
เปิดมติ ครม. เคาะแผนแม่บทโครงการ SEA พัฒนาพื้นที่สงขลา-ปัตตานี
วันศุกร์ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.45 น.
เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2569 มีรายงานว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน ที่ผ่านมา ที่ประชุมได้พิจารณาและมีมติเห็นชอบเรื่อง การจัดทำการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (Strategic Environmental Assessment : SEA) สำหรับแผนแม่บทการพัฒนาเชิงพื้นที่ของจังหวัดสงขลาและปัตตานี ตามที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เป็นผู้เสนอ โดยมีรายละเอียดดังนี้
1. รับทราบการจัดทำการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (Strategic Environment Assessment : SEA) สำหรับแผนแม่บทการพัฒนาเชิงพื้นที่ของจังหวัดสงขลาและจังหวัดปัตตานี (แผนแม่บทการพัฒนาเชิงพื้นที่ฯ) ตามที่ได้รับมอบหมาย จากคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2564 รวมระยะเวลาดำเนินงาน 2 ปี 8 เดือน (ตั้งแต่วันที่ 29 ธันวาคม 2565 – 28 สิงหาคม 2568)
2. มอบหมายจังหวัดสงขลาและจังหวัดปัตตานี องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องนำแผนแม่บทการพัฒนาเชิงพื้นที่ฯ ไปใช้เป็นกรอบในการจัดทำแผนงาน/โครงการ เพื่อการพัฒนาในพื้นที่จังหวัดสงขลาและจังหวัดปัตตานีต่อไป
สาระสำคัญของเรื่อง
1. ที่ผ่านมาคณะรัฐมนตรีมีมติเกี่ยวกับโครงการเมืองต้นแบบ “สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” ดังนี้
1.1 คณะรัฐมนตรีมีมติ (4 ตุลาคม 2559 และ 7 พฤษภาคม 2562) อนุมัติในหลักการโครงการเมืองต้นแบบ “สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” เพื่อพัฒนาพื้นที่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เป็นพื้นที่เศรษฐกิจเฉพาะ ด้วยการกระตุ้นให้เกิดการลงทุนจากภาคเอกชน โดยนำร่องในพื้นที่ (1) อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี เป็นเมืองต้นแบบ อุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตร (2) อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส เป็นศูนย์กลางการค้าชายแดนระหว่างประเทศ (3) อำเภอเบตง จังหวัดยะลา เป็นเมืองต้นแบบการพัฒนาที่พึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน ซึ่งต่อมาได้ขยายผลไปสู่เมืองต้นแบบที่ 4 อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา เป็นเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคตเพื่อยกระดับการพัฒนาเชิงพื้นที่ทั้งระบบและครบวงจร ซึ่งต่อมาชาวบ้านเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่นเรียกร้องให้หยุดโครงการ นิคมอุตสาหกรรมจะนะ และให้จัดทำ SEA ก่อนเดินหน้าโครงการดังกล่าว โดยมีข้อเสนอให้สร้างการพัฒนาอำเภอจะนะที่ยั่งยืนด้วยกระบวนการจัดทำ SEA เพื่อแสวงหารูปแบบการพัฒนาเศรษฐกิจที่หลากหลาย เป็นธรรม กระจายรายได้ และสร้างสมดุลสิ่งแวดล้อม
1.2 ต่อมาคณะรัฐมนตรีมีมติ (14 ธันวาคม 2564) มอบหมาย ให้ สศช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันจัดให้มีการจัดทำ SEA และแผนแม่บทต่างๆ โดยให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินการ และให้หน่วยงานของรัฐและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องรอผลการประเมิน SEA ให้เป็นที่ยุติก่อนดำเนินการต่อไป
2. ภายหลังจากที่คณะรัฐมนตรีมีมติข้างต้น สศช. ได้ดำเนินการจัดประชุมกลุ่มย่อย (กุมภาพันธ์ – มีนาคม 2565) เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องจำนวน 4 ครั้ง โดยหารือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่เพื่อให้ได้ร่างข้อสรุปความต้องการของคนในพื้นที่เบื้องต้น และเมื่อวันที่ 27 – 29 สิงหาคม 2565 สศช. ได้ลงพื้นที่จังหวัดสงขลา เพื่อรับฟังข้อเท็จจริงในพื้นที่และประเมินผลกระทบเบื้องต้นและได้ข้อสรุปว่า ควรทำกระบวนการ SEA เพื่อจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาเชิงพื้นที่ของ 2 จังหวัด คือ จังหวัดสงขลาและจังหวัดปัตตานี เนื่องจากทั้ง 2 จังหวัดมีลักษณะทางกายภาพที่สอดคล้องกัน
3. ต่อมา สศช.ได้ว่าจ้างมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ดำเนินโครงการการจัดทำ SEA สำหรับแผนแม่บทการพัฒนาเชิงพื้นที่ฯ วงเงิน 27.95 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่ 29 ธันวาคม 2565 – 28 สิงหาคม 2568 โดยมีกิจกรรมที่ดำเนินการ เช่น การตรวจสอบพื้นที่ที่มีความเหมาะสมในการพัฒนา การจัดทำแผนการติดตามและประเมินผลของการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์และแผนแม่บทการพัฒนาเชิงพื้นที่ฯ การจัดเวทีเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจและเตรียมความพร้อมสำหรับขั้นตอนการพัฒนาและการประเมินทางเลือก
4. การจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาเชิงพื้นที่ฯ ด้วยกระบวนการ SEA มุ่งสร้างความสมดุลระหว่างมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เน้นการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อให้เกิดความน่าเชื่อถือ การยอมรับร่วมกัน และนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งการดำเนินงานจะใช้รูปแบบการวางแผนแบบบูรณาการ ประกอบด้วย 3 กระบวนการสำคัญ ได้แก่
4.1 กระบวนการ SEA ประกอบด้วย 6 ขั้นตอน ซึ่งมีผลการดำเนินการสรุปได้ ดังนี้
| ขั้นตอน SEA | ผลการดำเนินการ |
| (1) การกำหนดขอบเขต(เพื่อกำหนดรูปแบบและขอบเขตของการจัดทำ SEA) | – ขอบเขตเชิงพื้นที่ : 2 จังหวัด คือ จังหวัดสงขลาและจังหวัดปัตตานี- ขอบเขตเชิงเวลา : ระยะเวลาจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาเชิงพื้นที่ฯ5 ปี ระหว่างปี 2571 – 2575- การกำหนดกลุ่มของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย : จำนวน 10 กลุ่ม ได้แก่(1) ประชาชนและชุมชน (2) ภาคประชาสังคม (3) หน่วยงานภาคเอกชนและผู้ประกอบการ (4) หน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ (5) อปท. (6) ปกครองท้องที่ (7) สถาบันการศึกษา (8) สื่อ (9) ผู้นำศาสนาและผู้นำทางจิตวิญญาณ และ (10) หน่วยงานภาครัฐส่วนกลาง- แผนการสื่อสารและการมีส่วนร่วม : การกำหนดรูปแบบและวิธีการมีส่วนร่วมที่เหมาะสมตลอดทั้งกระบวนการจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาเชิงพื้นที่ฯ ด้วย SEA ในรูปแบบการประชุมกลุ่มย่อย จำนวน 8 ครั้ง- เป้าหมายการพัฒนา : ศูนย์กลางเศรษฐกิจภาคใต้ ด้วยการพัฒนาเศรษฐกิจยั่งยืน บนฐานทรัพยากรและความหลากหลายทางวัฒนธรรม |
| (2) การพัฒนาทางเลือก(เพื่อระบุความเป็นไปได้ของกิจกรรมที่สามารถบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่กำหนดไว้) | – ทางเลือกที่ 1 : การพัฒนาตามสภาพปกติ เป็นการพัฒนาจังหวัดสงขลาและจังหวัดปัตตานีตามแผนงานเดิมที่หน่วยงานของรัฐวางไว้เน้นการเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจภาคใต้ผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการเกษตรมูลค่าสูง และการค้าชายแดน- ทางเลือกที่ 2 : การพัฒนาเพื่อเป็นศูนย์กลางเกษตรครบวงจร มุ่งเน้นการพัฒนาจังหวัดสงขลาและปัตตานีเป็นศูนย์กลางการเกษตรครบวงจร โดยยกระดับภาคเกษตรสู่เกษตรมูลค่าสูง- ทางเลือกที่ 3 : การพัฒนาเพื่อเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวการศึกษา และบริการสุขภาพมูลค่าสูง เป็นการพัฒนาพื้นที่ โดยเน้นการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมควบคู่ไปกับการพัฒนาการศึกษาและโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการเป็นเมืองไมซ์- ทางเลือกที่ 4 : การพัฒนาเพื่อเป็นศูนย์กลางการค้าและธุรกิจเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง เพื่อรองรับการเป็นศูนย์กลางด้านการค้า การค้าชายแดนและการเป็นเมืองอัจฉริยะ- ทางเลือกที่ 5 : การพัฒนาพื้นที่บนฐานทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม สังคมและวัฒนธรรม มุ่งพัฒนาพื้นที่โดยเน้นการเกษตร ยั่งยืน การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศ และการจัดการภัยพิบัติอย่างสอดคล้องกับธรรมชาติ |
| (3) การประเมินทางเลือก(เป็นการวิเคราะห์กิจกรรมการพัฒนาเชิงพื้นที่ของทางเลือกข้างต้นเพื่อประเมินทางเลือกร่วมกับผลการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย | – การประเมินทางเลือกเบื้องต้น เพื่อคัดเลือกทางเลือกแกนหลักและนำไปปรับแต่งทางเลือกร่วมกับทางเลือกรองเพื่อให้ได้ทางเลือก ที่เหมาะสม โดยมีผลการประเมิน ได้แก่ ทางเลือกแกนหลักเป็นทางเลือกที่ 5 (การพัฒนาพื้นที่บนฐานทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม สังคมและวัฒนธรรม) ส่วนทางเลือกอื่นเป็นทางเลือกรอง- ทางเลือกที่เหมาะสม : 29 กิจกรรมการพัฒนาเชิงพื้นที่ใน 8 ด้านได้แก่ การเกษตร อุตสาหกรรม การท่องเที่ยวและบริการ การค้าและคมนาคมขนส่ง- การคาดการณ์และประเมินผลกระทบสะสม : (1) ด้านเศรษฐกิจสะท้อนว่า การพัฒนาเชิงพื้นที่สามารถสนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจและยกระดับฐานรายได้ของประชาชนในระยะยาวได้อย่างมีนัยสำคัญ (2) ด้านสังคม มีแนวโน้มก่อให้เกิดผลกระทบสะสมเชิงบวกต่อรายได้ครัวเรือน ความเป็นอยู่ของประชาชน และความเข้มแข็งของสถาบันทางสังคมในพื้นที่ และ (3) ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม บ่งชี้ถึงข้อจำกัดของความสามารถในการรองรับของทรัพยากรและระบบนิเวศ หากการพัฒนาไม่มีมาตรการกำกับที่เหมาะสม |
| (4) การกำหนดมาตรการเพื่อความยั่งยืน | นำผลการประเมินผลกระทบสะสมมากำหนดมาตรการเพื่อความยั่งยืน รวม 92 มาตรการ 5 ประเภท ดังนี้ประเภทมาตรการจำนวนมาตรการสาระสำคัญสนับสนุน/ ส่งเสริมผลกระทบ50เสริมสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและสังคมของพื้นที่หลีกเลี่ยง/ ป้องกันผลกระทบ25จัดการความเสี่ยงเชิงโครงสร้างตั้งแต่ระยะวางแผนลดผลกระทบ8บรรเทาผลกระทบที่หลีกเลี่ยงไม่ได้แก้ไขผลกระทบ8ฟื้นฟูพื้นที่ ทรัพยากร และคุณค่าทางวัฒนธรรมที่ได้รับผลกระทบทดแทน/ชดเชยผลกระทบ1ทางเลือกสุดท้าย เช่น การปลูกป่าทดแทน ในอัตราสูงกว่า 1:1 |
| (5) การจัดทำแผนติดตามและประเมินผล SEA(เพื่อตรวจสอบผลกระทบสะสม ที่เกิดขึ้นจริงและประสิทธิภาพของมาตรการเพื่อความยั่งยืนภายหลังการนำไปปฏิบัติ) | – ด้านเศรษฐกิจ : 3 ตัวชี้วัด เช่น อัตราการเติบโตของผลิตภัณฑ์จังหวัดต่อหัว การเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน (ผู้รับผิดชอบ : สศช. และสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด)- ด้านสังคม : 3 ตัวชี้วัด เน้นผลกระทบต่อคุณค่ามรดกทางวัฒนธรรม (ผู้รับผิดชอบ : สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด)- ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม : 10 ตัวชี้วัด เช่น พื้นที่ป่า ป่าชายเลน พื้นที่กัดเซาะชายฝั่ง ดัชนีคุณภาพอากาศ ดัชนีคุณภาพน้ำผิวดิน สัดส่วนขยะที่จัดการอย่างถูกต้อง (ผู้รับผิดชอบ : สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 16 และหน่วยงานด้านป่าไม้/ทรัพยากรทางทะเล) |
| (6) การจัดทำรายงาน SEA | การรวบรวมข้อมูล ขั้นตอนและผลการดำเนินงานต่าง ๆ ในกระบวนการ SEA พร้อมผลการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียมาจัดทำเป็นรายงานเพื่อเผยแพร่ให้ผู้มีส่วนได้เสียสามารถตรวจสอบผลการจัดทำที่ผ่านมาได้เพื่อให้เกิดความโปร่งใสในการดำเนินงานตลอดกระบวนการ |
4.2 กระบวนการมีส่วนร่วม : ดำเนินการใน 2 ลักษณะ (1) เป็นทางการ: โดยการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นรวม 8 ครั้ง 45 เวที มีผู้เข้าร่วม 3,931 คน ครอบคลุมผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้ง 10 กลุ่ม และ (2) ไม่เป็นทางการ : โดยการหารือกลุ่มย่อยรวม 19 ครั้ง 36 เวที มีผู้เข้าร่วม 1,323 คน เพื่อเตรียมความพร้อมและซักซ้อมขั้นตอนการดำเนินกระบวนการ SEA ก่อนเข้าประชุมรับฟังความคิดเห็นในเวทีที่เป็นทางการ
4.3 กระบวนการจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาเชิงพื้นที่ฯ : ประกอบด้วย 5 ขั้นตอน ได้แก่ (1) การสร้างความรับรู้และข้อตกลงร่วมกัน (2) การทบทวนแผนและข้อมูลพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง (3) การกำหนดเป้าหมายการพัฒนาและแนวทางการพัฒนา (4) การจัดทำแผนติดตามและประเมินผล และ (5) การจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาเชิงพื้นที่ฯ ซึ่งดำเนินการด้วยกระบวนการ SEA ที่ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอนตั้งแต่เริ่มต้น โดยมีการรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหา ทิศทางการพัฒนาและศักยภาพการพัฒนาของพื้นที่อย่างแท้จริงจากแต่ละฝ่าย เพื่อนำมาพัฒนาทางเลือกและประเมินทางเลือกร่วมกันจนได้ทางเลือกที่เหมาะสมเป็นที่ยอมรับจากทุกฝ่ายและทางเลือกดังกล่าวจะนำไปสู่แนวทางการพัฒนาและแผนงานสำคัญ รวมถึงพื้นที่เป้าหมาย ที่ปรากฏในแผนแม่บทการพัฒนาเชิงพื้นที่ฯ
4.4 แผนแม่บทการพัฒนาเชิงพื้นที่ฯ มีสาระสำคัญ สรุปได้ดังนี้
| หัวข้อ | สาระสำคัญ |
| เป้าหมายการพัฒนา | การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจภาคใต้ ด้วยการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนบนฐานทรัพยากรและความหลากหลายทางวัฒนธรรมโดยพัฒนาพื้นที่จังหวัดสงขลาเป็นหัวรถจักรทางเศรษฐกิจและโลจิสติกส์และจังหวัดปัตตานีเป็นฐานทรัพยากรอาหารฮาลาล ความหลากหลายทางวัฒนธรรมและเศรษฐกิจฐานทรัพยากรที่เกื้อหนุนซึ่งกันและกัน |
| เป้าหมายการพัฒนาย่อย | (1) การพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อยกระดับพื้นที่สู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจภาคใต้ (2) การยกระดับคุณภาพชีวิต ความเป็นธรรมทางสังคมและสันติสุข (3) การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน |
| พื้นที่ | ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดสงขลาและจังหวัดปัตตานี |
| ระยะเวลา | 5 ปี (ระหว่างปี 2571 – 2575) |
| ตัวอย่างตัวชี้วัด | (1) อัตราการเติบโตของ GPP ภาคเกษตรและภาคอุตสาหกรรม อัตราการเติบโตของรายได้จากการท่องเที่ยว และสัดส่วนกำลังติดตั้งไฟฟ้าทดแทนต่อการใช้พลังงานไฟฟ้ารวม(2) ร้อยละของผู้เรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายต่อประชากร อายุ 15 -17 ปี และอันดับความเป็นเมืองน่าอยู่ตามค่าดัชนีความก้าวหน้าของคน(3) ปริมาณการจับสัตว์ต่อหน่วยการลงแรงประมง และสัดส่วนปริมาณขยะที่ได้รับการจัดการอย่างถูกต้อง |
| แนวทางการพัฒนา | (1) การเกษตร โดยมุ่งเน้นการพัฒนาปศุสัตว์และสัตว์น้ำให้มีมาตรฐานและมูลค่าสูง(2) อุตสาหกรรม โดยมุ่งเน้นการแปรรูปสินค้าเกษตรหลัก(3) การท่องเที่ยวและบริการ โดยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้านการท่องเที่ยว อาทิ ถนน ท่าเรือ และการฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมรวมถึงเมืองเก่าสู่มรดกโลก(4) การค้าและการคมนาคมขนส่ง โดยมุ่งเน้นการปรับปรุงโครงข่ายคมนาคมทุกรูปแบบ (ถนน รถไฟทางคู่)(5) การอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ โดยมุ่งเน้นการอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศสำคัญทั้งทางบกและทางน้ำ (6) การลดความเสี่ยงและผลกระทบจากภัยพิบัติ โดยจัดการ ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง และการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานเพื่อลดความเสี่ยงน้ำท่วม/น้ำแล้ง(7) การจัดการขยะและมลพิษสิ่งแวดล้อม โดยการจัดการขยะอย่างครบวงจรด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง และส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนตามศักยภาพ |
| ตัวอย่างแผนงานสำคัญ | – แผนงานด้านการยกระดับภาคเกษตรสู่เกษตรมูลค่าสูง (ผลิตภัณฑ์ยางพารา)- แผนงานด้านการพัฒนาสินค้าและบริการของ จังหวัดสงขลาและจังหวัดปัตตานีให้มีมาตรฐานฮาลาล (การพัฒนาสินค้าและบริการให้มีมาตรฐานฮาลาล)- แผนงานด้านการท่องเที่ยวเชิงคุณค่าและยั่งยืน (เมืองอัจฉริยะเพื่อการดูแลผู้สูงอายุ)- แผนงานด้านทรัพยากรมนุษย์ (การพัฒนาโรงเรียนปอเนาะในจังหวัดชายแดนภาคใต้)- แผนงานโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสาร (ขยายโครงข่ายดิจิทัลและแพลตฟอร์มโลจิสติกส์อัจฉริยะ) |
| การขับเคลื่อนแผนแม่บทการพัฒนาเชิงพื้นที่ฯ สู่การปฏิบัติ | ดำเนินการผ่านคณะกรรมการนโยบายการบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ (ก.น.บ.) รวมทั้งคณะกรรมการบริหารงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการในการกำกับ ประสาน และบูรณาการแผนแม่บทการพัฒนาเชิงพื้นที่ฯ เข้าสู่แผนพัฒนาจังหวัด/แผนกลุ่มจังหวัดแผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัด/กลุ่มจังหวัด และแผนของ อปท. เพื่อเสนอ ก.น.บ. พิจารณา |
5. สศช.แจ้งว่า การจัดทำ SEA สำหรับแผนแม่บทการพัฒนาเชิงพื้นที่ฯ จะสร้างความน่าเชื่อถือและเป็นที่ยอมรับร่วมกันของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง และสามารถใช้แผนแม่บทการพัฒนาเชิงพื้นที่ฯ เป็นกรอบและทิศทางให้กับแผนพัฒนาต่างๆ ที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกับศักยภาพของพื้นที่ คำนึงถึงความสมดุลของการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม และนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป