ไม่มีคำสั่งแทรกแซง โฆษกรัฐบาล แจง ไร้การเฝ้าระวังสื่อ วิจารณ์ได้ พร้อมฟัง

ไม่มีคำสั่งแทรกแซง โฆษกรัฐบาล แจง ไร้การเฝ้าระวังสื่อ วิจารณ์ได้ พร้อมฟัง

ไม่มีคำสั่งแทรกแซง โฆษกรัฐบาล แจง ไร้การเฝ้าระวังสื่อ วิจารณ์ได้ พร้อมฟัง

วันเสาร์ ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.48 น.

โฆษกรัฐบาลแจง ไร้การเฝ้าระวังสื่อ ไม่มีคำสั่งแทรกแซง ชี้สื่อวิจารณ์ได้ พร้อมฟัง

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยกรณีมีรายงานข่าวเกี่ยวกับประเด็นเสรีภาพสื่อ และมีการอ้างว่ารัฐบาลมอนิเตอร์ จับตา หรือเฝ้าระวังสื่อมวลชนบางสำนักเป็นพิเศษ ว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่ถูกต้อง รัฐบาลไม่มีนโยบายปิดกั้นสื่อ ไม่มีคำสั่งแทรกแซง และไม่มีการดำเนินการใด ๆ ที่เป็นการกดดันการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน

รัชดา ธนาดิเรก

รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ยืนยันหลักการชัดเจนว่า เสรีภาพของสื่อมวลชนเป็นกลไกสำคัญในระบอบประชาธิปไตย รัฐบาลเคารพการทำหน้าที่ของสื่อทุกแขนง ทั้งสื่อกระแสหลัก สื่อออนไลน์ และผู้ผลิตเนื้อหาสาธารณะ โดยเฉพาะการรายงานที่อยู่บนฐานข้อเท็จจริง ตรวจสอบได้ และคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวม

“รัฐบาลไม่มีการแทรกแซงสื่อ ไม่มีการสั่งจับตา ไม่มีการเฝ้าระวังสำนักข่าวใดเป็นพิเศษ และไม่มีการใช้อำนาจรัฐไปกดดันการทำหน้าที่ของสื่อ” น.ส.รัชดากล่าว

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ข้อเท็จจริงที่ประชาชนเห็นได้ทุกวัน คือสื่อมวลชนยังคงนำเสนอข่าว ตรวจสอบ แสดงความคิดเห็น และวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง หากรัฐบาลมีนโยบายปิดกั้นสื่อจริง ภาพการตรวจสอบและวิพากษ์วิจารณ์เช่นนี้ย่อมไม่ปรากฏอยู่ในพื้นที่สาธารณะอย่างที่เป็นอยู่

สำหรับกรณีรายการเจาะลึกทั่วไทย ซึ่งมีการประกาศยุติการออกอากาศกับทาง อ.ส.ม.ท. นั้น น.ส.รัชดากล่าวว่า เรื่องดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับการสั่งการหรือการแทรกแซงจากรัฐบาล และไม่ได้หมายความว่าสื่อหรือผู้ดำเนินรายการจะไม่สามารถตรวจสอบ วิพากษ์วิจารณ์ หรือนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับรัฐบาลได้อีก สื่อทุกแขนงยังทำหน้าที่ได้ตามปกติ ภายใต้ข้อเท็จจริงและความรับผิดชอบต่อสังคม

น.ส.รัชดา ยังกล่าวว่าด้วยว่า ในการทำงานของภาครัฐมีความจำเป็นที่ต้องติดตามข่าวหรือมอนิเตอร์ข่าว เป็นภารกิจปกติของทุกหน่วยงาน เพื่อให้รัฐบาลรับรู้เสียงสะท้อน ปัญหา ข้อร้องเรียน และข้อวิจารณ์จากประชาชน ในกรณีพบข่าวปลอม ข่าวบิดเบือน หรือข้อมูลคลาดเคลื่อน รัฐบาลมีหน้าที่ชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสาธารณะโดยเร็ว ไม่ใช่การจำกัดสิทธิหรือคุกคามสื่อใดเป็นการเฉพาะ และถ้าจะไม่ให้มีการติดตามข่าวสารเลย รัฐบาลจะรับรู้เสียงสังคมได้อย่างไร

ทั้งนี้ รัฐบาลต้องการให้การเมืองไทยเดินไปในทางสร้างสรรค์ ไม่มองผู้ตรวจสอบเป็นคู่ขัดแย้ง สื่อ ภาคประชาชน ภาคเอกชน และฝ่ายการเมืองควรทำหน้าที่ของตนอย่างตรงไปตรงมา เพราะผลประโยชน์สุดท้ายตกอยู่กับประชาชนและประเทศโดยรวม 

รัฐบาลพร้อมรับฟังและเปิดพื้นที่ให้ตรวจสอบการทำงานอย่างต่อเนื่อง และย้ำว่าไม่มีนโยบายแทรกแซงสื่อ ยึดหลักเสรีภาพการทำงานของสื่อมวลชนตามแนวทางของระบอบประชาธิปไตยโดยเคร่งครัด

Leave a comment