วินิจฉัย เปรียบเสมือนคุณกำลังทำตอไม้ที่ตายแล้ว ที่เน่าไปแล้ว แต่วันนี้คุณกลับเอาน้ำไปลด คิดอะไรกันอยู่ ทั้งที่ผ่านมายื่นให้ตรวจสอบป.ป.ช. เพราะไม่ไว้ใจ แต่วันนี้คุณบอกว่าโครงการดังกล่าวไม่ถูกต้องก็จะยื่นให้ป.ป.ช. พิจารณาอีกขอถามว่าใช้ตรรกะอะไรที่จะยื่นให้หน่วยงานที่คุณไม่ไว้วางใจ
นายสนธิญา กล่าวอีกว่า ประเด็นที่ต้องการให้ประธานสภาฯ พิจารณาคือ 1. ก่อนการประชุมกมธ. ในเฟสบุ๊กของน.ส.รักชนก โพสต์ว่าจะเชิญตนมาร่วมประชุม ในวันที่ 18 มิ.ย. ด้วย และด้านล่างมีคำว่าจุ้น คืออะไร และเผลอเตะชามข้าวหมา ซึ่งในที่ประชุมกมธ. ตนถามน.ส.รักชนกว่า หมายถึงตนหรือไม่ อย่างไร เพราะมีชื่อตนอยู่ด้วย แต่น.ส.รักชนกบอกว่า เป็นเพราะผู้สื่อข่าวนำไปลง แล้วขอให้ตนทำหนังสือสอบถามไปยังผู้สื่อข่าวผู้นั้นเอง และเมื่อน.ส.รักชนกไม่ตอบ ตนก็ถือว่าการประชุมดังกล่าวตนไม่มีศักดิ์ศรีอะไรในสายตาท่านประธาน แต่เห็นว่ากรณีที่บุคคลหนึ่งบุคคลใด ซึ่งมีตำแหน่งหน้าที่สส. และประธานกมธ. เป็นผู้ที่น่าเชื่อถือ แต่กลับไปกล่าวหาว่าผู้อื่นว่าจุ้น ซึ่งตามพจนานุกรมฉบับบัณฑิตยสถาน จุ้น แปลว่ายุ่งในเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง และไปเตะชามข้าวหมาของบุคคลอื่น ตนถามว่า หมาเป็นของตนหรือหมาเป็นของใคร และคำพูดนี้เป็นคำพูดเปรียบเทียบ ซึ่งผู้ที่ดำรงตำแหน่งประธานกมธ.หรือสส. ไม่ควรจะพูดหรือกระทำการโพสต์ ลงในรูปแบบนั้น ฉะนั้น การกระทำดังกล่าวของน.ส.รักชนก เป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญว่าด้วยศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ที่ทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกัน 2. ถือว่าน.ส.รักชนก โกหกในการประชุมกมธ.ทั้ง 2 คณะ คือกมธ.ติดตามงบฯ และกมธ.การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ที่ประชุมร่วมกัน 3. การกระทำดังกล่าว เป็นการกระทำที่ขัดต่อจริยธรรมพ.ศ.2563 ประมาณ 7 ข้อ และ 4. ในการประชุมของทั้ง 2 กมธ. ประธานสภาฯ หรือรองประธานสภาฯ ได้เห็นชอบอนุมัติในหลักการให้มีการประชุมหรือไม่ เพราะตนเคยเป็นกมธ.กฎหมายฯ มาแล้วเกือบ 3 ปี ไม่เคยเห็นการประชุมร่วมเช่นนี้
นายสนธิญา กล่าวด้วยว่า ดังนั้น ต้องการให้ประธานสภาฯ พิจารณาวินิจฉัยในประเด็นดังกล่าว ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญปี 2560 ข้อบังคับสภาฯ และคณะกรรมาธิการปี 61 หรือข้อบังคับว่าด้วยจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการทั้งหมด ซึ่งพรรคพวกตนแนะนำว่าเรื่องเหล่านี้สามารถฟ้องเป็นดคีอาญาดูหมิ่นหรือหมิ่นประมาทของน.ส.รักชนก ได้เพราะมีการระบุชื่อของตนด้วย แต่ตนไม่มีเจตนาหรือไม่ต้องการฟ้องเป็นคดีอาญาหมิ่นประมาทต่อน.ส.รักชนก แต่ต้องการความกระจ่างและชัดเจน ไม่ต้องการให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นอีก ไม่ว่าเรื่องหมาๆ จุ้นหรือไม่จุ้น เพราะกรณีการที่บุคคลหนึ่งบุคคลในจะทำหน้าที่ปกป้อง หรือสอบถามเกี่ยวกับงบประมาณ การดำเนินการของสภาฯ ก็เป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 41 (1)(2) ประกอบมาตรา 50 ที่พึงกระทำได้ ส่วนผลจะออกมาเป็นอย่างไรก็สุดแล้วแต่ประธานสภาฯ หรือผู้ที่เกี่ยวข้องจะพิจารณา