
19 มิ.ย. 2569 14:00 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
“เมเจอร์ โอ๊ก” ต้นโอ๊กโบราณอายุ 1,200 ปี จากตำนานโรบินฮู้ด ยืนต้นตายแล้ว
ผู้เชี่ยวชาญยืนยัน “ต้นเมเจอร์ โอ๊ก” ต้นไม้ยักษ์อายุกว่า 1,200 ปี แห่งป่าเชอร์วูด ประเทศอังกฤษ ซึ่งตามตำนานเล่าว่าเป็นที่ซ่อนตัวของ “โรบิน ฮู้ด” ได้ยืนต้นตายแล้วอย่างเป็นทางการ หลังไม่ยอมแตกใบใหม่ในฤดูใบไม้ผลิปีนี้ คาดสาเหตุเกิดจากสภาพอากาศสุดขั้วจากโลกร้อน ประกอบกับดินโคนต้นถูกเหยียบย่ำจากนักท่องเที่ยวนับล้านคนตลอดสองศตวรรษ จนรากขาดออกซิเจนและน้ำ
สมาคมคุ้มครองนกแห่งสหราชอาณาจักร (RSPB) ซึ่งเป็นองค์กรการกุศลเพื่อการอนุรักษ์ที่ทำหน้าที่ดูแลป่าเชอร์วูด ในมณฑลนอตทิงแฮมเชียร์ แถลงยืนยันว่า “ต้นเมเจอร์ โอ๊ก” (Major Oak) อายุกว่า 1,200 ปี หนึ่งในต้นไม้ที่มีชื่อเสียงและเป็นสัญลักษณ์สำคัญที่สุดของสหราชอาณาจักร ได้ยืนต้นตายลงแล้ว หลังจากที่ผู้เชี่ยวชาญด้านพฤกษศาสตร์เฝ้าสังเกตการณ์พบว่า ต้นโอ๊กยักษ์ต้นนี้ไม่มีการแตกใบอ่อนแม้แต่ใบเดียวในช่วงฤดูใบไม้ผลิปีนี้ ซึ่งแตกต่างจากปีก่อน ๆ ที่แม้จะมีการลดลงของปริมาณใบอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็ยังคงมีใบไม้อยู่
ฮอลลี เดรค ตัวแทนจาก RSPB กล่าวในแถลงการณ์ว่า “การที่ต้นไม้ไม่สามารถผลิตใบได้ในปีนี้ ถือเป็นเรื่องที่สร้างความสะเทือนใจให้แก่ทุกคนเป็นอย่างยิ่ง” แม้ว่าก่อนหน้านี้ในช่วงฤดูหนาวปี 2024 จะเคยมีข่าวลือเรื่องการตายของต้นโอ๊กต้นนี้ออกมา แต่อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลานั้นทางองค์กรยังคงยืนยันว่ามันยังมีชีวิตอยู่ และได้พยายามยื้อชีวิตอย่างสุดความสามารถ รวมถึงการใช้ระบบชลประทานพิเศษเพื่อรดน้ำหล่อเลี้ยงระบบรากในช่วงที่เผชิญกับอุณหภูมิที่พุ่งสูงเมื่อเดือนมิถุนายน 2025 ที่ผ่านมา
แม้ผู้เชี่ยวชาญจะระบุว่าเป็นการยากที่จะชี้ชัดถึงสาเหตุการตายเพียงข้อเดียว แต่เชื่อว่าเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน โดยเฉพาะกิจกรรมของมนุษย์ ตลอด 2 ศตวรรษที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวนับล้านคนต่างเดินทางมาชมความมหัศจรรย์ของต้นไม้ที่มีเส้นรอบวงลำต้นกว้างถึง 11 เมตรคันนี้ การเหยียบย่ำซ้ำ ๆ ทำให้ดินบริเวณโคนต้นถูกอัดจนแน่นทึบ ส่งผลให้ระบบรากถูกบีบรัดอย่างรุนแรง น้ำฝน สารอาหาร และออกซิเจนไม่สามารถซึมผ่านลงไปเลี้ยงรากได้
นอกจากนี้ ความพยายามในการอนุรักษ์ในอดีต เช่น การใช้เสาค้ำยันและสายเคเบิลเหล็กเพื่อพยุงกิ่งก้านขนาดใหญ่ไม่ให้หักโค่นลงมา กลับกลายเป็นการแทรกแซงโครงสร้างตามธรรมชาติและส่งผลเสียต่อตัวต้นไม้ในระยะยาว นอกจากนั้น วิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทำให้เกิดคลื่นความร้อนและภัยแล้งรุนแรงในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ยิ่งเป็นตัวเร่งให้ต้นโอ๊กแก่ชราต้นนี้อ่อนแอลงจนยืนต้นตายในที่สุด
ตามตำนานพื้นบ้านของอังกฤษในคริสต์ศตวรรษที่ 13 เล่าว่า “โรบิน ฮู้ด” จอมโจรคุณธรรมผู้ปล้นคนรวยเพื่อช่วยคนจน ได้ใช้โพรงขนาดใหญ่ภายในลำต้นของเมเจอร์ โอ๊ก เป็นที่หลบซ่อนตัวจากนายอำเภอแห่งนอตทิงแฮม ซึ่งในความเป็นจริงทางวิทยาศาสตร์ระบุว่า โพรงดังกล่าวเกิดจากการกัดเซาะของเชื้อรา
เดิมทีต้นไม้ต้นนี้มีชื่อเรียกหลายชื่อ แต่ชื่อ “เมเจอร์” (Major) กลายเป็นชื่อที่ผู้คนจดจำหลังจากที่พันตรีเฮย์แมน รูก อดีตทหารบกอังกฤษ ได้เขียนถึงต้นไม้ต้นนี้ในหนังสือเกี่ยวกับต้นโอ๊กเมื่อปี 1790 จนจุดกระแสการท่องเที่ยวป่าเชอร์วูดหลั่งไหลมานับตั้งแต่นั้น จนกระทั่งในช่วงทศวรรษที่ 1970 ทางการได้สั่งล้อมรั้วกั้นเพื่อห้ามนักท่องเที่ยวปีนป่ายเข้าไปในโพรงต้นไม้ และทำได้เพียงชื่นชมอยู่ห่าง ๆ เท่านั้น นอกเหนือจากคุณค่าทางประวัติศาสตร์แล้ว ไม้โอ๊กจากป่าเชอร์วูดแห่งนี้ยังเคยถูกนำไปใช้ต่อเรือรบของกองทัพเรือสหราชอาณาจักรในยุคของรองพลเรือเอก โฮราชิโอ เนลสัน และใช้เป็นคานไม้บนหลังคาของมหาวิหารเซนต์พอลในกรุงลอนดอนอีกด้วย
เอ็ด ไพน์ จากองค์กรอนุรักษ์ป่าไม้ Woodland Trust เปรียบเปรยว่า “ต้นไม้โบราณอย่างเมเจอร์ โอ๊ก เปรียบเสมือน ‘แรดขาวแห่งวงการอนุรักษ์ของสหราชอาณาจักร’ แต่การล้มลงของพวกมันกลับไม่ค่อยมีใครสังเกตเห็น การปกป้องพวกมันเป็นสิ่งสำคัญต่อสุขภาพของโลก”
อย่างไรก็ตาม RSPB ยืนยันว่า จะไม่มีการตัดโค่นต้นเมเจอร์ โอ๊ก โดยจะปล่อยให้ลำต้นและกิ่งก้านของมันยืนต้นตระหง่านอยู่ใจกลางป่าเชอร์วูดต่อไปในฐานะอนุสรณ์สถานทางธรรมชาติ เพื่อให้คนรุ่นหลังได้มาเยือนและรำลึกถึงตำนานโรบิน ฮู้ด ขณะเดียวกัน ลำต้นที่ไร้ชีวิตของมันก็จะยังคงทำหน้าที่เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตและค้ำจุนระบบนิเวศของผืนป่าต่อไป และที่สำคัญ ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ได้มีการนำหน่อและต้นกล้าที่ขยายพันธุ์จากต้นเมเจอร์ โอ๊ก ไปปลูกไว้ในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วโลกแล้ว เพื่อให้ต้นไม้ในตำนานต้นนี้ยังคงสืบทอดต่อไป.
ที่มา BBC / Associated Press