ไทยโต้กัมพูชา ย้ำปักธงในพื้นที่ปฏิบัติการเดิม ไม่ใช่ละเมิดอธิปไตย

ไทยโต้กัมพูชา ย้ำปักธงในพื้นที่ปฏิบัติการเดิม ไม่ใช่ละเมิดอธิปไตย

ไทยโต้กัมพูชา ย้ำปักธงในพื้นที่ปฏิบัติการเดิม ไม่ใช่ละเมิดอธิปไตย

วันอาทิตย์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.06 น.

ไทยโต้กัมพูชา ย้ำปักธงในพื้นที่ปฏิบัติการเดิม ไม่ใช่ละเมิดอธิปไตย ชี้ข้อกล่าวหาเผาคลังสินค้าไร้หลักฐาน ยืนยันไทยยึด MOU 2000 และถ้อยแถลงร่วมปี 2568 เคร่งครัด หนุนตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมทุกประเด็น ย้ำไม่ต้องการเพิ่มความตึงเครียดชายแดน

21 มิถุนายน 2569 พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา (JIC) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีรัฐบาลกัมพูชาออกแถลงการณ์ลงวันที่ 19 มิถุนายน 2569 กล่าวหาว่าฝ่ายไทยปักธงชาติไทยในดินแดนกัมพูชา อันเป็นการละเมิดอธิปไตยของกัมพูชานั้น ว่า ฝ่ายไทยขอยืนยันอย่างชัดเจนว่าการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ไทยเป็นการปฏิบัติหน้าที่ภายในพื้นที่ที่ฝ่ายไทยดูแลรักษาความปลอดภัยและปฏิบัติภารกิจมาโดยตลอด

“การดำเนินการดังกล่าวไม่ใช่การยึดครองดินแดนโดยมิชอบ และไม่มีเจตนาเปลี่ยนแปลงสถานะของพื้นที่หรือแนวเขตแดนแต่อย่างใด” พล.อ.อ.ประภาส กล่าว

พร้อมระบุว่า ในกรณีพื้นที่ที่ทั้งสองฝ่ายยังมีความเห็นแตกต่างเกี่ยวกับแนวเขตแดน ควรได้รับการพิจารณาและแก้ไขผ่านกลไกที่ทั้งสองประเทศได้ตกลงร่วมกันไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์ถูกตีความหรือขยายความจนส่งผลกระทบต่อบรรยากาศความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ

สำหรับกรณีที่แถลงการณ์กัมพูชากล่าวหาว่าไทยเป็นผู้เผาคลังสินค้าบริเวณ O Smach นั้น ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา กล่าวว่า ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลหรือหลักฐานใดที่สามารถยืนยันข้อกล่าวหาดังกล่าวได้

“ฝ่ายไทยเห็นว่าควรมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกันผ่านกลไกที่เหมาะสม เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ถูกต้อง โปร่งใส และเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย” พล.อ.อ.ประภาส กล่าว

เมื่อถามถึงกรณีการก่อสร้างรั้วหรือสิ่งปลูกสร้างตามแนวชายแดน พล.อ.อ.ประภาส กล่าวว่า การปรับปรุงพื้นที่หรือก่อสร้างสิ่งอำนวยความปลอดภัยในพื้นที่ที่อยู่ภายใต้การควบคุมดูแลและการปฏิบัติหน้าที่ของฝ่ายไทย สามารถดำเนินการได้ตามอำนาจหน้าที่ตามปกติ

ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ด้านการรักษาความปลอดภัยและการบริหารจัดการพื้นที่ มิได้มุ่งเปลี่ยนแปลงแนวเขตแดนหรือสร้างความได้เปรียบทางดินแดนแต่อย่างใด

ส่วนข้อกังวลว่าการดำเนินการดังกล่าวอาจขัดต่อบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบกไทย-กัมพูชา หรือ MOU 2000 หรือไม่นั้น พล.อ.อ.ประภาส ยืนยันว่า ไทยยังคงยึดมั่นและปฏิบัติตาม MOU 2000 อย่างเคร่งครัด ประเด็นใดที่ยังมีความเห็นต่างเกี่ยวกับแนวเขตแดน ควรได้รับการหารือผ่านกลไกทวิภาคีตามที่ทั้งสองประเทศตกลงร่วมกัน มากกว่าการดำเนินการฝ่ายเดียว

เมื่อถามว่ารัฐบาลไทยจะตอบโต้แถลงการณ์ของกัมพูชาหรือไม่ พล.อ.อ.ประภาส ระบุว่า ไทยยังคงยึดมั่นในถ้อยแถลงร่วมที่ทั้งสองฝ่ายได้ลงนามร่วมกันเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 และให้ความสำคัญกับข้อเท็จจริง รวมถึงการใช้กลไกทางการทูตมากกว่าการโต้ตอบผ่านสื่อ

“ประเทศไทยพร้อมชี้แจงข้อมูลที่ถูกต้อง และดำเนินการผ่านช่องทางทวิภาคีที่มีอยู่ตามความเหมาะสม โดยไม่ต้องการให้สถานการณ์ลุกลามหรือเพิ่มระดับความตึงเครียดตามแนวชายแดน” ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา กล่าว

พล.อ.อ.ประภาส กล่าวย้ำว่า จุดยืนของประเทศไทยคือการดำเนินการภายในพื้นที่ที่อยู่ภายใต้การปฏิบัติหน้าที่ของฝ่ายไทยมาโดยตลอด ควบคู่กับการยึดมั่นในข้อตกลงที่มีร่วมกันระหว่างสองประเทศ ขณะที่ข้อกล่าวหาต่าง ๆ ควรได้รับการพิสูจน์และตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกัน

“ไทยยังคงยึดมั่นในการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี ผ่านกลไกที่ทั้งสองประเทศยอมรับร่วมกัน และไม่ประสงค์ให้เกิดเงื่อนไขที่นำไปสู่ความขัดแย้งเพิ่มเติม” ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา กล่าว

Leave a comment