
แฉก่อนแถลง แทนคุณ หอบหลักฐานลุย DSI บี้สอบ ฟิล์ม รัฐภูมิ เอี่ยวเครือข่ายหลอกลงทุน
วันศุกร์ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 12.03 น.
เกิดกระแสระอุกลางกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ก่อนการแถลงข่าวใหญ่กรณีทลายเครือข่ายชักชวนลงทุนซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (Forex) เมื่อ นายแทนคุณ จิตต์อิสระ ประธานชมรมสันติประชาธรรม ได้เดินทางมาร่วมรับฟังพร้อมหอบเอกสารและรูปถ่ายชุดสำคัญ เข้ายื่นต่อเจ้าหน้าที่เพื่อจี้ให้ตรวจสอบดาราดัง “ฟิล์ม-รัฐภูมิ โตคงทรัพย์” หลังพบข้อมูลเชื่อมโยงพฤติการณ์หลอกลวงผู้เสียหายรายย่อยเป็นจำนวนมาก
เปิด 8 คดีฉาว แฉพฤติกรรมหลอกลงทุนปี 62
‘แทนคุณ’ เปิดเผยว่า หลักฐานที่นำมามอบให้ DSI ในครั้งนี้ เป็นการรวบรวมเคสจากผู้เสียหายทั้งหมด 8 คดี ที่เคยร้องเรียนให้ทางชมรมฯ ช่วยเหลือ โดยพุ่งเป้าไปที่พฤติกรรมของ นายรัฐภูมิ ที่ถูกกล่าวหาว่าหลอกลวงให้ร่วมลงทุนในช่วงปี 2562 ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก คือ
1. การชักชวนลงทุน Forex ที่ดูไบ: อ้างผลตอบแทนสุดอู้ฟู่ภายใน 1 เดือน จะสามารถทำกำไรได้มากกว่า 300 ล้านบาท จนมีผู้หลงเชื่อจำนวนมาก บางรายสูญเงินสูงถึง 60 ล้านบาท แต่สุดท้ายกลับไม่มีใครได้รับผลตอบแทนตามที่อ้าง
2. การชักชวนลงทุนในบริษัทตู้หยอดเหรียญน้ำมัน
นอกจากนี้ ยื่นตรวจสอบรายชื่อโบรกเกอร์ Forex ที่คาดว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายดังกล่าว ได้แก่ HFM, GOFX, Interstella, Vantage, QRS, Etherwealth และ Dpromp ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการสืบสวนและคำให้สัมภาษณ์ของผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรังก่อนหน้านี้
ย้อนรอยคดีเก่า “เพย์ออล” ชี้พฤติกรรมทำผิดซ้ำซาก
ประธานชมรมสันติประชาธรรม ยังได้นำสำเนาคำพิพากษาของศาลอาญา คดีหมายเลขดำที่ อ.3090/2561 (พิพากษาเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2561) ซึ่งในคดีนั้น ศาลได้ตัดสินลงโทษนายรัฐภูมิ และพวกในนาม บริษัท เพย์ออล กรุ๊ป จำกัด (Payall Group) รวม 4 คน ในความผิดเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Money) โดยไม่ได้รับอนุญาต และชักชวนคนมาร่วมลงทุนอ้างผลตอบแทนสูงเช่นเดียวกัน
“หลังจากบริษัทเพย์ออลถูกศาลตัดสินว่ามีความผิด ได้มีการเปลี่ยนชื่อไปเป็น I Play all ก่อนจะพบพฤติการณ์เดินสายหลอกลวงลงทุน Forex ต่อทันทีในปี 2562 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงเจตนาและพฤติกรรมในการกระทำความผิดอย่างต่อเนื่อง ไม่เข็ดหลาบต่อกฎหมาย” นายแทนคุณ ระบุ
นอกจากนี้ แทนคุณ กล่าวทิ้งท้ายว่า นอกเหนือจากตัวนายรัฐภูมิแล้ว ตนยังมีข้อมูลรายชื่อดารานักแสดงและบุคคลที่มีชื่อเสียงในสังคมอีกประมาณ 4-5 คน ที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายหลอกลงทุนในลักษณะนี้ แต่ในชั้นนี้ยังไม่ขอเปิดเผยรายชื่อ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้อย่างเต็มที่ และอยากเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบเคสนี้อย่างละเอียด รอบด้าน และตรงไปตรงมา เนื่องจากสร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจและประชาชนเป็นวงกว้าง
