เซเลนสกีส่งคืนเครื่องอิสริยาภรณ์ชั้นสูงสุดของโปแลนด์ หลัง ปธน.ใหม่ขู่ยึดรางวัล

เซเลนสกีส่งคืนเครื่องอิสริยาภรณ์ชั้นสูงสุดของโปแลนด์ หลัง ปธน.ใหม่ขู่ยึดรางวัล

21 มิ.ย. 2569 06:06 น.

เซเลนสกีส่งคืนเครื่องอิสริยาภรณ์ชั้นสูงสุดของโปแลนด์ หลัง ปธน.ใหม่ขู่ยึดรางวัล

เซเลนสกีส่งคืนเครื่องอิสริยาภรณ์ชั้นสูงสุดของโปแลนด์แล้ว หลังจากผู้นำใหม่ของโปแลนด์ขู่ยึดรางวัลคืน เนื่องจากไม่พอใจที่ยูเครนตั้งชื่อหน่วยทหารตามกองกำลังอื้อฉาวในยุคสงครามโลก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 20 มิ.ย. 2569 ว่า นายโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครนแถลงว่าเขาได้ส่งคืนเครื่องอิสริยาภรณ์ชั้นสูงสุดของประเทศโปแลนด์แล้ว หลังจากที่ คารอล นัฟรอตสกี ประธานาธิบดีโปแลนด์คนปัจจุบัน ประกาศว่าจะริบรางวัลดังกล่าวคืนจากเขา

เครื่องอิสริยาภรณ์นกอินทรีขาวของโปแลนด์ (Polish Order of the White Eagle) นี้ ถูกมอบให้แก่นายเซเลนสกีในปี 2566 โดยนายอันเดรจ ดูดา ประธานาธิบดีโปแลนด์ในขณะนั้น

ทว่าเมื่อเดือนก่อน รัฐบาลเคียฟได้สร้างความไม่พอใจให้แก่โปแลนด์อย่างรุนแรงหลังจากมีการเปลี่ยนชื่อหน่วยทหารยูเครนหน่วยหนึ่งตามชื่อกลุ่มนักรบสุดอื้อฉาวในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 คือ “กองทัพผู้ก่อการกำเริบยูเครน” (Ukrainian Insurgent Army) หรือ UPA

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของยูเครนอีก 3 คน ก็ได้ประกาศส่งคืนรางวัลต่าง ๆ ที่โปแลนด์เคยมอบให้เช่นกัน เพื่อแสดงความสมานฉันท์และยืนหยัดเคียงข้างประธานาธิบดีของพวกเขา

ทั้งนี้ ชาวยูเครนจำนวนมากมองว่า กลุ่ม UPA ซึ่งมีบทบาทในช่วงทศวรรษ 1940 และ 1950 เป็นวีรบุรุษผู้ต่อสู้เพื่อเอกราชของยูเครน โดยรบกับทั้งกองทัพแดงของสหภาพโซเวียต, นาซีเยอรมนี และทางการโปแลนด์ ซึ่งในปัจจุบัน กองกำลังยูเครนในแนวหน้าก็ยังคงใช้ธงสีแดงและดำของกองกำลังนี้อยู่บ่อยครั้ง

อย่างไรก็ตาม ทางฝั่งโปแลนด์กลับกล่าวหาว่ากลุ่ม UPA เป็นผู้รับผิดชอบต่อการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์กลุ่มชาติพันธุ์ชาวโปล ประมาณ 100,000 คนในภูมิภาคโวฮีเนีย (Volhynia) ซึ่งปัจจุบันคือแคว้นโวลินในยูเครน ในช่วงปี 2486-2488

ที่ผ่านมา โปแลนด์ถือเป็นหนึ่งในพันธมิตรหลักของยูเครนในสงครามต่อต้านรัสเซีย, รับผู้ลี้ภัยจำนวนหลายแสนคน และทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการขนส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์ไปยังยูเครน

นายเซเลนสกีระบุในแถลงการณ์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า ยูเครนจะยังคงเปิดกว้างต่อการทำงานที่มีความหมายร่วมกันกับโปแลนด์ในทุกรูปแบบ เพื่อหลีกเลี่ยงการตีความที่ขัดแย้งกันในหน้าประวัติศาสตร์ร่วมอันยากลำบากและเจ็บปวดของทั้งสองฝ่าย พร้อมเสริมว่ายูเครนรู้สึกซาบซึ้งต่อประชาชนชาวโปแลนด์ที่ช่วยเหลือ และความร่วมมือที่มีให้มาตลอด

ด้านประธานาธิบดี คารอล นัฟรอตสกี ของโปแลนด์ประณามการตัดสินใจของยูเครนเมื่อปลายเดือนพฤษภาคมว่า การตั้งชื่อหน่วยทหารตามกลุ่ม UPA ว่าเป็นเรื่องที่ “น่าอดสู” “ไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้นได้” และ “น่าผิดหวังเป็นอย่างยิ่ง”

อย่างไรก็ตาม นัฟรอตสกียืนยันว่าข้อพิพาททางการทูตในครั้งนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อการสนับสนุนที่โปแลนด์มีให้แก่ยูเครนในการต่อสู้กับรัสเซีย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

Leave a comment