
‘มัลลิกา’หาเสียงหนัก โกยแต้มชิงผู้ว่ากทม.
วันอาทิตย์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.
‘มัลลิกา’หาเสียงหนัก โกยแต้มชิงผู้ว่ากทม.
“มัลลิกา” หาเสียงตลาดริมบึง เขตหลักสี่ ชูแผนฟื้นเศรษฐกิจแก้ปัญหาเมืองเรื้อรัง นำเทคโนโลยี AI ช่วยแก้จราจร-น้ำท่วม ลั่นผลโพลมาอันดับ 2 แต่มีโอกาสชนะสูงมาก คะแนนหายใจรดต้นคอ “ชัชชาติ” แล้วขณะที่ “อนุชา-อภิสิทธิ์” ลงพื้นที่ สาทร ยานนาวา-บางแค แต่เช้า มั่นใจนโยบายตรงใจ ประกาศยกเครื่องระบบขยะ ชูยุทธศาสตร์องคาพยพ ปชป. กระจายตัวทั่ว กทม. ลุยโค้งสุดท้าย ด้าน “เท้ง” นำทัพผู้สมัคร สก. แห่รอบ กทม. ชั้นในช่วงโค้งสุดท้ายศึกเลือกตั้ง
เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 20 มิถุนายน 2569 ที่ตลาดริมบึง แขวงทุ่งสีกัน แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 14 ลงพื้นที่พบปะพ่อค้าแม่ค้า ผู้ประกอบการ และประชาชนในย่านตลาดริมบึง ซึ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของเขตหลักสี่และมีประชาชนสัญจรจำนวนมากตลอดทั้งวัน
โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ประชาชนจำนวนมากเข้ามาทักทาย ขอถ่ายภาพ และสะท้อนปัญหาที่ต้องการให้กรุงเทพมหานครเร่งแก้ไข โดย ดร.มัลลิกา ระบุว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในภารกิจโค้งสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้งที่เหลือเวลาอีกเพียง 7 วัน เพื่อขอคะแนนเสียงจากประชาชนและนำเสนอแนวทางการพัฒนากรุงเทพมหานคร
ภายใต้ยุทธศาสตร์ 14 ด้าน ที่สามารถดำเนินการได้ทันที
ปัญหาปากท้องสำคัญมากที่สุด
ดร.มัลลิกา กล่าวว่า สิ่งที่ประชาชนในพื้นที่ให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ คือเรื่องเศรษฐกิจปากท้อง การค้าขาย และค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น จึงผลักดันนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก สนับสนุนผู้ค้ารายย่อย ตลาดชุมชน และผู้ประกอบการขนาดเล็กให้สามารถสร้างรายได้และเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจในทุกเขตของกรุงเทพมหานคร
นอกจากนี้ เขตหลักสี่ยังเป็นพื้นที่ที่เผชิญปัญหาเรื้อรังหลายด้าน ทั้งปัญหาการจราจรติดขัดบริเวณถนนแจ้งวัฒนะ น้ำท่วมซ้ำซาก และจุดเชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะ ปัญหาน้ำท่วมขังในช่วงฝนตกหนัก ปัญหาไฟส่องสว่างในชุมชนและทางเดินสาธารณะ ความปลอดภัยของประชาชน รวมถึงการจัดระเบียบพื้นที่สาธารณะให้สามารถใช้ประโยชน์ร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เสนอนำAIช่วยบริหารจัดการเมือง
ดร.มัลลิกา จึงเสนอแนวทางแก้ไขด้วยการนำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยบริหารจัดการเมือง ไม่ว่าจะเป็นระบบ AI Traffic Real-Time เพื่อแก้ปัญหาการจราจร ระบบ AI Flood Radar เพื่อเฝ้าระวังและบริหารจัดการน้ำท่วมล่วงหน้าการเพิ่มไฟส่องสว่างอัจฉริยะและกล้องวงจรปิดในพื้นที่เสี่ยง รวมถึงการยกระดับบริการสาธารณะให้ประชาชนเข้าถึงได้อย่างรวดเร็วและโปร่งใส
“กรุงเทพฯ ต้องเป็นเมืองที่ประชาชนทุกคนมีโอกาสสร้างรายได้ มีความปลอดภัยและได้รับบริการที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียมกันทั้ง 50 เขต หากได้รับความไว้วางใจจากประชาชนพร้อมทำงานทันที ทำเป็นเพื่อให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองแห่งโอกาส เมืองแห่งเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และเมืองที่น่าอยู่สำหรับทุกคน” ดร.มัลลิกา กล่าว
มั่นใจมีโอกาสชนะสูงมาก
ทั้งนี้ ดร.มัลลิกา ได้เชิญชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในวันที่ 28 มิถุนายน 2569 และขอคะแนนเสียงให้หมายเลข 14เพื่อร่วมกันสร้างการเปลี่ยนแปลงและอนาคตใหม่ให้กับกรุงเทพมหานครต่อไป
“ขณะนี้ผลสำรวจคะแนนนำมาเป็นอันดับ 2 แต่ไม่ได้ห่างอย่างที่นักวิชาการทำผลสำรวจโดยปัจจุบันมีโอกาสชนะสูงมากคะแนนหายใจรดต้นคอเลย จึงขอให้ทุกคนที่จะกาเบอร์ 14 อยู่แล้วขอให้เชื่อมั่นและไปขอคะแนนจากเพื่อนและครอบครัวมาอีกจากหนึ่งคนไปขอเพิ่มอีกสี่คนมั่นใจว่าชนะขาด” ดร.มัลลิกา กล่าวทิ้งท้าย
‘อนุชา-อภิสิทธิ์’ออกหาเสียงแต่เช้า
นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. หมายเลข 5 พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คณะผู้บริหารพรรค อาทิ นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรค นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรค พร้อมด้วย นายมนตรี เปรมบุญ ผู้สมัคร สก.เขตสาทร หมายเลข 1 ลงพื้นที่พบปะประชาชนที่มาออกกำลังกาย ที่สวนสุขภาพแต้จิ๋วตั้งแต่ช่วงเช้า ต่อด้วยการลงพื้นที่ตลาดเช้าเซนต์หลุยส์ หรือตลาดเช้ากิตติ
จากนั้นลงพื้นที่คู่กับ นายสมเกียรติ ปัญญะธารา ผู้สมัคร สก.เขตยานนาวา หมายเลข 3 ที่ตลาดรุ่งเจริญ ก่อนจะไปที่ตลาดบางแค โดยการล่องเรือผ่านชุมชนริมคลองราชมนตรี กับนายกวิน ชาตะวนิช ผู้สมัคร สก.เขตบางแค หมายเลข 3 โดยทุกพื้นที่ประชาชนต่างทักทายให้การต้อนรับ และแลกเปลี่ยนถึงปัญหาในพื้นที่ต่อนายอนุชาและคณะผู้บริหารพรรคประชาธิปัตย์โดยตรง
ปัญหา‘ขยะ-น้ำท่วม’ต้องแก้ไขด่วน
นายอนุชา เปิดเผยถึงภาพรวมการลงพื้นที่ว่า ได้รับเสียงตอบรับที่ดีมากจากพี่น้องประชาชน หลายคนแสดงความดีใจที่ได้พบปะพูดคุยกับผู้สมัครโดยตรง พร้อมทั้งสะท้อนว่านโยบายทั้ง 5 ด้านที่พรรคประชาธิปัตย์นำเสนอนั้นมีความตรงใจ และอยากให้เร่งนำไปขับเคลื่อนจริงหากได้รับความไว้วางใจให้เข้าไปทำหน้าที่ในศาลาว่าการ กทม. และสภากรุงเทพมหานคร
สำหรับปัญหาเร่งด่วนในพื้นที่เขตสาทร นายอนุชา ระบุว่า จากการรับฟังความเห็นของประชาชน พบว่ามี 2 เรื่องหลักที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน คือ เรื่องการบริหารจัดการขยะ ที่ประชาชนสะท้อนว่า แม้จะพยายามคัดแยกขยะจากครัวเรือนแล้ว แต่สุดท้ายรถเก็บขยะของ กทม. ก็ยังนำมารวมกันในรถคันเดียว ซึ่งปัญหานี้จะต้องได้รับการยกเครื่องใหม่ทั้งระบบตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง ส่วนอีกเรื่องคือ ปัญหาน้ำท่วมขัง เวลาฝนตกหนัก ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ประชาชนฝากความหวังไว้สูง
เดินหน้าลุยหาเสียง-ไม่สนผลโพล
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงประเด็นผลสำรวจความคิดเห็น (โพล) ล่าสุด นายอนุชา กล่าวอย่างมั่นใจว่า ตนเองและพรรคยังคงเดินหน้าหาเสียงตามแนวทางและนโยบายที่ตั้งไว้ต่อไป อีกทั้งในขบวนการลงพื้นที่ ประชาชนจำนวนมากได้เข้ามาให้กำลังใจ และยืนยันว่าไม่ว่าจะแพ้หรือชนะ หรือผลโพลจะอยู่อันดับที่เท่าไหร่ ตนก็คือที่หนึ่งในใจของพวกเขา และพร้อมจะออกไปสิทธิเลือกตั้งให้พรรคประชาธิปัตย์ทั้งผู้ว่าฯ และ สก. แน่นอน
นอกจากนี้ นายอนุชา ยังได้กล่าวเชิญชวนชาวกรุงเทพมหานครให้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 28 มิถุนายนนี้ โดยย้ำว่า พรรคประชาธิปัตย์ส่งผู้สมัคร สก.ครบทั้ง 50 เขต ซึ่งทุกคนเป็นบุคลากรที่ผ่านการคัดสรรมาอย่างดี มีประสบการณ์การทำงานในพื้นที่มาเป็นสิบๆ ปี แม้ในช่วงที่ไม่มีตำแหน่งทางการเมือง ก็ยังคงทำหน้าที่รับฟังและช่วยแก้ไขปัญหาของประชาชนอย่างต่อเนื่อง
เน้นทำงานเป็นทีม/ลงพื้นที่ทั้ง50เขต
“ยุทธศาสตร์ในช่วงโค้งสุดท้ายนี้พรรคประชาธิปัตย์ใช้การทำงานเป็นทีม (องคาพยพ) โดยมีผู้บริหารพรรคในทุกระดับชั้นกระจายกำลังลงพื้นที่ทั้ง 50 เขต เพื่อแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและสร้างความเชื่อมั่นให้กับคนกรุงเทพฯ ว่า ผู้ว่าฯและ สก. ของเรา มีพรรคคอยสนับสนุนและดูแลอย่างใกล้ชิด ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนออกไปใช้สิทธิ์กันให้มากๆ ในวันที่ 28 มิถุนายนนี้ครับ” นายอนุชา กล่าว
‘เท้ง’นำทัพผู้สมัครสก.แห่หาเสียง
ทางด้าน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วย สส.กรุงเทพฯ และผู้สมัคร สก.พรรคประชาชน ในพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นในร่วมกิจกรรมคาราวาน กทม.ชั้นใน เพื่อเชิญชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและ สก. ในวันที่ 28 มิถุนายนนี้ ซึ่งพรรคประชาชนส่ง นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร เป็นแคนดิเดตผู้ว่าฯ หมายเลข 1 พร้อมผู้สมัครสก. ครบทั้ง 50 เขต .
สำหรับเส้นทางคาราวานในวันนี้เริ่มต้นด้วยการปราศรัยที่ตลาดวัดแขก (ซอยสีลม 20) เขตบางรัก ก่อนจะเคลื่อนขบวนผ่านพื้นที่เขตปทุมวัน ราชเทวี และพญาไท มุ่งหน้าสู่การปราศรัยจุดที่สองที่ตลาดราชวัตร เขตดุสิต จากนั้นคาราวานได้เดินทางต่อไปยังเขตพระนครเพื่อปราศรัยที่ตลาดตรอกหม้อ ต่อไปยังเขตป้อมปราบศัตรูพ่ายและเขตสัมพันธวงศ์ ปิดท้ายการปราศรัยที่ย่านเยาวราช เขตสัมพันธวงศ์ โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนสนใจรับฟังและให้กำลังใจตลอดเส้นทาง
ขอโอกาสให้ปชน.บริหารกรุงเทพฯ
นายณัฐพงษ์ ย้ำว่า ตอนนี้อยู่ในช่วงโค้งสุดท้าย เหลืออีกเพียง 8 วันก่อนถึงวันเลือกตั้ง ขอเชิญชวนชาวกรุงเทพฯ ออกมาใช้สิทธิ์ให้มากๆ ให้โอกาส โจ ชัยวัฒน์ และพรรคประชาชนเข้าไปบริหารกรุงเทพมหานคร ด้วยเจตจำนงทางการเมืองที่แน่วแน่ มีทีมบริหารที่มีความพร้อม และนโยบายของพรรคที่ออกแบบมาอย่างรอบด้าน จะเข้าไปสร้างการเปลี่ยนแปลงได้แน่นอน ทั้งนี้ระหว่างการปราศรัยมีประชาชนนำน้ำส้ม 10 ขวดมามอบให้เป็นกำลังใจ หัวหน้าพรรคประชาชนจึงกล่าวว่า “ขอให้ส้ม 10 ขวดนี้เปลี่ยนเป็น สก. 50 คน”