
จุติ หนุนรัฐ ดันไทยเข้า OECD ชี้ได้ประโยชน์ถึง 3 เด้ง
วันอาทิตย์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 10.39 น.
“จุติ”หนุนรัฐ ดันไทยเข้า OECD ชี้ได้ประโยชน์ถึง 3 เด้ง ยกระดับประเทศ ล้างภาพเมืองหลวงธุรกิจสีเทา เชื่อหากทำสำเร็จ ดึงความเชื่อมั่นนักลงทุน สร้างงานให้คนไทยเพียบ
21 มิถุนายน 2569 นายจุติ ไกรฤกษ์ สส.พิษณุโลก พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การเงิน การคลัง สถาบันการเงิน และตลาดการเงิน สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีรัฐบาลเดินหน้ากระบวนการเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือ OECD ว่า รัฐบาลชุดปัจจุบันได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา และได้รับความเห็นชอบ โดยมีเป้าหมายสำคัญในการยกระดับประเทศให้หลุดพ้นจากกับดักรายได้ต่ำ หลังจากรายได้ของประชาชนอยู่ในระดับต่ำต่อเนื่องมาเป็นเวลากว่า 10 ปี ซึ่งการเข้าเป็นสมาชิกของ OECD กลุ่มประเทศที่ร่ำรวยและมีธรรมาภิบาลสูง จะช่วยยกระดับมาตรฐานของไทยให้สูงขึ้นในระดับสากล
นายจุติ กล่าวต่อว่า ก่อนที่จะได้รับการรับรองเป็นสมาชิก ประเทศไทยต้องปรับปรุงระบบธรรมาภิบาลให้มีความโปร่งใสทุกอย่างต้องสะอาดเหมือนมาตรฐานสากล โดยเฉพาะความน่าเชื่อถือ ซึ่งเรามีวาระสำคัญที่จะต้องยื่นสมัครในวันที่ 30 มิถุนายน 2570 ดังนั้น เราต้องทำตัวเองให้เข้มแข็งและสะอาดตั้งแต่วันนี้ ซึ่งจะสร้างประโยชน์ให้กับประเทศไทย 3 ด้าน คือ การยกระดับมาตรฐานธรรมาภิบาลให้เข้มข้น ลบข้อครหาและไม่ให้ใครมาตราหน้าได้ว่า กรุงเทพฯ ประเทศไทย เป็นเมืองหลวงธุรกิจสีเทา การแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชันและปัญหายาเสพติด ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังที่ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาประเทศ หากแก้ตรงนี้ได้จะสร้างความเชื่อมั่นในสายตาของนักลงทุนและประชาคมโลก
นายจุติ กล่าวอีกว่า ในส่วนของฝ่ายนิติบัญญัติ จะทำหน้าที่ศึกษา ตรวจสอบ และส่งข้อเสนอแนะให้รัฐบาลอย่างเต็มที่ โดยไม่ก้าวล่วงฝ่ายบริหาร เพราะหน้าที่ในการนำไปปฏิบัติเป็นของรัฐบาล แต่เป้าหมายสูงสุดคือประโยชน์ของประเทศไทยและคนไทย ส่วนการแก้กฎหมายต่างๆ จำเป็นต้องได้รับความเห็นชอบจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง 500 คน จึงเชื่อว่าทุกเสียงมีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนประเทศ และเชื่อมั่นในศักยภาพของ กมธ.การเงิน การคลังฯ ที่เต็มไปด้วยผู้รู้ ผู้เชี่ยวชาญ และผู้มีประสบการณ์ ซึ่งจะทำงานตรงเป้าถึงปัญหา ไม่ว่ายวนในอ่าง เพื่อให้คุ้มค่ากับเงินภาษีของประชาชน
เมื่อถามถึงผลดีผลเสียในการเข้าเป็นสมาชิกของ OECD และเม็ดเงินที่จะไหลเข้าสู่ตลาดทุนไทย นายจุติ กล่าวว่า หากประเทศไทยมีคุณสมบัติครบและสามารถทำตัวให้เข้มแข็งได้จริง ไม่ใช่แค่การฟอกตัว ต่างชาติจะเกิดความมั่นใจอย่างมาก จากข้อมูลที่ กมธ.การเงิน การคลังฯ ได้ติดตามเรื่องตลาดทุนพบว่าลำพังแค่มูลค่าหุ้นกู้สะสมของไทยในปัจจุบันสูงถึง 18 ล้านล้านบาท ซึ่งมากกว่างบประมาณประจำปีถึง 4 เท่า ดังนั้นการเข้า OECD จะเป็นการลงทุนที่ “ทำน้อยแต่ได้มาก” ถ้าตลาดทุนไทยสะอาด คนทั่วโลกจะกล้าเข้ามาลงทุน ช่วยระดมทุนสร้างงาน สร้างโอกาสให้คนไทยอย่างมหาศาล และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับต่างประเทศได้เพิ่มมากขึ้น