ผ่าแผนสู้ ‘น้ำท่วมกรุง’ 4 แคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. ใครตัวจริงแก้ปัญหาซ้ำซาก

ผ่าแผนสู้ 'น้ำท่วมกรุง' 4 แคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. ใครตัวจริงแก้ปัญหาซ้ำซาก

ผ่าแผนสู้ ‘น้ำท่วมกรุง’ 4 แคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. ใครตัวจริงแก้ปัญหาซ้ำซาก

วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.55 น.

การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครกำลังเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้าย ท่ามกลางปัญหาใหญ่ที่คนกรุงเทพฯ ต้องเผชิญคือสถานการณ์น้ำท่วมขัง ข้อมูลสถิติในช่วงปี 2567-2568 ระบุว่า กรุงเทพมหานครเกิดน้ำท่วมขังรวมถึง 841 ครั้ง ปัญหาดังกล่าวไม่ได้กระจายตัวเท่ากันทุกพื้นที่ แต่กระจุกตัวอยู่ในบางเขตอย่างชัดเจน โดยเขตดินแดงมีสถิติน้ำท่วมขังสูงสุดถึง 57 ครั้ง รองลงมาคือเขตหลักสี่ 52 ครั้ง และเขตจตุจักร 49 ครั้ง

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่เสี่ยงที่ต้องเผชิญน้ำท่วมซ้ำซาก และเป็นความท้าทายสำคัญของ 4 แคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. ว่าจะมีนโยบายแก้ไขปัญหาในพื้นที่เหล่านี้ให้เห็นผลเป็นรูปธรรมได้อย่างไร วันนี้ “แนวหน้าออนไลน์” จึงได้รวบรวมวิสัยทัศน์และนโยบายจัดการปัญหาน้ำท่วมของแคนดิเดตทั้ง 4 ท่าน มาเจาะลึกและนำเสนอ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจให้กับชาวกรุงเทพมหานครก่อนเข้าคูหาเลือกตั้งในวันที่ 28 มิถุนายนนี้

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ขยายท่อ-เพิ่มจุดรับน้ำ-ลอกท่อตามความจำเป็น

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครหมายเลข 9 เน้นการแก้ไขข้อจำกัดทางกายภาพ โดยมีแผนปรับปรุงท่อระบายน้ำเดิมที่รองรับฝนได้ 60 มิลลิเมตร ให้สามารถรองรับได้เพิ่มขึ้นเป็น 80 มิลลิเมตร พร้อมทั้งเพิ่มจุดรับน้ำ (Floor drain) ริมถนนเพื่อเร่งระบายน้ำจากผิวจราจรลงสู่ท่อให้เร็วที่สุด สำหรับการขุดลอกท่อนั้น จะพิจารณาตามความจำเป็นของแต่ละพื้นที่ พื้นที่ชุมชนหนาแน่นหรือมีไขมันสะสมมาก เช่น เขตดินแดงและห้วยขวาง อาจต้องขุดลอกปีละ 2-3 ครั้ง เพื่อความคุ้มค่าของงบประมาณ นอกจากนี้ยังเร่งดำเนินการก่อสร้างแนวเขื่อนป้องกันน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา ความสูง 2.80 – 3 เมตร โดยที่ผ่านมาได้อุด “จุดฟันหลอ” หรือจุดที่น้ำรั่วซึมไปแล้วประมาณ 70 จุดจากกว่า 100 จุด

มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ใช้ AI พยากรณ์ล่วงหน้าและสั่งการอัตโนมัติ

นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครหมายเลข 14 ชูนโยบายการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงเข้ามารับมือปัญหาน้ำท่วม โดยนำเสนอโมเดล “AI-X Band Smart Flood Bangkok” ซึ่งประกอบด้วยเรดาร์และเซ็นเซอร์กว่า 3,000-5,000 จุดทั่วกรุงเทพฯ ระบบนี้จะช่วยพยากรณ์ล่วงหน้าก่อนฝนตก 1-3 ชั่วโมง และรู้ก่อนน้ำท่วม 30-60 นาที โดยมีเป้าหมายนำร่องใน 12 เขตเสี่ยงน้ำท่วมซ้ำซาก ซึ่งรวมถึงเขตดินแดง เขตหลักสี่ และเขตจตุจักร

นอกจากนี้ เทคโนโลยี AI จะทำหน้าที่สั่งการเปิด-ปิดเครื่องสูบน้ำและประตูระบายน้ำแบบอัตโนมัติ ลดความล่าช้าจากการใช้คนตัดสินใจ รวมถึงเชื่อมโยงกับการจัดการจราจร เพื่อเปลี่ยนสัญญาณไฟและปรับเส้นทางไม่ให้รถติดสะสมในพื้นที่ที่กำลังจะถูกน้ำท่วม รวมทั้งมีแนวคิดทำแก้มลิงใต้ดินเพื่อกักเก็บน้ำฝนชั่วคราวอีกด้วย

AI-X Band Smart Flood Bangkok

  1. X-Band Radar: ติดตั้งโครงข่ายเรดาร์เฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง
  2. AI Water Sensor: ติดตั้งเซ็นเซอร์ 3,000-5,000 จุดทั่วเมือง (คลอง ปากท่อ ทางลอด)
  3. Digital Twin: สร้างเมืองเสมือนเพื่อจำลองสถานการณ์น้ำ
  4. AI Forecast: คาดการณ์น้ำท่วมล่วงหน้า 30 นาที – 6 ชั่วโมง
  5. Auto Pump Command: AI สั่งเปิด-ปิดเครื่องสูบน้ำและประตูระบายน้ำอัตโนมัติ
  6. AI Inspection: ใช้ CCTV, โดรน และหุ่นยนต์ ตรวจจับขยะอุดตันในท่อ
  7. AI Traffic: เปลี่ยนไฟจราจรและแนะนำเส้นทางหนีน้ำทันที
  8. Targeted Alerts: แจ้งเตือนประชาชนตรงจุดผ่าน Line OA, SMS และแอปพลิเคชัน
  9. AI Drone Rescue: บินสำรวจจุดติดค้างและสายไฟอันตราย
  10. Command Center: ศูนย์บัญชาการน้ำกลาง AI-X Band เพื่อบูรณาการข้อมูลทั้งหมด

ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ลอกท่อ 100% และแยกระบบน้ำฝน-น้ำเสีย

นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครหมายเลข 10 นำเสนอการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง โดยตั้งเป้าหมายลอกท่อระบายน้ำให้ครบ 100% ทุกปี เนื่องจากที่ผ่านมามีการลอกท่อเพียง 55% ทำให้พื้นที่เดิมๆ มักมีน้ำท่วมขังซ้ำซาก ในระยะยาวมีแผนที่จะแยกรางระบายน้ำฝนออกจากรางระบายน้ำเสีย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดระยะเวลาในการระบายน้ำ นอกจากนี้ยังเน้นการทำงานร่วมกับสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ในการลงพื้นที่แก้ปัญหาเส้นเลือดฝอย ตัวอย่างเช่นในเขตดอนเมือง จะผลักดันการลอกท่อระบายน้ำทั้งระบบ และเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องสูบน้ำในคลองย่อย เพื่อป้องกันน้ำเอ่อล้นเข้าบ้านเรือนประชาชน

อนุชา บูรพชัยศรี สร้างอุโมงค์ยักษ์และใช้ AI สั่งการระบายน้ำ

นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครหมายเลข 5 มองว่าการลอกท่อเพียงอย่างเดียวไม่สามารถแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากได้อย่างยั่งยืน จึงเสนอแผนระยะยาวในการสร้างอุโมงค์ระบายน้ำขนาดใหญ่ เพื่อผันน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาและอ่าวไทยให้รวดเร็วขึ้น ควบคู่ไปกับการเปลี่ยนระบบเปิด-ปิดประตูระบายน้ำและสถานีสูบน้ำ จากเดิมที่ใช้แรงงานคน (Manual) ไปเป็นระบบ AI ประมวลผลภาพรวม ส่วนการแก้ปัญหาระยะสั้นในระดับชุมชน จะเน้นการใช้เครื่องสูบน้ำแบบเคลื่อนที่ (Mobile Pump) ลงพื้นที่สูบน้ำขัง พร้อมจัดเจ้าหน้าที่เทศกิจเข้าไปอำนวยความสะดวกและดูแลเส้นทางระบายน้ำย่อยให้เชื่อมต่อกับท่อหลักอย่างสมบูรณ์

จากสถิติที่ระบุว่าเขตดินแดง หลักสี่ และจตุจักร เป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขังบ่อยครั้งที่สุด แคนดิเดตทั้ง 4 ท่านได้นำเสนอแนวทางที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ตั้งแต่การปรับปรุงกายภาพ การใช้เทคโนโลยี AI เข้ามาบริหารจัดการ การรื้อระบบโครงสร้างท่อระบายน้ำ ไปจนถึงการผลักดันเมกะโปรเจกต์อย่างอุโมงค์ยักษ์

ในวันที่ 28 มิถุนายน 2569 ประชาชนชาวกรุงเทพมหานครจะเป็นผู้ตัดสินใจว่า วิสัยทัศน์และนโยบายของแคนดิเดตท่านใด จะเป็นคำตอบที่แท้จริงในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนจากวิกฤตน้ำท่วมได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

Leave a comment