
22 มิ.ย. 2569 13:09 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
เจรจา “สหรัฐฯ-อิหร่าน” นัดแรกคืบหน้า ตั้งโรดแมป 60 วัน-สายตรงการสื่อสาร
การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน เพื่อบรรลุข้อตกลงยุติสงครามรอบแรกในสวิตเซอร์แลนด์สิ้นสุดลงด้วยสัญญาณเชิงบวก โดยกาตาร์และปากีสถานในฐานะคนกลางระบุว่า ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบจัดทำโรดแมปเพื่อบรรลุข้อตกลงฉบับสุดท้ายภายใน 60 วัน พร้อมจัดตั้ง “สายตรงการสื่อสาร” เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและการสื่อสารที่คลาดเคลื่อน เพื่อรับประกันความปลอดภัยของเรือสินค้าที่เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
แถลงการณ์ร่วมของกาตาร์และปากีสถาน ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการไกล่เกลี่ยระบุว่า “คณะกรรมการระดับสูง” ของทั้งสองฝ่ายได้บรรลุข้อตกลงร่วมกันในการกำหนดโรดแมปสู่การบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายภายใน 60 วัน” ซึ่งเป็นไปตามกรอบบันทึกความเข้าใจ (MOU) ที่ประธานาธิบดีของทั้งสองประเทศได้ลงนามร่วมกันเมื่อสัปดาห์ก่อน โดยมีเป้าหมายเพื่อยุติการสู้รบใน “ทุกแนวรบ” รวมถึงในเลบานอน และการกลับมาเปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัย
หนึ่งในความคืบหน้าสำคัญของการเจรจาครั้งนี้ คือการจัดตั้ง “สายตรงการสื่อสาร” เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและการสื่อสารที่คลาดเคลื่อน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรับประกันความปลอดภัยของเรือสินค้าที่เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นช่องแคบยุทธศาสตร์ที่ขนส่งน้ำมันและแก๊สธรรมชาติถึงร้อยละ 20 ของโลก หลังจากที่อิหร่านได้ประกาศปิดช่องแคบดังกล่าวเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี ข้อมูลจากเว็บไซต์ MarineTraffic ระบุว่ายังคงมีเรือบรรทุกน้ำมันและเรือสินค้าบางส่วนเดินทางผ่านช่องแคบนี้อยู่
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบให้จัดตั้ง “หน่วยลดความขัดแย้ง” ร่วมกันระหว่าง สหรัฐฯ อิหร่าน และเลบานอน โดยมีประเทศผู้ไกล่เกลี่ยคอยอำนวยความสะดวก เพื่อยุติปฏิบัติการทางทหารในเลบานอน ซึ่งนายเซเยด อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่าน ยืนยันว่าการเจรจาครั้งนี้ “มีความคืบหน้าอย่างมาก” ในการแก้ไขความขัดแย้งในเลบานอน
แม้ว่าการเจรจาจะเป็นไปในเชิงบวก แต่สถานการณ์ในพื้นที่จริงยังคงคุกรุ่น โดยนับตั้งแต่มีการลงนาม MOU มีรายงานการปะทะกันอย่างรุนแรงระหว่างกลุ่มฮิซบอลเลาะห์และกองทัพอิสราเอลในตอนใต้ของเลบานอน ซึ่งการโจมตีทางอากาศของอิสราเอลส่งผลให้มีชาวเลบานอนเสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 67 ราย ขณะที่ฝ่ายอิสราเอลสูญเสียทหาร 5 นาย จนทำให้สหรัฐฯ ต้องประกาศข้อตกลงหยุดยิงครั้งใหม่ระหว่างอิสราเอลและฮิซบอลเลาะห์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
ด้านนายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ยืนยันว่า กองทัพอิสราเอลจะยังคงตรึงกำลังในตอนใต้ของเลบานอนต่อไปตราบเท่าที่จำเป็น เพื่อปกป้องพื้นที่ทางตอนเหนือของอิสราเอล ขณะที่ นายนาอิม กัสเซม ผู้นำกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ได้ปฏิเสธการคงอยู่ของทหารอิสราเอลและลั่นวาจาจะเดินหน้าปกป้องตนเอง
ในระหว่างการเจรจาที่เมืองลูเซิร์น ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้โพสต์ข้อความเตือนอิหร่านอย่างดุเดือดว่า “ต้องสั่งให้กลุ่มตัวแทนในเลบานอนหยุดสร้างความเดือดร้อนทันที” มิฉะนั้น สหรัฐฯ จะ “โจมตีอิหร่านอย่างรุนแรงอีกครั้ง” ซึ่งนายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ หัวหน้าทีมเจรจาของอิหร่าน ได้ตอกกลับคำขู่ดังกล่าวว่า “หากคำขู่ของพวกเขามีผลจริง พวกเขาคงไม่ต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่สิ้นหวังเช่นนี้ในปัจจุบัน ไม่ว่าพวกเขาจะพูดอะไร มากแค่ไหน… พวกเราต่างหากที่เป็นฝ่ายลงมือทำ”
นายเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในฐานะหัวหน้าคณะเจรจา ซึ่งเดินทางมาร่วมประชุมที่เมืองเบอร์เกนสต็อก พร้อมด้วย นายจาเรด คุชเนอร์ บุตรเขยของทรัมป์ และสตีฟ วิตคอฟฟ์ แถลงว่า ทรัมป์ต้องการให้ทั้งสองประเทศ “พลิกฟื้นหน้าประวัติศาสตร์ใหม่” โดยหากผู้นำอิหร่านเต็มใจที่จะยุติการเป็น “ตัวการสร้างความไร้เสถียรภาพในภูมิภาค” และล้มเลิกความทะยานอยากในการครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ในระยะยาว สหรัฐฯ ก็พร้อมที่จะปรับเปลี่ยนความสัมพันธ์กับอิหร่านอย่างสิ้นเชิง ซึ่งทางอิหร่านยังคงยืนกรานว่าโครงการนิวเคลียร์ของตนเป็นไปเพื่อสันติเท่านั้น
สำหรับข้อตกลงเบื้องต้นที่ผู้นำทั้งสองประเทศลงนามไปก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ ได้ตกลงที่จะยกเลิกการปิดล้อมทางทหารต่อท่าเรือของอิหร่าน และยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจทั้งหมด รวมถึงมีการเสนอแผนการมูลค่า 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 11 ล้านล้านบาท) เพื่อฟื้นฟูประเทศอิหร่าน อย่างไรก็ตาม ประเด็นเรื่องข้อตกลงนิวเคลียร์ ซึ่งเป็นชนวนเหตุหลักของความขัดแย้งที่ทรัมป์เคยนำสหรัฐฯ ถอนตัวออกไปในสมัยดำรงตำแหน่งวาระแรก จะถูกนำเข้าสู่โต๊ะเจรจาหลังจากนี้
ทั้งนี้ สงครามดังกล่าวเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ โดยสหรัฐฯ และอิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีอิหร่าน ก่อนที่เลบานอนจะถูกดึงเข้าสู่สงครามหลังจากกลุ่มเฮซบอลลาห์ยิงจรวดล้างแค้นให้อิหร่าน โดยนับตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคมที่ผ่านมา วิกฤตการณ์ครั้งนี้คร่าชีวิตผู้คนในเลบานอนไปแล้วถึง 4,057 ราย และมีทหารอิสราเอลเสียชีวิตอีกอย่างน้อย 34 นาย ซึ่งนานาชาติต่างหวังว่าแผนโรดแมป 60 วันนี้จะสามารถนำสันติภาพกลับคืนสู่ภูมิภาคตะวันออกกลางได้สำเร็จ.